ปลูกเมล่อนในโรงเรือน ควบคุมง่าย เริ่มแค่พื้นที่ 4ไร่ ปลูกแค่ 200 ต้น 3 เดือนรับเงิน 4 หมื่น

จังหวัดไหนๆ ก็ต้องมีไม้ผลของดีประจำจังหวัด ผลผลิตคุณภาพโดดเด่น สร้างงานและเงินให้กับเกษตรกรในจังหวัดอย่างน้อย 2-3 ชนิด จังหวัดมหาสารคามเอง เป็นจังหวัดในพื้นที่ภาคอีสาน ที่อาจมองไม่เห็นความเด่นของไม้ผลชัดมากนัก เพราะความเหมาะสมของพื้นที่ปลูก

สภาพภูมิอากาศไม่เอื้ออำนวยเท่าไหร่ เมื่อหากย้อนรอยไป 2 ปีที่ผ่านมา “เมล่อน” ไม้ผลตระกูลแตง เริ่มมีเสียงกล่าวถึงเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

พื้นที่ 14 ไร่ ไม่นับว่ามาก หากใช้เป็นโรงเรือน โรงปรับปรุงพันธุ์ ของไม้ผลสักชนิด

แต่ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของ เทพมงคล ฟาร์ม หรือ บริษัท เทพมงคลเมล็ดพันธุ์ จำกัด ที่เพิ่งเปิดตัวทำฟาร์มเมล่อน ติดตั้งโรงเรือนและระบบน้ำหยด ให้เมล่อนคุณภาพดี เมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา เพราะนับตั้งแต่ผลผลิตเมล่อนรุ่นแรกที่ได้ ก็ขึ้นห้างวางขายในราคากิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า 100 บาท

33

คุณมงคล ธราดลธนสาร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทพมงคลเมล็ดพันธุ์ จำกัด หนุ่มไฟแรงที่เพิ่งผ่านการศึกษาจากสาขาพืชผัก ภาควิชาพืชสวน คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มาเมื่อ 10 ปีที่แล้ว หลังจบการศึกษาก็เข้าทำงานตำแหน่งนักส่งเสริมเมล็ดพันธุ์ ของบริษัทจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ชื่อดังแห่งหนึ่ง และเป็นโอกาสดีที่ทำให้ตลอดระยะเวลาการทำงาน ได้ศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ การเก็บเมล็ดพันธุ์ การปรับปรุงพันธุ์ รวมถึงการเดินทางไปส่งเสริมยังต่างประเทศหลายประเทศ ทำให้มีโอกาสเก็บเมล็ดพันธุ์เมล่อน และพืชผัก ผลไม้ชนิดอื่น ติดมือกลับมาด้วย

เมล่อน เป็นผลไม้ที่คุณมงคลเลือกปลูก เพราะเห็นว่าเป็นพืชระยะสั้น แต่มีมูลค่าทางเมล็ดพันธุ์สูง

ระหว่างที่ยังทำงานประจำ ยังไม่มีโอกาสทำหน้าที่เกษตรกรเต็มตัว คุณมงคลก็เพิ่มรายได้เสริมให้กับครอบครัว ด้วยการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกและรับซื้อคืนในราคาลูกละ 10 บาท และนำไปจำหน่ายเองในราคาลูกละ 35 บาท

เมื่อถึงจุดอิ่มตัวของการทำงาน และต้องการมีเวลาให้กับครอบครัวมากขึ้น อาชีพเกษตรกรรม จึงเป็นทางเลือกที่คุณมงคลเลือก ทำให้คุณมงคลลาออกจากงานประจำ เพื่อก้าวเป็นเกษตรกรเต็มตัว และคาดหวังจะใช้สิ่งที่ร่ำเรียนมาให้เกิดประโยชน์ในอาชีพของตนเอง

66

เริ่มต้นด้วยพื้นที่เพียง 4 ไร่ สำหรับทำโรงเรือนเมล่อน 8 หลัง บนเนื้อที่ 2 ไร่ และอีก 2 ไร่ ยังคงทำนา เพราะบริเวณโดยรอบที่ปลูกเป็นพื้นที่นาทั้งหมด ในการลงทุนครั้งแรก โรงเรือนเมล่อนลงทุนการก่อสร้างโรงเรือนและติดตั้งระบบทั้งสิ้น ประมาณ 40,000-50,000 บาท แต่เมื่อเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย พบว่า พลาสติกที่ใช้สำหรับติดตั้งโรงเรือนที่ผลิตในประเทศ มีขนาดความกว้างมากที่สุดเพียง 6 เมตร แต่โรงเรือนที่ตั้งใจสร้าง กำหนดขนาดไว้ที่ ความยาว 30 เมตร ความกว้าง 6.2 เมตร ทำให้ต้องมีรอยต่อ ซึ่งรอยต่อพลาสติกเป็นผลให้เกิดความชื้น เป็นรอยรั่วเมื่อถึงอายุขัย ไม่สามารถควบคุมความหวานของเมล่อนได้ จึงต้องนำเข้าพลาสติกสำหรับทำโรงเรือนจากประเทศกรีซ ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า เมื่อแบ่งครึ่งม้วนพลาสติก จะได้ความกว้าง 6.2 เมตร และความยาว 30 เมตร พอดีกับขนาดโรงเรือนที่ตั้งใจ

“พลาสติกที่สั่งจากประเทศกรีซ มีความเหนียวมาก สามารถทานแรงลมได้มากถึง 80 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง ไม่ก่อให้เกิดตะไคร่น้ำหรือปรสิต ซึ่งไม่ก่อให้เกิดปัญหาอื่นตามมากับเมล่อน ส่วนโครงสร้างเดิมเปลี่ยนจากเหล็กเป็นเหล็กแป๊บประปาซึ่งไม่เป็นสนิม และทั้งโครงสร้างและระบบในโรงเรือนแบบที่ใช้อยู่ มูลค่าโรงเรือนละประมาณ 100,000 บาท อายุการใช้งานนานถึง 30 ปี”

 

พื้นฐานเดิมที่เรียนรู้มาทางด้านการเกษตร ทำให้คุณมงคลรู้จักการคัดเมล็ดพันธุ์ นำมาปรับปรุงพันธุ์ และคัดเลือกให้ได้พันธุ์ใหม่ที่มีคุณภาพดีมาก ซึ่งเมล่อนเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่ดำเนินการมาก่อนก่อตั้งฟาร์ม และได้เมล่อนสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมา คือ สายพันธุ์ซันสวีท และ สายพันธุ์หยกเทพ

ซันสวีท เป็นเมล่อนเนื้อส้ม ข้อยืด โตไว ทำให้ดีหนีเพลี้ยได้ไว หวาน กรอบ มีความหวานโดยสายพันธุ์ 14-15 บริกซ์ หากใส่ปุ๋ย ความหวานจะสูงถึง 18 บริกซ์

หยกเทพ เป็นเมล่อนเนื้อเขียว คล้ายเมล่อนญี่ปุ่น ข้อสั้น โตช้า ผลใหญ่ น้ำหนักผล 2-3 กิโลกรัม เนื้อหนา หวาน หอม ความหวานโดยสายพันธุ์ 13-14 บริกซ์ หากใส่ปุ๋ย ความหวานจะสูงถึง 16 บริกซ์

เรื่องของสีเนื้อเมล่อน คุณมงคล บอกว่า เมล่อนเนื้อสีเขียว เป็นสีที่ตลาดผู้บริโภคระดับกลางและระดับสูงต้องการมากกว่าเมล่อนเนื้อสีส้ม ดังนั้น หากเกษตรกรปลูกเมล่อนเนื้อสีใด ควรคำนึงถึงตลาดที่จะส่งจำหน่ายด้วย

สำหรับโรงเรือนมาตรฐานของฟาร์ม มีขนาดกว้าง 6.2 เมตร ยาว 30 เมตร ปลูกได้ 350 ต้น ในแต่ละต้นเมื่อให้ผล จะปลิดทิ้งเหลือเพียง 1 ผล ต่อต้น น้ำหนักต่ำสุดของผล 1.5 กิโลกรัม น้ำหนักมากที่สุดของผล 3 กิโลกรัม เฉลี่ยน้ำหนักผลอยู่ที่ 1.8 กิโลกรัม

666

ปัจจุบันมีโรงเรือนทั้งสิ้น 62 โรงเรือน บนพื้นที่ 14 ไร่

คุณมงคล กล่าวว่า เมล่อนเป็นพืชตระกูลแตง ดูแลง่าย แต่การปลูกในโรงเรือนจะทำให้ได้ผลผลิตที่ดีในทุกฤดู สามารถควบคุมความหวานของเมล่อนได้ อีกทั้งยังลดปัญหาโรคและแมลง เนื่องจากวัสดุที่ใช้ทำโรงเรือนมีขนาดตาถี่มาก ป้องกันแมลงเข้าภายในโรงเรือนได้มากถึง 90 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ บริเวณโดยรอบฟาร์มยังเป็นท้องนาอยู่ ทำให้ปัญหาแมลงศัตรูพืชพบได้น้อย เพราะไม่มีพืชตระกูลเดียวกันเป็นตัวชักจูง แต่การป้องกันโรค หลังเสร็จสิ้นการเก็บผลผลิตและเตรียมแปลงปลูก จะต้องกำจัดวัชพืชภายในโรงเรือนให้หมด เพราะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคได้

การเพาะกล้า นำเมล็ดพันธุ์แช่น้ำอุ่น 2 ชั่วโมง จากนั้นนำเมล็ดพันธุ์เก็บ ห่อด้วยผ้าดิบชุบน้ำบิดหมาด เก็บในกระติกหรือที่อับชื้น 25 ชั่วโมง สังเกตเห็นมีรากงอก ให้นำไปเพาะในถาดปลูก ขนาด 104 หลุม โดยใช้พีทมอสส์ (Peat moss) เป็นวัสดุเพาะกล้า รดน้ำเช้าเวลาเดียว 7-10 วัน จากนั้นย้ายปลูกลงแปลง

ระยะปลูก 50×50 เซนติเมตร ทำค้างความสูง 180 เซนติเมตร หรือพิจารณาจากความสูงสุดเอื้อมของแรงงาน เพื่อสะดวกเมื่อต้องดูแลต้น นำกล้าลงปลูก ภายในแปลงเป็นระบบน้ำหยด ให้น้ำเฉพาะเวลาเช้า นานประมาณ 10 นาที เมื่อติดลูกให้ลดปริมาณน้ำลงเรื่อยๆ ดูความชื้นเป็นหลัก และงดน้ำ ก่อนเก็บผล 10 วัน เมื่อติดผลขนาดไข่ไก่ให้โยงเชือกรับน้ำหนักผลเมล่อน และสามารถเก็บผลได้หลังจากย้ายปลูก 90 วัน

เมื่อเมล่อนให้ใบ 7 ใบ ให้แทงปุ๋ยลงกลางระหว่างต้น ใช้สูตร 16-16-16 จำนวน 1 ช้อนโต๊ะ ควรผสมเกสรไว้ 3 ผล เมื่อติดผลให้เลือกผลที่สมบูรณ์ที่สุดไว้เพียงผลเดียว เมื่อผลเริ่มคล้อยให้แทงปุ๋ยลงระหว่างต้น ที่เดิม สูตร 11-6-34 ปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะ

“เทพมงคล ฟาร์ม ให้ปุ๋ยเคมีน้อยมาก เพราะการปลูกให้เมล่อนได้ผลผลิตดี ควรดูแลด้วยอินทรียวัตถุดีกว่าปุ๋ยเคมี ซึ่งหากจะให้ก็เพียงเป็นตัวบำรุงเสริมเท่านั้น”

999

ภายในโรงเรือนแปลงยาว 30 เมตร กว้าง 1 เมตร ใช้ปุ๋ยคอกจากมูลโคนม เพื่อให้ได้อินทรียวัตถุสูงและไม่มีเมล็ดหญ้าปะปนมา นอกจากนี้ ควรเลือกมูลโคนมที่ไม่ได้เลี้ยงด้วยสับปะรด เพราะมูลดังกล่าวจะทำให้เมล่อนมีเนื้อสีเหลืองได้ ปริมาณปุ๋ยคอกที่ใช้ 30 กระสอบ ต่อโรงเรือน และทุกๆ 2 สัปดาห์ จะเพาะกล้า เพื่อตัดเมล่อนหมุนเวียนขายได้ตลอดปี

ปัจจุบัน เมล่อน เป็นพืชหลักของเทพมงคล ฟาร์ม แต่ละสัปดาห์ต้องผลิตส่งห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ 600 กิโลกรัม แต่ความสามารถในการผลิตต่อสัปดาห์ สามารถเก็บผลได้มากถึง 5 ตัน ซึ่งผลผลิตส่วนใหญ่มีพ่อค้าแม่ค้ามาติดต่อซื้อไปขายยังแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น เขาใหญ่ วังน้ำเขียว ฉะเชิงเทรา ในราคาส่งกิโลกรัมละ 85 บาท และอีกจำนวนหนึ่งยังคงเก็บไว้สำหรับปรับปรุงพันธุ์ด้วย

สำหรับเกษตรกรมือใหม่ ต้องการสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว คุณมงคล แนะนำว่า ควรเริ่มจากโรงเรือน 3-5 โรงเรือน จำนวนผลผลิตต่อโรงเรือนเฉลี่ย 200 ต้น สร้างรายได้เฉลี่ย 40,000 บาท ต่อ 3 เดือน

นอกเหนือจากเมล่อน ซึ่งเป็นพืชหลักในการปลูกสร้างรายได้และพัฒนาพันธุ์ของเทพมงคล ฟาร์มแล้ว คุณมงคลยังสนใจพืชผักอีกหลายชนิด เช่น แตงกวา บวบงู มะเขือเทศเชอร์รี่สีเหลือง เป็นต้น ซึ่งพืชผักที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงพันธุ์ หากประสบความสำเร็จ เทพมงคล ฟาร์ม ก็พร้อมเปิดจำหน่ายให้กับเกษตรกรที่สนใจทั่วไป

 

77

เทพมงคล ฟาร์ม เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งนอกจากจะปลูกเมล่อนเชิงพาณิชย์ การปรับปรุงพันธุ์สำหรับพืชผักอีกหลายชนิด การจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ แล้วยังเป็นสถานศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติม สำหรับคนรักเมล่อน โดย คุณมงคล ธราดลธนสาร เปิดฟาร์มเป็นแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้เชิงเกษตร ภายใต้ชื่อ “ศูนย์เกษตรไทยไม่จน” จัดให้มีการอบรมการปลูกเมล่อน รับจำนวน 15 คน ต่อรุ่น ระยะเวลา 3 วัน (ศุกร์-อาทิตย์) และเปิดอบรมทุก 3 เดือน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผู้สนใจสามารถติดตามผ่านทางเฟซบุ๊ก : เทพมงคล ฟาร์ม (Melon Farm) หรือติดต่อได้ที่ บริษัท เทพมงคลเมล็ดพันธุ์ จำกัด เลขที่ 528 หมู่ที่ 14 ตำบลปะหลาน อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม โทรศัพท์ (086) 115-6295

บทความก่อนหน้านี้ปลูกแก้วมังกรในกระถาง ทำง่ายไม่ยุ่งยาก 8 เดือนเก็บผลขาย พื้นที่น้อยก็ทำได้
บทความถัดไปฟิโลเดนดรอน “พินอำพัน” ตัดใบชำมีราก อยู่ได้เป็นปี อีกนานเท่าไหร่ จึงจะเจอแบบนี้