สุริยนต์ บุญนำ กับ ฝรั่งแป้นสีทอง นครชัยศรี เลือกเอาดี ปลูกมะนาว รายได้งาม

สวนฝรั่งของพี่จี๊ด-คุณสุริยนต์ บุญนำ อยู่ที่นครชัยศรี หากมาจากนครปฐม ตามถนนเพชรเกษม เมื่อเลี้ยวเข้าถนนปิ่นเกล้าได้สักพัก ทางซ้ายมือ มีต้นตาลขึ้นอยู่ มีป้ายบอกว่า “จี๊ดฝรั่งแป้นสีทอง” ตั้งอยู่ หมู่ที่ 3 ซอยบ้านกลาง ตำบลนครชัยศรี อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

พี่จี๊ด เล่าว่า เริ่มทำสวนผลไม้ครั้งแรกเมื่อปี 2533 สวนของเขามีพื้นที่ปลูกไม้ผลทั้งหมด 65 ไร่ แบ่งออกเป็น 4 แปลง แต่ละแปลงมีการปลูกไม้ผลต่างชนิดกัน หลักคิดในการปลูกไม้ผลของเขาคือ จะต้องปลูกสลับผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปหลายอย่าง ไม่ควรปลูกพืชเดิมซ้ำ เพราะจะทำให้ดินเสื่อมค่าไปเรื่อย

เพราะฉะนั้นในแต่ละแปลงจึงมีไม้ผลปลูกเวียนไปเรื่อยๆ เช่น เคยปลูกองุ่น แล้วย้อนกลับมาปลูกฝรั่ง จากนั้นอาจเปลี่ยนไปปลูกลำไย หรือแม้กระทั่งชมพู่ ดังนั้น ฝรั่งแป้นสีทองที่ไปพบคราวนั้นจึงเป็นรุ่นที่ 3 ของการหมุนเวียนรอบการปลูก

พี่จี๊ด ปลูกมะนาวสองพันธุ์ คือ มะนาวแป้นบ้านแพ้ว ที่นำมาจากตลาดจินดา สามพราน กับอีกพันธุ์เป็นแป้นลูกใหญ่ ชื่อหลักสอง ทั้งสองพันธุ์ปลูกอยู่บนพื้นที่ 30 ไร่ จำนวน 1,800 ต้น เจ้าของสวนบอกต่อว่า เมื่อตอนที่น้ำมาเป็นช่วงที่ต้นมะนาวกำลังโตพอสมควร และสามารถเก็บผลได้แล้ว แช่น้ำอยู่หนึ่งคืน ต้องรีบใช้รถแบ๊คโฮตักดินมาป้องรอบสวน ในที่สุดก็ป้องกันสำเร็จ หมดเงินไปกว่าสองแสนบาท

เขาบอกว่า หากต้องการให้มะนาวมีน้ำมากหรือน้อย สิ่งสำคัญที่สุด คือ การเอาใจใส่เรื่องการให้น้ำ ปุ๋ย และยาฉีด โดยเฉพาะช่วงเวลาที่กำลังเก็บ ให้ดูก่อนว่าถึงเวลาหรือยัง บางทีราคาดี แต่ยังเก็บไม่ได้ เพราะมะนาวยังไม่มีน้ำ ยิ่งช่วงเดือนเมษายนของทุกปี ราคาจากสวนส่ง 3-3.50 บาท แต่พอหลังจากนั้นราคาค่อยลงมาเรื่อย

“ตอนเก็บรุ่นแรกยังไม่ค่อยได้มาก ปัจจุบันเก็บมาเป็นรุ่นที่สามแล้ว หลังน้ำท่วมประมาณเดือนธันวาคม ปี 2554 ช่วงนั้นจะเก็บได้มากเป็นแสนกว่าลูก ราคาดี ประมาณ 2.50-3 บาท เป็นราคาส่งจากสวน”

พี่จี๊ด บอกว่า ในรอบปี ราคามะนาวจะเริ่มสูงประมาณเดือนมีนาคมไล่ไปจนปลายเดือนเมษายน เพราะเป็นช่วงแล้ง บวกกับก่อนหน้าแล้งมะนาวออกลูกช้าจึงทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยมาก เขาบอกว่าหากต้องการทำให้มะนาวออกพอดีกับช่วงแล้งควรจะต้องเริ่มทำประมาณเดือนกันยายน-ตุลาคม พอไปถึงเดือนมีนาคมจะเก็บได้พอดี

เขาแนะว่า เทคนิคสำคัญสำหรับควบคุมการออกดอก คือ ต้องสกัดน้ำให้อยู่ ด้วยการทำให้ในท้องร่องไม่มีน้ำเลย ควรใส่ปุ๋ยคอกที่โคนต้นมากๆ ไม่ว่าจะเป็นขี้หมู ขี้นก ใส่ได้ทั้งนั้น และควรใช้ปุ๋ยเม็ดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น พร้อมบอกอีกว่า ระยะเวลาเริ่มปลูกจนถึงเก็บผลผลิตต้องใช้เวลาประมาณ  2 ปี ยิ่งต้นสมบูรณ์และมีขนาดใหญ่ จะให้ลูกได้มาก

 

เวลาขาย จะขนส่งไปที่ปากคลองตลาด แล้วยังนำไปขายเองโดยตรงที่ตลาดดอนหวาย  เพราะมีลูกค้าประจำ ที่ติดใจในคุณภาพของมะนาว ซึ่งรับประกันคุณภาพน้ำมะนาว

“ปัญหาที่พบ คือ แมลงหนอนชอนใบ พวกโรคแคงเกอร์ที่น่ากลัวมาก ต้องถึงยาอย่างเดียวจึงเอาอยู่ และชอบมาในช่วงฤดูฝน ต้องระวังและให้สังเกตที่ใบตลอดเวลา มีบางพันธุ์ไม่ค่อยพบเป็นโรคแคงเกอร์ แต่มีข้อเสียคือ น้ำน้อย”

“แป้นรำไพ” และ “เอี่ยมเซ้ง”

ได้รับความนิยมดี

พี่จี๊ด บอกว่า พันธุ์มะนาวส่วนมากที่นิยม จะเป็นพันธุ์บ้านแพ้ว ซึ่งมีหลายพันธุ์ เช่น แป้นรำไพ หรือพันธุ์ตาโพ้ง ซึ่งชื่อบางพันธุ์จะถูกเรียกต่างกันตามที่มีคนเพาะ แต่ความจริงเป็นพันธุ์เดียวกัน

“หรืออย่างพันธุ์ที่ปลูกก็ไปซื้อมาจากคุณป้าที่นำมาจากดำเนินสะดวก เป็นพันธุ์ที่ตั้งชื่อตามคนเพาะ มีชื่อว่าพันธุ์ “เอี่ยมเซ้ง” แต่ที่คลองจินดาปลูกพันธุ์นี้กันมาหลายปีเพราะมีข้อดีคือแก่เร็ว ซึ่งก็เป็นจริงตามนั้นคือแก่เร็ว เปลือกบาง น้ำมาก เพียงแต่ลูกไม่ค่อยแป้นเท่าไร” เจ้าของสวนอธิบาย

คราวนี้มาถึงความสงสัยว่า ทำไม พี่จี๊ดจึงหันมาปลูกมะนาวแทนฝรั่ง ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ฝรั่งแป้นสีทองยังครองตลาดผู้บริโภคอยู่

ต้นทุนฝรั่งสูง หันมาลุยปลูกมะนาวแทน

ต้นทุนต่ำ รายได้ดีกว่า

เจ้าของสวนเผยว่า ถึงแม้ตลาดฝรั่งยังสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ แต่ที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลายปีมานี้ ต้นทุนการปลูกฝรั่งสูงมาก เขาบอกว่าเคยทำฝรั่งตั้งแต่ถุงพลาสติกที่ใช้ห่อ ลูกละ 500 บาท เดี๋ยวนี้ลูกละกว่า 1,000 บาท ยังมีค่ากระดาษห่อที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ค่าแรงคนงาน ค่าปุ๋ย ค่ายา และอื่นๆ ล้วนแต่เป็นเงินทั้งสิ้น ขณะที่ราคาฝรั่งยังทรง และมีแนวโน้มเริ่มทรุดบ้างแล้ว

ส่วนค่าใช้จ่ายการลงทุนมะนาว น้อยกว่าฝรั่งมาก และราคาดีกว่าด้วย มะนาวไม่มีค่าแรง กระดาษไม่ต้องใช้ เพียงแต่ข้อจำกัด คือ ใช้เวลานาน ดังนั้น คนปลูกจึงต้องใช้ความอดทน ที่สำคัญคนปลูกต้องเอาใจใส่อย่างเต็มที่ อย่ารอแต่หวังผลอย่างเดียว หากยิ่งปลูกในเนื้อที่มาก จะได้เงินทุกเดือน เพราะต้นทุนต่ำ

“ปลูกมะนาวไม่ค่อยเรื่องมาก เพียงฉีดยา ใส่ปุ๋ย แล้วรอเก็บ แต่ฝรั่งมีค่าแรงทุกวัน ตัวอย่างที่ปลูกฝรั่งอยู่มี 15 ไร่ จ่ายค่าแรง วันละ 2,000 บาท จ่ายทุกวัน ซึ่งหากคิดเฉพาะค่าแรงต้องเตรียมไว้แล้วเดือนละ 60,000 บาท ถ้าคิดกลับกันเงินก้อนเดียวกันนี้หากนำมาลงทุนทำมะนาวสัก 60 ไร่ สบายๆ แต่อาจมีจ่ายค่าแรงบ้างถ้าเก็บผลผลิตไม่ทัน” พี่จี๊ด กล่าว

การให้น้ำในช่วงหน้าแล้ง ต้องรดทุก 3 วัน หากเป็นช่วงอื่นพอปล่อยได้บ้าง พอถึงช่วงเข้าพรรษามีหลายคนแนะว่าควรสกัดน้ำในช่วงนี้ เป็นการสกัดด้วยการสูบน้ำออกให้หมดให้แห้งสนิท เพื่อปล่อยให้ดอกออก เหมือนเป็นการอั้นไว้ ครั้นพอฝนตกลงมาดอกจะออกเต็มไปหมด แล้วจะทำให้ได้ลูกดก แต่ผมยังไม่เคยทำ เพียงแต่ปล่อยให้น้ำแห้งแล้วใส่ปุ๋ย ใช้ฮอร์โมนเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้ผลดีเหมือนกัน

ปลูกกล้วย สร้างรายได้เพิ่ม

แถมให้ร่มเงามะนาวได้อย่างดี

ในพื้นที่ทั้งหมด 65 ไร่ พี่จี๊ดจัดแบ่งที่ดินออกเป็น 4 ส่วน เวลาจะปลูกไม้ผลชนิดใดก็จะปลูกเป็นส่วนสลับกัน เขาย้อนให้ฟังว่าเมื่อก่อนเคยปลูกพุทราจัมโบ้ เนื้อที่ 30 ไร่ ใช้เงินทุนสูงมาก ทำเพียง 2 ปีเลิก นอกจากนั้น ยังปลูกกล้วยหอม กล้วยไข่ จำนวนเนื้อที่ 18 ไร่ เพราะทำให้มีรายได้แทรกเข้ามาก่อนที่จะได้เงินจากมะนาว ที่สำคัญทำให้เกิดร่มเงา ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อมะนาว เพราะชอบเย็น ไม่ชอบร้อน

ทำกิ่งพันธุ์ไว้ขายด้วย

การปลูกมะนาวของพี่จี๊ดนอกจากเพื่อหวังผลแล้ว ยังมีการทำกิ่งพันธุ์ไว้จำหน่ายด้วย และบอกว่าการทำกิ่งพันธุ์จะทำไว้ช่วงที่ฝนเริ่มจะมา ใช้เวลาเดือนเดียวรากโผล่แล้ว โดยกิ่งพันธุ์ขายในราคา กิ่งละ 30 บาท หากต้องการจะต้องสั่งจองล่วงหน้าประมาณ 45 วัน

เจ้าของสวนเผยว่า มีแผนการปรับปรุงเกี่ยวกับการปลูกไม้ผลในอนาคตว่า ภายหลังจากที่มีการทดลองปลูกมะนาวมาแล้วปรากฏทุกอย่างลงตัว ดังนั้นต่อจากนี้จะเป็นการดันมะนาวให้เต็มตัว แต่รอให้ฝรั่งรุ่นที่ปลูกอยู่แล้วตายก่อน และได้เริ่มปลูกมะนาวแซมไปกับฝรั่งแล้ว ดังนั้นพอฝรั่งยืนต้นตาย ก็สามารถใช้มะนาวแทนที่ได้ทันที  ไม่เพียงนั้นจะลงกล้วย และพืชชนิดอื่นแทรกเสริมเข้าไปด้วย

เรียนรู้ด้วยประสบการณ์

สร้างความชำนาญด้วยตัวเอง

พี่จี๊ด คุยให้ฟังว่า ความที่ไม่เคยปลูกมะนาวมาก่อน ทำให้ไม่มีความรู้ด้านนี้มากนัก แต่จะใช้ประสบการณ์เป็นครู  ต้องอาศัยลองทำหลายอย่างด้วยตัวเอง และที่ผ่านมาพบว่า สามารถประสบความสำเร็จได้อย่างดีด้วยวิธีการที่เราคิด อย่างที่เห็น คือลองปลูกต้นมะนาวบนโคกดิน เจริญเติบโตดี และให้ผลผลิตได้ทั้งที่ยังมีอายุประมาณ 11 เดือน เท่านั้น

“หรือแม้แต่มีเทคนิคการทำให้มะนาวมีทรงต้นพุ่มใหญ่ด้วยการตัดต้นแม่ทิ้ง เมื่อมีกระโดงที่แข็งแรงแล้ว เทคนิคและวิธีการเหล่านี้ล้วนแต่ต้องลองผิดลองถูกมาก่อนทั้งนั้น การไปขอความรู้จากคนอื่นดูเหมือนเป็นเรื่องยากสักหน่อย” เจ้าของสวน กล่าวทิ้งท้าย

จริงครับ เพราะได้มาเห็นด้วยตัวเอง จึงพบว่าชายคนนี้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ไม่ว่าเขาจะจับอะไรไปปลูก ดูเหมือนประสบความสำเร็จไปเสียทุกอย่าง คุ้มไม่คุ้มก็เป็นอีกเรื่อง และไม่ใช่แค่ได้ปลูกนะ แต่ปลูกได้ชนิดถ้าให้คะแนนต้องเต็มสิบเท่านั้น อย่างที่เขาได้ตอนต้นสะเดามัน ใช้เวลาเพียงแค่ 20 วัน รากโผล่แล้ว

หากใครสนใจอยากมาเที่ยวชมสวนไม้ผลหลายอย่าง ที่พี่จี๊ดปลูกไว้ หรือมาขอความรู้เกี่ยวกับการปลูกไม้ผล เจ้าของสวนยินดีต้อนรับ

ครั้นพอมาถึงแล้วอยากได้ต้นพันธุ์ไปปลูกสักหน่อย ก็ต้องเจรจากับเจ้าของสวนเอง เพราะเขาบอกมาว่าใครต้องการต้นพันธุ์มะนาวต้องสั่งจองล่วงหน้า จึงแนะว่าควรโทรศัพท์ไปก่อนเพื่อป้องกันความผิดหวัง

สอบถามเส้นทางโดยตรงได้ที่พี่จี๊ด โทร. 089-890-4629 หรือ 089-217-1664 และ 081-491-7843

บทความก่อนหน้านี้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 500 นักวิทย์ฯ บุกพบนายก ยื่นสมุดปกขาว
บทความถัดไปกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ พลิกแผ่นดินอีสานสู่ 4.0 คลอด 5 ยุทธศาสตร์ แก้ปัญหาสะสม