กะพงมาเลย์ ทะลักไทย! เกษตรกรอ่วม เพิ่งเคยเจอกิโลฯ ละ 60 บาท วอนรัฐแก้วิกฤต

จากสถานการณ์ปลากะพงราคาตกต่ำที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา โดยแต่เดิมเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงเคยขายได้ราคากิโลกรัมละ 130 – 140 บาทขึ้นไป (ขึ้นอยู่กับไซด์หรือขนาดความต้องการของตลาด) จนกระทั่งตั้งแต่เมื่อประมาณต้นเดือนที่ผ่านมา กลับพบว่าราคาปลากะพงจากฟาร์มเพาะเลี้ยงตกลงมาอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 60 – 80 บาท ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลากะพง ซึ่งถือเป็นผู้ผลิตต้นทางเป็นอย่างมาก

นายปราโมทย์ มงคลชีวะ อายุ 56 ปี สมาชิกกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ผู้เพาะเลี้ยงปลากะพง และประกอบอาชีพการเพาะเลี้ยงปลากะพงบนเนื้อที่กว่า 40 ไร่ มานาน 3 – 4 ปี บอกว่า ปีนี้ราคาปลากะพงตกต่ำมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทำให้เกษตรกรที่เคยเพาะเลี้ยงปลากะพงเพียงอย่างเดียว เพื่อการจำหน่ายให้กับตลาด ต้องหาทางรอดด้วยการเปลี่ยนมาเป็นการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำประเภทอื่นควบคู่ไปด้วย เช่น กุ้ง หอย ปู และ ปลาอื่นๆ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังต้องมีการเรียนรู้เรื่องของการนำสัตว์น้ำที่เลี้ยงไว้ไปแปรรูป เพื่อจะได้มีช่องทางการตลาดมากยิ่งขึ้น ส่วนเรื่องของอาหารก็ต้องให้แบบธรรมชาติมากขึ้น เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิต เพราะหากเพาะเลี้ยงปลากะพงในรูปแบบที่มุ่งเน้นการให้อาหารหรือดูแลรักษาเพื่อการค้าอย่างเช่นในอดีตนั้น ก็จะทำให้เกษตรกรเกิดภาวะขาดทุนไม่สามารถที่จะเพาะเลี้ยงต่อไปได้อีก

เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลากะพงยังบอกอีกว่า ทุกวันนี้แม้ราคาปลากะพงจากต้นทางจะตกต่ำลงอย่างน่าใจหาย แต่กลับพบว่าราคาปลากะพงที่จำหน่ายในตลาดและตามร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ นั้น ก็ไม่ได้ลดลงเลย 

ส่วนสาเหตุที่ทำให้ราคาปลากะพง (ต้นทาง) ในประเทศไทยตกต่ำลงนั้น ทางตนเองก็ไม่แน่ใจว่าสาเหตุที่ชัดเจนเกิดจากอะไร แต่เท่าที่วิเคราะห์เบื้องต้นน่าจะมาจากนำเข้าปลากะพงจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะจากประเทศมาเลเซีย ที่พบว่ามีอยู่ในตลาดของไทยอย่างล้นหลาม จึงส่งผลกระทบต่อราคาปลากะพงที่มาจากฟาร์มของเกษตรกรไทยนั่นเอง

ดังนั้น จึงอยากให้รัฐบาลหันมาช่วยเกษตรกรไทยด้วยการเพิ่มมาตรการลดการนำเข้าปลากะพงจากต่างประเทศ เพื่อให้ราคาปลากะพงของเกษตรกรไทยขยับขึ้นได้อีก แล้วเกษตรกรไทยผู้เพาะเลี้ยงปลากะพงจะได้คงอยู่ต่อไป

บทความก่อนหน้านี้ทำความรู้จัก ‘เชฟอ๊อฟ – ณัฐวุฒิ ธรรมพันธุ์’ แห่งร้านวังหิ่งห้อย แชมป์อันดับ 1 ‘The Next Iron Chef Thailand 2019’
บทความถัดไปเอสซีจี ร่วมกับ กนอ. และ 34 พันธมิตร ผนึกกำลังจิตอาสากว่า 4,500 คน เก็บขยะชายหาด จ.ระยอง ในวันอนุรักษ์ชายฝั่งสากล ปีที่ 17 มุ่งแก้ปัญหาขยะในทะเลอย่างยั่งยืน