“ต้นมะขาม” ไม้มงคล ในงานพระเมรุมาศ

“ต้นมะขาม” เป็นสัญลักษณ์คู่กันกับสนามหลวงมาตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้ปลูกต้นมะขามโดยรอบทุ่งพระเมรุ (สนามหลวง) จำนวน 365 ต้น โดยปลูก 2 แถว วัดจากถนน 3 เมตร ปลูกแถวหนึ่ง เว้น 1.50 เมตร ปลูกอีกแถวหนึ่ง ระยะห่างแต่ละต้น 7 เมตร เพื่อให้เกิดความร่มรื่น ยุคต่อมามีการปลูกต้นมะขามรอบสนามหลวงเพิ่มขึ้นเป็น 783 ต้น จนถึงปัจจุบันต้นมะขามที่สนามหลวงมีอายุร้อยกว่าปีแล้ว

“ต้นมะขาม” ในงานพระเมรุมาศ

ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2560 กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เริ่มขุดย้ายต้นมะขาม 50 ต้น ออกจากสนามหลวง ก่อนนำไปอนุบาลที่สวนนงนุช จังหวัดชลบุรี เป็นการชั่วคราว เพื่อเปิดพื้นที่ให้กรมศิลปากรนำรถเข้ามาขนย้ายอุปกรณ์สร้างพระเมรุมาศ ในพระราชพิธีถวายเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้ หลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธี ก็จะนำต้นมะขามย้ายกลับมาปลูกที่เดิมเช่นเดียวกับทุกครั้งที่มีการจัดงานพระเมรุมาศในบริเวณมณฑลพิธีท้องสนาม

คุณกัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุช พัทยา ซึ่งทำหน้าที่ดูแลตกแต่งภูมิทัศน์รอบพระเมรุมาศในครั้งนี้กล่าวว่า ทางสวนนงนุชตระหนักถึงคุณค่าสำคัญของ “ต้นมะขาม” ว่าเป็นสัญลักษณ์คู่กันกับสนามหลวง และต้นมะขามเหล่านี้ยังมีบทบาทสำคัญที่ช่วยเสริมภูมิทัศน์ในงานพระราชพิธีครั้งนี้ให้เกิดความสมบูรณ์สวยงามเช่นกัน ทางสวนนงนุชจึงได้ร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ดูแลตัดแต่งกิ่งก้านต้นมะขามที่อยู่รอบสนามหลวงให้มีสภาพสวยงาม ก่อนเริ่มงานพระราชพิธีในวันที่ 26 ตุลาคม นี้

นอกจากนี้ สำนักพระราชวัง ยังได้มอบหมายให้ บริษัท คอร์เดีย จำกัด ซึ่งดูแลตกแต่งภูมิทัศน์รอบพระเมรุมาศในครั้งนี้ จัดหา “ต้นมะขาม” มาปลูกในกระถาง วางประดับนอกรั้วราชวัติ ฝั่งถนนพระมหาธาตุ และฝั่งศาลฎีกา เพราะคติความเชื่อของคนไทยแต่สมัยโบราณ รวมทั้งในตำราพรหมชาติฉบับหลวง เชื่อว่า “ต้นมะขาม” เป็นไม้ที่มีชื่อเป็น “มงคลนาม” นิยมปลูกไว้ทางทิศตะวันตก (ประจิม) ของบ้าน เพื่อป้องกันสิ่งไม่ดี ไม่ให้เข้ามากล้ำกราย และเสริมอำนาจบารมีให้คนเกรงขาม ศัตรูจะทำอันตรายไม่ได้

คุณไพฑูรย์ น้อยคำมูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอร์เดีย จำกัด เปิดเผยว่า ทางบริษัทได้จัดหาต้นมะขาม ความสูง 5-6 เมตร มาปลูกใส่กระถางลายคำ พร้อมปลูกต้นไอริสดอกเหลืองใต้ต้นมะขาม จำนวน 5 กระถาง วางประดับตกแต่งนอกรั้วราชวัติฝั่งศาลฎีกา และวางด้านหลังพระที่นั่งทรงธรรม ฝั่งถนนพระธาตุ จำนวน 3 กระถาง

ต้นมะขามฝั่งศาลฏีกา

นอกจากนี้ สำนักพระราชวัง ได้มอบหมายทางบริษัทจัดทำแปลงปลูกผักสวนครัวเพิ่มขึ้นเป็น 2 จุด บริเวณนอกรั้วราชวัติด้านทิศเหนือ เพื่อเป็นแปลงสาธิตการปลูกพืชผักแบบผสมผสานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้ประชาชนคนไทยได้ศึกษาเรียนรู้และนำองค์ความรู้นี้ไปใช้ดำเนินชีวิตตามหลัก “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ในอนาคต

สำหรับแปลงปลูกผักสวนครัว จุดแรก อยู่ติดกับคันนา เลข ๙ เน้นปลูกพืชผักสวนครัวประเภทไม้เลื้อย เช่น ถั่วฝักยาว มะเขือเทศ มะระขี้นก ถั่วพู ฝักแม้ว พริก ผักขจร รวมทั้งพืชผักจากโครงการหลวง เช่น ผักกะหล่ำ กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค จุดที่สอง คือ บริเวณด้านข้างและด้านหลัง “พลับพลายก” เนื้อที่ประมาณ 35 เมตร ทางบริษัทได้ทำแปลงปลูกผักสวนครัวที่เติบโตภายใต้ร่มเงาได้ เช่น ต้นชะพลู พริก มะเขือ ขิง ข่า ตะไคร้ รวมทั้งพืชผักจากโครงการหลวง

แปลงผักสวนครัวข้างพลับพลายก

คุณไพฑูรย์ กล่าวว่า บริษัทได้จัดหาพรรณไม้มาประดับตกแต่งภูมิทัศน์รอบพระเมรุมาศเสร็จสมบูรณ์แล้ว และจัดทีมงาน จำนวน 10 คน เข้าไปดูแลให้น้ำต้นไม้และตัดแต่งกิ่งใบให้สวยสมบูรณ์ จนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน ซึ่งสำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าชมนิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” ในมณฑลพิธีท้องสนามหลวง

บทความก่อนหน้านี้กยท. ร่วมกับ ธ.ก.ส. จัดสัมมนาการพัฒนาด้านธุรกิจ และเทคโนโลยีสำหรับสถาบันเกษตรกรและผู้ประกอบกิจการ กลุ่มผลิตภัณฑ์ยางพารา
บทความถัดไป“แก้มลิง” ป้องกันน้ำท่วมพระเมรุมาศได้