เกษตรกรนครศรีธรรมราช ปลูกไผ่สร้างรายได้ พัฒนาอาชีพจากรุ่นสู่รุ่น

เกษตรกร ตำบลป่าระกำ อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ปลูกต้นไผ่สร้างรายได้และสามารถพัฒนาเป็นอาชีพจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้กลุ่มลูกค้าที่เข้ามารับซื้อต่างพากันชื่นชมในความพยายาม นอกจากนี้ ยังบรรลุผลสำเร็จเกี่ยวกับการแปรรูปไม้ไผ่เจาะตลาดการขายให้กับคนรุ่นใหม่

คุณปริชมน หาญเผชิญโชค เกษตรตำบลป่าระกำ เล่าก่อนที่จะมารู้จักกับเกษตรกรที่เริ่มจากการพูดคุยกับเกษตรกร ซึ่งในช่วงแรกก็ไม่ได้มีการสนับสนุนอะไรเลย แต่พอมาเห็นว่าที่บ้านของ คุณสำราญ อภัยกาวี มีการทำกิจกรรมมากมายหลายอย่าง ก็ได้เชิญคุณสำราญ เข้าไปเป็นวิทยากรอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกร ภายใต้ชื่อโครงการ สวนสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร ซึ่งมีเป้าหมายที่สำคัญก็คือ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร

คุณปริชมน หาญเผชิญโชค เกษตรตำบลป่าระกำ

ส่วนสาเหตุที่ตัดสินใจเลือกคุณสำราญ เพราะว่าเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งและพร้อมที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกร หลังจากนั้นมา ทางด้านเกษตรตำบลป่าระกำร่วมกับทางเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราชให้การสนับสนุนมาโดยตลอด ทั้งนี้ เพื่อชักชวนคนในพื้นที่และต่างพื้นเข้ามาเที่ยวเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่มีอาชีพและรายได้ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้อีกด้วย

“ช่วงแรกก็ไม่มีการสนับสนุนอะไรเลย แต่พอมาเห็นมีการทำอาชีพนี้ขึ้นมาก็อยากจะส่งเสริมให้ชาวบ้านมีความรู้ความเข้าใจ ในการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ก็เลยเชิญคุณสำราญ ไปเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้กับชาวบ้าน ผลตอบรับจากชาวบ้านก็ดี ทำให้ทางเกษตรตำบลและเกษตรจังหวัดเข้ามาส่งเสริมในเชิงการท่องเที่ยวเพื่อให้เกษตรกรมีงานทำ” คุณปริชมน บอก

คุณสำราญ อาภัยกาวี

ด้านคุณสำราญ อาภัยกาวี เจ้าของสวนไผ่ บ้านเลขที่ 46/2 หมู่ที่ 8 ตำบลป่าระกำ อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เล่าว่า เดิมตนเองมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดแพร่ จนกระทั่งได้มีครอบครัวเป็นคนที่นี่จึงต้องมาอาศัยอยู่ที่บ้านภรรยา ที่ตำบลป่าระกำ อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งในช่วงที่ตนเองมาอาศัยอยู่ที่นี่ก็ได้สังเกตเห็นว่าในพื้นที่อำเภอปากพนังส่วนใหญ่ไม่มีในเรื่องของผลผลิตทางการเกษตร จึงตัดสินใจกลับไปที่จังหวัดแพร่เพื่อไปนำไม้ข้าวหลามกาบแดงมาขาย เนื่องจากเห็นว่าในพื้นที่อำเภอปากพนังส่วนใหญ่มีการขายข้าวหลามทุกปี กลายเป็นที่มาของการปลูกไม้ไผ่ข้าวหลามกาบแดงและขยายพันธุ์ไม้ไผ่ข้าวหลามกาบแดง

ในการปลูกนั้นใช้พื้นที่ไป 15 ไร่เศษ ช่วงแรกๆ ที่ปลูกไผ่โตสมบูรณ์ดี เพราะว่ามีการรดน้ำใส่ปุ๋ยและดูแลทุกวัน จนสามารถเก็บไปขายได้ แต่พอมาถึงระยะหลังๆ สังเกตเห็นว่าต้นไผ่เริ่มโตไม่เป็นปกติเหมือนกับช่วงแรกที่เริ่มปลูก จึงหาวิธีด้วยการนำไม้สัก ไม้ตะเคียนมาปลูกในบริเวณใกล้ๆ กับต้นไผ่ ซึ่งเหตุผลที่ทำวิธีนี้ก็เพื่อที่จะรักษาผลผลิตนั่นเอง

สวนไผ่

“เป็นการปลูกที่มีการผสมผสานพันธุ์ไม้หลากหลายชนิด เพื่อที่จะสร้างรายได้ด้วยการขายหน่อไม้ และลำไม้ไผ่ ซึ่งถ้าให้ต้องพึ่งหวังจากต้นไม้ใหญ่ อย่างไม้สัก ไม้ตะเคียน ก็คงต้องรออีกนาน ต่อมาก็ได้มีกระแสไม้ไผ่ที่ขายดีมาตลอด เลยเริ่มจริงจังทั้งในการปลูกและดูแลอย่างเต็มที่ จนต้องมาทำอาชีพปลูกไผ่ขายมาจนถึงวันนี้” คุณสำราญ เล่าให้ฟัง

ไผ่จะโตดีมีวิธีการดูแลดังนี้

การดูแลไผ่ที่ปลูกนั้น คุณสำราญ บอกว่า ดูไปเรื่อยๆ เพราะว่าต้นไผ่ถือเป็นไม้พุ่มที่ไม่ต้องดูแลอะไรมากมายเหมือนไม้อื่นๆ ซึ่งขั้นตอนแรกในการปลูกนั้น เริ่มที่การหาพื้นที่ในการปลูกที่คิดว่าเหมาะสมที่สุด จากนั้นยกร่องให้สูงเพราะว่าพื้นที่ทางภาคใต้จะมีฝนตกบ่อย อาจจะทำให้เกิดน้ำท่วมจนทำให้ต้นไผ่ที่ปลูกเสียหายได้ ต่อมาทำการขุดหลุมลึกลง 4 นิ้วเพื่อลงต้นพันธุ์ที่ได้มา โดยในการปลูกนั้นควรเว้นระยะห่างไว้ที่ 2×2 เมตร หลังจากนั้น รดน้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และเมื่อผ่านขั้นตอนการรดน้ำเรียบร้อยแล้วนำใบไม้ไผ่หรือใบของต้นไม้อื่นๆ ที่อยู่ในบริเวณใกล้มากลบไว้ที่ต้นไผ่เพื่อรักษาความชื้น

ปลูกแบบยกร่อง

ใส่ปุ๋ยเดือนละ 1 ครั้ง อาจจะใช้ปุ๋ยยูเรียผสมกับสูตร 16-20-0 ก็สามารถทำได้ สำหรับการใส่ปุ๋ยแล้วคุณสำราญ ได้อธิบายต่อว่า เกษตรกรคนใดที่อยากจะขายหน่อไม้ ก็ต้องเน้นใส่ปุ๋ยให้เยอะๆ แต่ห้ามใส่ให้หน่อไม้สูงเกิน 3 เมตร โดยเฉพาะในช่วงของเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม พื้นที่ทางภาคใต้มักจะเกิดลมมรสุมอาจจะทำให้หน่อไม้หักได้ ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนครบกำหนด 1 เดือนต้นไผ่ก็จะออกหน่อ

ซึ่งวิธีง่ายๆ ในการสังเกตเมื่อมีการออกหน่อคือ ใบของต้นไผ่จากที่เป็นสีเหลืองจะกลายเป็นสีเขียวแทน หลังจากที่สังเกตการเริ่มออกหน่อของต้นไผ่แล้วก็ต้องรอไปอีก 8 เดือนจนกว่าหน่อไม้จะให้ผลผลิตและสามารถตัดแล้วนำไปขายได้ ทั้งนี้ การออกหน่อจะออกเพียงปีละ 1 ครั้ง แต่สามารถตัดขายได้ตลอดตราบใดที่ดูแลรักษาให้ดีๆ ในส่วนของลำต้นนั้นก็ต้องรอไปถึง 2 ปี กว่าจะตัดขายได้

ต้นไผ่

แปรรูปเอาใจตลาดคนรุ่นใหม่

ในช่วงที่มีกระแสเข้ามานั้น เริ่มมีการหากลุ่มตลาดทั้งที่เป็นคนในพื้นที่หรือกลุ่มที่เป็นลูกค้าจากต่างจังหวัด โดยในการทำการตลาดในช่วงแรกก็ได้มีการนำลำต้นของไม้ไผ่มาตัดขายเป็นเมตร ขายในราคา 3 เมตร 20 บาท แต่ถ้าท่อนเล็กๆ ประมาณ 1 เมตรกว่าๆ ก็มีราคาประมาณ 15 บาท ต่อมาได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่องจากที่มีขายแค่ลำไผ่ ต่อยอดจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูกแปรรูปจากไม้ไผ่กลายมาเป็นกระปุกออมสิน แก้วน้ำ หลอดน้ำดื่ม จนทำให้เป็นที่รู้จักทั้งที่เข้ามาเที่ยวและสื่อสมัยใหม่อย่างโลกโซเชียล

หน่อไม้

 

นอกจากการขายตามตลาดทั่วไปแล้วยังมีการสร้างร้านค้าในโลกโซเชียล อย่างเฟซบุ๊กอีกด้วย ทั้งนี้ ก็เพื่อเจาะกลุ่มตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชอบความสะดวกและประหยัดเวลาได้อีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้คือที่มาก่อนที่จะมาทำการตลาดจนประสบผลสำเร็จและการันตีรายได้ที่มั่นคงมาถึงทุกวันนี้

ทั้งนี้ คุณสำราญได้ฝากถึงคนที่กำลังต้องการศึกษาความรู้ในการปลูกไผ่ ก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ที่ บ้านเลขที่ 46/2 หมู่ที่ 8 ตำบลป่าระกำ อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช หมายเลขโทรศัพท์ (087) 284-1309

ตัดขาย
แปรรูป
บทความก่อนหน้านี้กาแฟโรบัสต้า กาแฟต้นใหม่ ใบ-ดอก สีม่วง : นวัตกรรมเกษตรของสวนศิริรัศมี ที่เมืองลำปาง
บทความถัดไปกล้วยน้ำว้ายักษ์ “ไร่พัชชา” ราชบุรี ทนแล้ง-น้ำท่วม ผลผลิตสูง ขายได้กำไรงาม