โชว์เครื่องสำอาง จาก “น้ำมันดักแด้ไหม” กันแดดได้สุดยอด

เผยผลงานวิจัย 4 ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพื่อสุขภาพผิว ระดับพรีเมี่ยม ผลิตจากน้ำมันดักแด้ไหมและไฟโบรอินไฮโดรไลเสท กันแดดได้สุดยอด หวังส่งเสริมเอกชนต่อยอดผลิตเชิงการค้า

คุณสมหญิง ชูประยูร ผู้เชี่ยวชาญด้านส่งเสริมการผลิตและจัดการการผลิตหม่อนไหม กรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า กรมหม่อนไหม และสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ร่วมกันศึกษาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ ไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้านและพันธุ์ไทยลูกผสมจากน้ำมันดักแด้ไหมและไฟโบรอินไฮโดรไลเสท โดยพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพื่อสุขภาพผิว จำนวน 4 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ โลชั่นบำรุงผิว ครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืน หรือไนท์ครีม (Night Cream) ครีมบำรุงมือ และลิปกลอส ซึ่งได้รับการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แล้ว ถือเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางระดับพรีเมี่ยม

img_1653

ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางใหม่ 4 ชนิด มีจุดเด่น คือ สามารถดูดซับน้ำ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น บำรุงผิวพรรณให้นุ่มขึ้น เนียนเรียบ ชะลอการเกิดรอยเหี่ยวย่น ช่วยปรับสภาพผิวและลดปัญหาหมองคล้ำของผิวได้ คุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดคือ คุณภาพการกันแดด เครื่องสำอางชนิดนี้สามารถกันแดดได้สูง 350-450 เท่า เมื่อเทียบกับเครื่องสำอางทั่วไปที่กันแดดได้เพียง 250-300 เท่า

ทางกรมหม่อนไหม มั่นใจว่า ผลงานวิจัยดังกล่าว เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากธรรมชาติและมีความปลอดภัย มีโอกาสทางการตลาดสูงทั้งในและต่างประเทศ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่หันมาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติมากขึ้น ทำให้อัตราการเติบโตของตลาดเครื่องสำอางประเภทนี้ยังขยายตัวได้อีกมาก เปิดโอกาสในการเข้าไปพัฒนาตลาดได้ในอนาคต และขยายผลไปสู่เชิงพาณิชย์ได้ในอนาคต คาดว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมรังสีเหลืองที่มีกว่า 95% ของเกษตรกรทั้งหมด รวมถึงกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการภายในประเทศ ส่งผลให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น

ด้าน คุณสมภพ จงรวยทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาหม่อนไหม กรมหม่อนไหม หัวหน้าโครงการขยายผลเพื่อสำรวจและทดสอบตลาดของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากไฟโบรอินไฮโดรไลเสทและน้ำมันดักแด้ไหม กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมหม่อนไหม ได้มีการทดสอบความพึงพอใจของผู้ใช้เครื่องสำอางต่อผลิตภัณฑ์โลชั่นบำรุงผิว ไนท์ครีม ครีมบำรุงมือ และลิปกลอส ที่ผลิตจากไฟโบรอินไฮโดรไลเสทและน้ำมันดักแด้ไหม เบื้องต้นได้รับผลตอบรับในเชิงบวก ทั้งเรื่องสี กลิ่น การซึมซับดี และไม่เหนียวเหนอะหนะ เป็นต้น

ในอนาคตคาดว่า ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากธรรมชาติเหล่านี้จะมีโอกาสและมีศักยภาพทางการตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ เพราะผู้บริโภคทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญและสนใจดูแลผิวพรรณด้วยเครื่องสำอางที่มาจากธรรมชาติมากขึ้นทั้งเพศหญิงและเพศชาย

บทความก่อนหน้านี้พาชมโรงงาน”ฮอทดอก” คนชอบกินต้องดู! จะน่ากินหรือน่า…?(ชมคลิป)
บทความถัดไปปลูกกาแฟมูเซอ แบบออร์แกนิก ยอดขายพุ่ง คนนิยมอย่างต่อเนื่อง