มะตูม ผลไม้สมุนไพร

ผลไม้ไทยเป็นผลไม้ที่ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติยอมรับในเรื่องของรสชาติ คุณประโยชน์ และสรรพคุณ ปัจจุบัน ผลไม้ไทยเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ มีการส่งเสริมการผลิตเพื่อให้ได้ผลผลิตที่เพียงพอกับความต้องการของตลาดทั้งในและนอกประเทศ แต่ข้อเสียของการขยายตลาดของผลไม้ไทยสู่ต่างประเทศก็คือ ทำให้คนไทยได้กินผลไม้ที่มีคุณภาพด้อยลง ทั้งความอร่อย ความสวย ความสด และความสมบูรณ์ของผลไม้ เพราะผลไม้คุณภาพที่ดีนั้นถูกตีตราส่งออกไปหมด ยิ่งถ้าเป็นผลไม้นอกฤดูกาลก็ยิ่งหากินยากและราคาแพงสุดๆ บางชนิดแพงกว่าผลไม้จากต่างประเทศที่มีการส่งเข้ามาในประเทศไทย

นอกจากผลไม้ไทยจะถูกส่งออกไปยังต่างประเทศแล้ว ผลไม้ไทยยังถูกส่งไปยังโรงงานแปรรูปอาหารอีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะโรงงานอาหารกระป๋อง และผลไม้กระป๋อง

ผลไม้ไทยนอกจากนำไปแปรรูปเป็นอาหารกระป๋องแล้ว ยังนำไปแปรรูปเป็นน้ำผลไม้อีกด้วย ซึ่งตลาดน้ำผลไม้ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเช่นกัน มีทั้งน้ำผลไม้ในรูปขวด กระป๋อง และกล่องดีบุก พร้อมทั้งมีรูปลักษณ์ของบรรจุภัณฑ์ที่น่าสนใจดูสวยงาม แต่การทำน้ำผลไม้นั้น ส่วนมากจะมีการแข่งขันกันในเรื่องของรสชาติและความเข้มข้นของน้ำผลไม้นั้นๆ เพราะน้ำผลไม้สำเร็จรูปที่มีวางขายกันในท้องตลาดนั้น ส่วนมากมักจะผสมน้ำตาลหรือกรดบางอย่าง เพื่อเพิ่มกลิ่น รสชาติ และสีของน้ำผลไม้ บางยี่ห้อก็ระบุว่า เป็นน้ำผลไม้ 100 เปอร์เซ็นต์ บางยี่ห้อ 40 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอย่างต่ำจะเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ แต่สิ่งที่สำคัญ คือ เรื่องของรสชาติที่อร่อยถูกปากของผู้ซื้อ จึงทำให้ได้รับความนิยมมากขึ้น

น้ำผลไม้ไทย จะมีทั้งน้ำผลไม้ที่ได้จากผลไม้ไทยและผลไม้ต่างประเทศ เช่น น้ำแอปเปิ้ล น้ำองุ่น เสาวรส (กะทกรกฝรั่ง) หรือน้ำผลไม้ที่ได้จากผลไม้จากจีน ซึ่งรวมทั้งดอกไม้ และใบไม้ด้วย รวมทั้งยังมีน้ำสมุนไพรอีกหลายๆ ชนิด

คนโบราณท่านนิยมกินมะตูม ทั้งใช้เป็นของหวาน ยารักษาโรค และเครื่องดื่ม รวมทั้งกินผลสุก

มะตูม ผลไม้สมุนไพร

มะตูม เป็นผลไม้สมุนไพรไทยที่น่าสนใจมากอีกชนิดหนึ่ง ดูเหมือนว่าจะเลือนหายไปจากความทรงจำของผู้บริโภคน้ำผลไม้ไปแล้ว อาจจะด้วยเพราะหากินได้ยาก เนื่องจากมะตูมเป็นผลไม้ที่ได้จากต้นมะตูมในป่าที่ขึ้นเองตามธรรมชาติเท่านั้น ไม่มีการปลูกเป็นไร่ เป็นสวนมะตูมเหมือนผลไม้ชนิดอื่นๆ

ในสมัยก่อนมีมะตูม มะขวิด วางขายและหากินได้ง่าย ต่อมาไม่ค่อยมีคนเอามาขาย ยิ่งในสมัยปัจจุบันนี้จะหามะตูมสุกในตลาดนั้นยากยิ่งนัก ส่วนที่พอจะหาได้ก็แปรรูปเป็นมะตูมเชื่อมไปเสียหมดแล้ว

คนโบราณในสมัยก่อนท่านนิยมกินมะตูม ทั้งใช้เป็นของหวาน ยารักษาโรค และเครื่องดื่ม รวมทั้งกินผลสุก (ผลดิบกินไม่ได้ เพราะมีรสฝาด ส่วนมากจะนำไปฝานเป็นแว่นๆ แล้วนำไปตากแดดให้แห้ง เก็บไว้ต้มกินแทนน้ำชาได้)

มะตูมดิบฝานเป็นแว่นๆ ตากแดดให้แห้ง ได้มะตูมแห้งที่มีผิวมันๆ เก็บใส่ขวดโหล นำมาย่างไฟให้มีกลิ่น

ประวัติ มะตูม

มะตูม เป็นผลไม้ที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดีย และจัดเป็นพันธุ์ไม้มงคลประจำจังหวัดชัยนาท นอกจากนี้ มะตูมยังถือว่าเป็นพันธุ์ไม้มงคลของศาสนาฮินดู ซึ่งได้มีการนิยมปลูกกันมาก เพราะถือว่าเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของพระศิวะ ในขณะที่บ้านเรานั้นมีความเชื่อเกี่ยวกับใบมะตูม ว่ามันสามารถนำมาใช้ในการป้องกันเหล่าภูติผีปีศาจได้ และที่สำคัญมะตูมถือเป็นผลไม้ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ อีกทั้งยังจัดเป็นยาสมุนไพรได้อีกด้วย

มะตูม มีประวัติและบันทึกที่น่าเชื่อถือว่า เป็นผลไม้ที่ถือกำเนิดมาจากประเทศอินเดีย เข้ามาแพร่หลายในประเทศไทยในช่วงที่มีการเผยแพร่พุทธศาสนา เพราะถือว่าเป็นไม้มงคล ซึ่งชาวอินเดียนั้นยกย่องมะตูมว่ามีความศักดิ์สิทธิ์เทียบเท่ากับต้นโพธิ์

มะตูมเชื่อม แม้จะผ่านความร้อน แต่สรรพคุณก็ไม่สลาย สารที่ช่วยย่อยอาหารและรักษาโรคก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม

มะตูม มีส่วนสัมพันธ์กับศาสนาพราหมณ์ เพราะในพิธีสำคัญของศาสนาพราหมณ์ จะกำหนดให้นำใบมะตูมมาทัดหู เช่น ในงานพิธีอภิเษกสมรสพระราชทาน ในพิธีราชาภิเษก ใช้พรมน้ำมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล สำหรับในประเทศอินเดียนั้นจะพบต้นมะตูมปลูกอยู่ในวัด เช่นเดียวกับต้นโพธิ์ที่มีปลูกอยู่ตามวัดในประเทศไทยเช่นกัน

คนอินเดียมักนิยมปลูกต้นมะตูมเพื่อเอาไว้กินผลสุก และใช้ในการบูชาพระศิวะเมื่อต้องการขอพร ชาวอินเดียถือว่าต้นมะตูมเป็นต้นไม้วิเศษที่สามารถใช้ได้ทั้งเปลือก ราก ใบ และผล

มะตูม จัดเป็นไม้ยืนต้น ขึ้นอยู่ตามป่าเบญจพรรณ ลำต้นแข็งแรง พบมากตามป่าเขา มีทั่วทุกภาคของประเทศไทย ชาวอินเดียส่วนมากจะรู้จักมะตูมดี เพราะมะตูมมีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดีย และยังมีฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย

ทางภาคเหนือ เรียกมะตูมว่า มะบิน ทางภาคใต้ เรียกมะตูมว่า ตูม หรือบางทีก็เรียกว่า ตุ่มตัง หรือมะตูม แต่ในทางภาคใต้บางจังหวัด เช่น ปัตตานี เรียกมะตูมว่า กะทันตาเถร ทางภาคกลาง เรียกเช่นเดียวกับทางภาคใต้ เรียกว่า มะตูม ทางภาคอีสาน เรียกว่า บักตูม สำหรับภาษาเขมร เรียกมะตูมว่า พะโนงค์ ส่วนกะเหรี่ยง เรียกว่า  มะปิล่า

มะตูม ยังพบว่าแพร่หลายในศรีลังกา และออสเตรเลีย มะตูมเป็นพืชที่ปลูกง่าย ไม่ต้องดูแลมากนัก และไม่ต้องหมั่นรดน้ำก็สามารถอยู่รอดได้ มะตูมเป็นพืชที่ชอบอากาศร้อน มักขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ และเจริญเติบโตได้ดี พบได้ในป่าโปร่ง ป่าเบญจพรรณ พื้นที่แห้งทั่วไป จัดเป็นพันธุ์ไม้กลางแจ้ง ทนต่อความร้อน ดอกมีสีขาวสวย กลิ่นหอมเย็นเหมือนดอกปีบ ลำต้นสูงประมาณไม่เกิน 5 เมตร

มะตูมเชื่อม แม้จะผ่านความร้อน แต่สรรพคุณก็ไม่สลาย สารที่ช่วยย่อยอาหารและรักษาโรคก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม

 

สรรพคุณสารพัด ของ มะตูม

คนโบราณนิยมดื่มน้ำมะตูม เพราะมีกลิ่นหอมเย็นชื่นใจ แก้กระหาย วิธีการทำน้ำมะตูมนั้นไม่ยุ่งยาก สำคัญคือต้องหามะตูมดิบให้ได้เป็นเรื่องที่ยากกว่า

ขั้นแรก ต้องนำมะตูมดิบมาฝานให้เป็นแว่นๆ ใช้มะตูมแก่ แต่ไม่แก่จัดถึงขนาดเปลือกแข็งเฉือนไม่เข้า เมื่อฝานเสร็จแล้วให้นำไปตากแดดให้แห้งจะได้มะตูมแห้งที่มีผิวมันๆ เพราะยางของมะตูมจะเคลือบผิวไว้ เสร็จแล้วให้เก็บใส่ขวดโหล ปิดฝาให้มิดชิด จากนั้นให้นำมาคั่วหรือย่างไฟอีกครั้ง เพื่อให้มีกลิ่นหอม เวลาต้มตั้งน้ำให้เดือด ใส่มะตูมลงไปสัก 2-3 ชิ้น ต่อน้ำ 1 แก้ว ต้มให้เดือด 10-15 นาที แล้วเอามะตูมออก บีบให้สะเด็ดน้ำ นำไปตากแดดให้แห้ง สามารถนำมาชงใหม่ได้อีก

ในการทำชามะตูม ให้นำมะตูมตากแห้งมาบดให้ละเอียด แล้วชงเหมือนใบชา ใส่น้ำตาลเพื่อเพิ่มรสชาติก็ได้

น้ำมะตูม แก้กระหาย แก้ร้อนใน รักษาโรคท้องเสียเรื้อรัง บิด ลำไส้อักเสบ คนโบราณจึงดื่มน้ำมะตูมเพื่อใช้รักษาธาตุเป็นประจำ

มะตูมสุก สำหรับประโยชน์ที่ได้จากการกินเนื้อของมะตูมสุก นอกจากจะได้รสชาติหวาน อร่อยแล้ว ยังมีกลิ่นหอมเย็น สรรพคุณแก้โรค ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องเสีย

มะตูมเชื่อม กวน หรือแช่อิ่ม แม้ว่าจะผ่านความร้อน แต่สรรพคุณก็ยังไม่สลายไป สำหรับสารที่ช่วยย่อยอาหารและรักษาโรคนั้นก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม

โบราณท่านจะปั้นมะตูมกวนเป็นลูกกลอนผสมน้ำผึ้ง เก็บใส่ขวดโหลไว้กิน แก้ปวดท้อง และท้องเสีย

ใบมะตูมสดๆ เอามาคั้นน้ำใช้แก้หวัด หลอดลมอักเสบ เยื่อตาอักเสบ ตาบวม (ตำรานี้มาจากอินเดีย) สำหรับใบอ่อนและยอดอ่อนใช้กินเป็นผักสด กินกับน้ำพริก ลาบ และข้าวยำ

รากมะตูม และดอก นำมาบดหรือคั่วให้เหลือง นำมาคั้นผสมกับเหล้าขาว แก้ลมจุกเสียด แน่นหน้าอก แก้ระดูขาว (ตกขาวในผู้หญิง)

มะตูม นอกจากเป็นของหวานอร่อยลิ้นแล้ว ยังสามารถรักษาสุขภาพ กระเพาะ ลำไส้ ได้อย่างมีสรรพคุณจริงๆ และนอกจากจะใช้เป็นยาสมุนไพรแล้ว ยังใช้เป็นไม้มงคลได้อีกด้วย

เมื่อท่านได้รู้ถึงคุณประโยชน์ของมะตูมบ้างแล้ว ก็ขอแนะนำให้ท่านหามะตูมมาปลูกไว้สักต้น นอกจากมะตูมจะเป็นยารักษาโรคได้แล้ว ยังเป็นสิริมงคลแก่บ้านท่านอีกด้วย

 

บทความก่อนหน้านี้หนุ่มราชบุรี ปลูก “กุยช่าย” แบบแจ๊คพ็อต สร้างรายได้ดีคูณสาม
บทความถัดไปวิลัย รัตนวัน สู้ไม่ถอย ลงทุนหลายแสน เจาะชั้นหินภูเขาไฟหาแหล่งน้ำ เพื่อ สวนทุเรียนภูเขาไฟ ศรีสะเกษ