เลขาธิการ ส.ป.ก. และรองเลขาธิการ ส.ป.ก. ร่วมรับฟัง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัด Talk Show “เหลียวหลังแลหน้า 130 ปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สู่ Next Normal”

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2565 เวลา 13.30 น. ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พร้อมด้วย นายเอกพงศ์ น้อยสร้าง รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ร่วมรับฟัง ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึง ประวัติความเป็นมาและการวางรากฐานการทำงานปัจจุบันและในอนาคต ตั้งเป้าผลักดันให้ไทยเป็น 1 ใน 7 ประเทศสำคัญของผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปมูลค่าสูงของโลกภายในปี พ.ศ. 2580ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานจัดกิจกรรมเหลียวหลังแลหน้า 130 ปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สู่ Next Normal ผ่านการเล่าเรื่อง (Talk Show) โดยได้บอกเล่าเรื่องราวถึงประวัติความเป็นมาของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นับตั้งแต่เริ่มการก่อตั้งในปีพุทธศักราช 2435 จวบจนถึงปัจจุบัน ปีพุทธศักราช 2565 เหตุการณ์และนโยบายที่สำคัญ การขับเคลื่อนภาคเกษตรอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นการวางรากฐานการทำงานของกระทรวงรองรับความปกติใหม่ (New Normal) ปัจจุบันและในอนาคต ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 115
ในโอกาส การครบรอบก่อตั้ง 130 ปี ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งตรงกับวันที่ 1 เมษายน ของทุกปี ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เน้นย้ำว่า การขับเคลื่อนภาคเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในยุค Next Normal ยังคงต้องมุ่งเน้นเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติที่ต้องการให้ “ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญด้านการผลิตและการค้าสินค้าเกษตรในเวทีโลก”โดยจะผลักดันให้ไทยเป็น 1 ใน 7 ประเทศสำคัญของผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปมูลค่าสูงของโลกภายในปี พ.ศ. 2580 (ครบ 20 ปี ยุทธศาสตร์ชาติและครบ 145 ปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์) ซึ่งต้องเผชิญกับความท้าทายให้ภาคเกษตรต้องปรับตัวในยุค Next Normal ทั้งการผลิตต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และต้องผลักดันการแปรรูปมูลค่าสูงใช้การตลาดสมัยใหม่ หรือ “การตลาด 5.0”

อนึ่ง จากข้อมูลสำคัญของภาคการเกษตรในช่วงปี 2562 – 2564 พบว่าในปี 2564 ที่ผ่านมา ไทยมีพื้นที่เกษตรกรรม จำนวน 149.25 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ชลประทาน 34.88 ล้านไร่ มีครัวเรือนเกษตรกร 8,037,722 ครัวเรือน เป็น Smart Farmer 506,078 ราย เป็น Young Smart Farmer 18,215 ราย มีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์สูงถึง 1,498,394 ล้านบาท และมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคเกษตร 1,383,020 ล้านบาท

ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ตอบโจทย์ได้ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการขับเคลื่อนภาคการเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง และพร้อมจะผลักดันให้มีการพัฒนาต่อไป ในอนาคตกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังคงต้องปรับตัวในการทำงานให้ครอบคลุมทุกด้าน ทั้งการพัฒนาบุคลากรของกระทรวงอย่างเป็นระบบครบวงจร การพัฒนากระบวนการขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวง การผลักดันการวิจัยและนวัตกรรมเกษตร และยกระดับความร่วมมือเครือข่ายการพัฒนาภาคเกษตรจากทุกภาคส่วน

ตลอดระยะเวลา 130 ปี ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนภาคการเกษตรของประเทศ เร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรในทุกสาขาอาชีพการเกษตร เพื่อทำนุบำรุงส่งเสริม พัฒนา และสร้างความเข็มแข็งต่อภาคเกษตรกรรม โดยมุ่งหมายความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของเกษตรกร ส่งเสริมเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ และมุ่งเน้นการพัฒนาองค์กร เพื่อกำหนดนโยบาย โครงการ มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรให้ครอบคลุมทุกมิติอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวสู่ยุค Next Normal ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำพาความอุดมสมบูรณ์แก่แผ่นดินและผืนน้ำของประเทศไทยต่อไป