หอยนวล หอยทากพันธุ์ไทย กับอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง

“หอยนวล” (Hemiplecta Distincta) เป็นชื่อของหอยทากสายพันธุ์ไทย ที่ไม่ได้มีจุดเด่นเพียงแค่ชื่อที่เป็นเอกลักษณ์ หรือเปลือกสีน้ำตาลเข้มที่มีรอยขดรอบจนเป็นทรงครึ่งวงกลมที่ดูสวยงามเท่านั้น แต่ “เมือก” ของมันก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นเช่นกัน เนื่องจากมีสารช่วยในเรื่องการฟื้นฟูสภาพผิว กระตุ้นให้แผลหายเร็ว ทั้งยังช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวอีกด้วย ซึ่งนั่นทำให้เมือกของหอยนวลเป็นที่นิยมและต้องการอย่างมากสำหรับอุตสาหกรรมความงาม

สยาม สเนล อีโค่ ฟาร์ม ฟาร์มหอยทากที่อยู่ภายใต้การดำเนินการของ บริษัท สยามสเนล จำกัด (Siam Snail Eco Farm) หมู่ที่ 2 ถนนร่วมพัฒนา แขวงลำต้อยติ่ง เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร ถือเป็นฟาร์มเลี้ยงหอยทากเชิงนิเวศแห่งแรกในเอเชีย ที่ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อสานต่องานวิจัยกว่า 30 ปี จากความพยายามของ ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญหา ศ.ดร.สุพจน์ หารหนองบัว ศ.ดร.กฤษณะ เนียมมณี และ ศ.ดร.อัญชลี ทัศนาขจร ทีมนักวิจัยคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คงต้องอธิบายก่อนว่า เมือกหอยทาก นั้นประกอบไปด้วยสารที่ช่วยในเรื่องการฟื้นฟูผิว ไม่ว่าจะเป็น สารอัลแลนโทอิน (Allantoin) ที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic) ช่วยให้ผิวเต่งตึงและขับของเสียออกจากเซลล์ผิว กรดไกลโคลิก (Glycolic Adic) ที่ช่วยคุมความมันและขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว โปรตีน (Protein) ช่วยเรื่องการปรับผิวให้กระจ่างใส และเปปไทด์ (Peptides) ที่ช่วยในเรื่องการต้านเชื้อแบคทีเรีย อีกทั้งยังมีคุณสมบัติช่วยสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ที่มีส่วนช่วยในการเพิ่มความแข็งแรงให้แก่ผิวด้วย จากคุณสมบัติทั้งหมดทำให้เมือกหอยทากถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอย่างแพร่หลาย

 

ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญหา และทีมวิจัยเจ้าของแบรนด์สเนลเอทจากงานวิจัยกว่า 30 ปี  สู่ฟาร์มหอยทากเชิงนิเวศแห่งแรกของเอเชีย

ก่อนที่จะเริ่มต้นทำฟาร์มเพาะเลี้ยงหอยทาก หรือฟาร์มหอยทากเชิงนิเวศนั้น ศ.คร.สมศักดิ์ มีความสนใจเกี่ยวกับหอยทากสายพันธุ์ต่างๆ โดยเฉพาะสายพันธุ์ไทยอยู่เป็นทุนเดิม จึงได้ร่วมกับทีมคณะวิจัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำการวิจัยเกี่ยวกับหอยทาก ทั้งในเรื่องของสารที่มีอยู่ในเมือก การสกัด และการนำเมือกที่สกัดแล้วไปใช้ประโยชน์ ประกอบกับความเชื่อมั่นที่ว่าหอยทากสายพันธุ์ไทยก็มีดีไม่แพ้สายพันธุ์อื่นๆ จึงปรึกษาและเริ่มต้นทำผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของหอยทากขึ้น ภายใต้ชื่อ สเนลเอท (SNAIL8) ที่มีจุดเด่นคือ การเลือกใช้เมือกของหอยทากสายพันธุ์ไทยซึ่งจัดอยู่ในประเภทหอยทากเขตร้อน อีกทั้งยังใส่ในปริมาณที่มากกว่าแบรนด์อื่นๆ ถึง 30 เท่า

หลังจากความพยายามในการสร้างผลิตภัณฑ์จากเมือกหอยทาก จนสามารถประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ทั้งยังได้รับรางวัลจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นรางวัลเหรียญทองในงาน 44th International Exhibition of Invention of Geneva ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมของประเทศไทย Premium Products of Thailand-The Pride of Thais ในงาน THAILAND INDUSTRY EXPO 2016 ซึ่งถือเป็นสิ่งยืนยันความสำเร็จของแบรนด์สเนลเอทได้เป็นอย่างดี

“ความจริงฟาร์มของเราไม่ได้เลี้ยงแค่หอยนวล แต่ยังมีหอยทากสยามและหอยทากแอฟริกันด้วย แต่ได้เลือกหอยนวลมาเป็นตัวหลัก เพราะสามารถให้เมือกในจำนวนที่มากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ ทั้งยังมีสารที่ช่วยในการบำรุงผิวในปริมาณมาก นอกจากนี้ หอยนวลยังเป็นหอยทากเขตร้อนทำให้เมือกที่ถูกสกัดออกมานั้นมีคุณสมบัติในการแก้ปัญหาผิวของคนในแถบเอเชียได้ตรงจุดอีกด้วย” ศ.ดร.สมศักดิ์ เล่าถึงจุดเริ่มต้นการทำฟาร์มหอยทากเชิงนิเวศ

จากเลี้ยงระบบปิด สู่การเลี้ยงกึ่งธรรมชาติ เพื่อเมือกหอยที่ได้คุณภาพ

ในช่วงแรกที่เริ่มทำฟาร์มหอยทาก เริ่มต้นจากการซื้อพันธุ์หอยทากมาเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ ส่วนอาหารก็ให้เป็นเห็ดสายพันธุ์ต่างๆ และให้น้ำสะอาด เพราะเชื่อว่าการเลี้ยงหอยทากในระบบปิด จะช่วยเพิ่มปริมาณและคุณภาพของสารที่อยู่ในเมือกหอยทาก แต่เมื่อนำเมือกที่ได้จากหอยนวลมาทำการทดสอบกลับพบว่า เมือกที่ออกมานั้นเป็นเพียงเมือกแก้ว แต่ไม่มีสารออกฤทธิ์ใดๆ

หอยนวล

หลังจากนั้น จึงปรับรูปแบบการเลี้ยงจากระบบปิดมาสู่การเลี้ยงด้วยระบบกึ่งธรรมชาติ บนพื้นที่กว่า 10 ไร่ ของสยาม สเนล อีโค่ ฟาร์ม โดยเริ่มต้นจากการปลูกต้นไม้ต่างๆ เพื่อเนรมิตให้สวนที่ใช้ในการเลี้ยงหอยนวลมีสภาพคล้ายกับป่ามากที่สุด ต้นไม้ที่ปลูกก็จะเน้นเป็นไม้ที่ช่วยให้ความชุ่มชื้น อาทิ ขนุน หรือ ต้นกล้วย เป็นต้น ส่วนอาหารก็ยังคงเน้นเป็นพวกเห็ดชนิดต่างๆ เช่นเดิม แต่ก็ปล่อยให้หอยทากกินอาหารเองตามธรรมชาติด้วย โดยหลังจากนำเมือกมาทดสอบอีกครั้งปรากฏว่าปริมาณของสารที่พบนั้นเพิ่มขึ้น

“สาเหตุที่ทำให้การเลี้ยงแบบระบบเปิดหรือการเลี้ยงแบบกึ่งธรรมชาติส่งผลต่อปริมาณสารในเมือกของหอยนวล เป็นเพราะว่าเมือกที่หอยทากสร้างขึ้นมาจะประกอบไปด้วยสารต่างๆ ที่ตัวหอยจะสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเอง เช่น ป้องกันผู้ล่า อย่างหนู นกหรือแม้แต่งู ดังนั้น การเลี้ยงด้วยระบบปิดจะทำให้เขาไม่ต้องเจอกับสถานการณ์พวกนี้ ทำให้เมือกที่ออกมามันก็เลยไม่มีสารอะไร ส่วนเรื่องของอาหารก็สำคัญ เพราะหอยทากไม่ได้ต้องการแร่ธาตุหรือสารอาหารจากเห็ดเท่านั้น แต่ยังต้องการจากอาหารประเภทอื่นด้วย”

2 สิ่งต้องห้ามของหอยนวล และการขยายพันธุ์

แม้ว่าการเลี้ยงหอยนวลในระบบกึ่งธรรมชาติจะส่งผลดีต่อปริมาณสารในเมือก แต่สิ่งที่เพิ่มมาก็คือต้องคอยระมัดระวังและควบคุมเรื่องความร้อน ที่เป็นปัญหาใหญ่สำหรับการเพาะเลี้ยงหอยทาก โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่อากาศร้อนผิดปกติ ทำให้หอยทากเริ่มตายเพราะความร้อน นอกจากนี้ ยังเจอปัญหาเรื่องน้ำเค็มด้วย ซึ่งก็ต้องแก้ด้วยการเพิ่มความชื้นให้กับสวน ซึ่งตอนนี้ได้ใช้วิธีต่อท่อเพื่อให้น้ำโดยมีการตั้งเวลาในการให้น้ำเอาไว้เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว แต่หากวันไหนอากาศร้อนผิดปกติก็สามารถสั่งปล่อยน้ำเพื่อระบายความร้อนได้ทันที นอกจากนี้ ยังต้องทำหลังคาชั่วคราวเพื่อบังแดดอีกด้วย

ศ.ดร.สมศักดิ์ อธิบายเรื่องเมือกหอยทากและส่วนแมนเทิล

“ส่วนเรื่องการขยายพันธุ์ เราจะปล่อยให้เขาผสมกันเอง ขยายพันธุ์เองตามธรรมชาติ แล้วเราก็แค่คอยดูว่าวางไข่หรือยังเพราะจะวางไข่บนดินเลย โดยปกติแล้วหอยนวลจะวางครั้งละประมาณ 70-80 ฟอง ซึ่งไข่ก็เป็นสีขาวๆ เวลาวางไข่ก็จะวางรวมกันเป็นกองใหญ่ๆ ทำให้สังเกตง่าย”

 

ขั้นตอนการเก็บเมือกหอยทาก ก่อนส่งเข้าห้องแล็บ

การเก็บเมือกหอยทากจะเลือกเก็บจากหอยที่มีอายุ 2 ปีขึ้นไป โดย 1 ตัว จะสามารถเก็บเมือกได้ประมาณ 1-2 ซีซี ทั้งยังเลือกเก็บเมือกที่ถูกเรียกว่า “เมือกความสุข” ซึ่งจะถูกหลั่งออกมาในเวลากลางคืน และจะเก็บเฉพาะเมือกที่ถูกหลั่งมาจากส่วน “แมนเทิล” หรือส่วนที่เป็นเนื้อเยื่อใต้เปลือก เพราะเป็นส่วนที่ดีที่สุด เนื่องจากเป็นเมือกส่วนที่แทบจะไม่มีการปนเปื้อนใดๆ นอกจากนี้ ช่วงหน้าหนาวและหน้าฝนยังเป็นช่วงที่เก็บเมือกได้เยอะที่สุดอีกด้วย

“ก่อนที่จะเริ่มเก็บเมือกหอยทาก เราต้องเริ่มจากการนำเข้าโรงทำความสะอาดก่อน ส่วนขั้นตอนการรีดเมือกหรือเก็บเมือกนั้น จะต้องทำให้หอยนวลหดเข้าไปในเปลือกก่อน เพราะเวลาที่หดเข้าไปเขาจะเอาแผ่นแมนเทิลมาปิดเอาไว้ จากนั้นจึงค่อยๆ ใช้แท่งแก้วกระตุ้นเบาๆ โดยอาจมีการสเปรย์น้ำเล็กน้อย โดยขั้นตอนนี้จะใช้เวลาประมาณ 2-3 นาที เมื่อมีเมือกไหลออกมาก็จะใช้เครื่องที่ถูกออกแบบให้คล้ายกับเครื่อง Suction หรือเครื่องดูดน้ำลายของหมอฟัน ดูดเมือกเก็บไว้ ซึ่งในขั้นตอนนี้จะใช้แรงงานคนทั้งหมด เนื่องจากต้องอาศัยความละเอียดสูง” ศ.ดร.สุพจน์ กล่าวถึงขั้นตอนการเก็บเมือก

การกินอาหารของหอยนวล

หลังจากเก็บเมือกจากหอยนวลเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการนำเมือกที่เก็บได้ หรือเมือกดิบ มากรองเพื่อแยกแบคทีเรีย สิ่งปนเปื้อน รวมถึงเมือกจากเท้าที่ปนมา โดยขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ใช้เวลาค่อนข้างนาน เนื่องจากต้องกรองให้เหลือแค่เพียงเมือกจากส่วนแมนเทิลเท่านั้น โดยเมื่อกรองออกมาแล้วก็จะได้เป็นเมือกบริสุทธิ์ และหลังจากนี้ก็จะเป็นขั้นตอนในการตรวจสอบสาร เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้สารที่ต้องการครบทุกตัว

 เปิดฟาร์มเป็นศูนย์การเรียนรู้ ต้นแบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

หลังจากที่สยาม สเนล อีโค่ ฟาร์ม ฟาร์มหอยทากเชิงนิเวศ และแบรนด์สเนลเอท เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในวงการอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและกลุ่มลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะเดียวกัน อาชีพการทำฟาร์มเพาะเลี้ยงหอยทากเองก็ได้รับความนิยมมากขึ้นด้วย จนทำให้มีชาวบ้านจำนวนมากที่เริ่มหันมาให้ความสนใจและเริ่มต้นเลี้ยงหอยทากเพื่อส่งเมือกออกขาย

“มีชาวบ้านหลายรายที่ต้องการขายเมือกหอยทากให้กับเรา แต่ตอนนี้เรายังไม่เปิดรับซื้อจากที่อื่น ส่วนหนึ่งเพราะกำลังการผลิตของเรายังเพียงพอกับความต้องการของตลาด อีกส่วนหนึ่งคือเรื่องของการดูแล เพราะระบบการเลี้ยงถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อปริมาณและคุณภาพของสารในเมือกหอยทาก ซึ่งหากได้รับการดูแลที่ไม่ได้มาตรฐาน หอยนวลก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้ง่าย ทำให้เรายังไม่กล้าที่จะรับซื้อเมือกหอยทากจากที่อื่น” ศ.ดร.สุพจน์ กล่าว

แม้ว่าตอนนี้ทางฟาร์มจะยังไม่เปิดรับซื้อเมือกหอยทากจากแหล่งอื่น แต่ก็มีการวางแผนเอาในเรื่องนี้เอาไว้แล้ว โดยคาดว่าจะเปิดสอนเรื่องระบบการเลี้ยงดูตลอดจนขั้นตอนการเก็บและแยกเมือกหอยทาก เพื่อให้การเลี้ยงหอยทากกลายเป็นอีกหนึ่งอาชีพทำเงินของชาวบ้าน

นอกจากนี้เปิดสยาม สเนล อีโค่ ฟาร์ม ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้และต้นแบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เพื่อเป็นแหล่งการเรียนรู้ด้านการทำฟาร์มแก่ประชาชนหรือชาวบ้านที่สนใจอีกด้วย

สำหรับผู้สนใจ ถามได้ที่ บริษัท สยามสเนล จำกัด หมู่ที่ 2 ถนนร่วมพัฒนา แขวงลำต้อยติ่ง เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์ (02) 044-9778, (02) 044-9779  หรือ Error! Hyperlink reference not valid. FB : SIAMSNAILOFFICIAL

บทความก่อนหน้านี้วว. / บริษัท พ.ศ.ช. ผลิตภัณฑ์อาหารฯ ร่วมพัฒนาเครื่องต้นแบบการผลิตแป้งขนมจีนกึ่งสำเร็จรูป ขนาด 20 ตันต่อวัน
บทความถัดไปยกมาตรฐาน ส้มโออินทรีย์เกาะช้าง ป้อนตลาดนักท่องเที่ยว