“ไข่ขบถ” จุดเริ่มต้นจากหนุ่มแบงก์คิดฉีกกฎ อยากทำ “เกษตรอินทรีย์”

สวัสดีครับ พี่น้องคนไทยส่วนใหญ่ ใครๆ ก็คงรู้จัก แจ๊ก หม่า (Jack Ma) ในเวทีระดับโลกเวทีหนึ่ง แจ๊ก หม่า ให้ความเห็นว่า IQ หรือความฉลาดทางด้านความรู้เป็นส่วนสำคัญของความสำเร็จในชีวิต เช่นเดียวกับ EQ หรือความฉลาดทางอารมณ์ก็เป็นประโยชน์มาก แต่สิ่งที่ แจ๊ก หม่า บอกว่าถ้าอยากประสบความสำเร็จ อยากมีชีวิตที่ดีและได้รับความนับถือ ต้องมี LQ อยู่ด้วย

LQ : Leadership Quotient หมายถึง ความฉลาดทางภาวะผู้นำ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญของคนที่จะเป็นผู้นำที่ประสบความสำเร็จ คอลัมต์ “คิดใหญ่แบบรายย่อย” กับผมธนากร เที่ยงน้อย ฉบับนี้เต็มใจพาท่านไปพบกับชายหนุ่มที่ละทิ้งงานประจำที่หลายคนใฝ่ฝัน มาอยู่กลางดิน กลางแปลงเกษตร เพื่อเดินตามความฝันของตัวเอง ต้องพิสูจน์ตัวเองมาตลอดก่อนจะมีวันนี้ วันที่เขาได้รับการยกย่องให้เป็นคนรุ่นใหม่ผู้นำด้านเกษตรอินทรีย์ ตามผมไปดูกันครับ

ตัวตนที่แท้จริง

พาท่านมาพบกับ ดร.สิริกร ลิ้มสุวรรณ ที่บ้านเลขที่ 156/51 หมู่ที่ 9 ตำบลปากแพรก อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ดร.สิริกร หรือ คุณสิริกร เริ่มต้นเล่าให้ฟังว่า สมัยเรียนมัธยมที่โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ กาญจนบุรี ได้มีโอกาสไปทำงานจิตอาสาพัฒนา ปลูกป่า สร้างฝาย เรียนรู้เรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงของรัชกาลที่ 9 ทำให้ซึมซับเรื่องเหล่านี้มาตั้งแต่เด็ก จนได้มาเรียนต่อที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ที่เลือกเรียนกฎหมายเพราะอยากจะเจริญรอยตามคุณแม่ที่ทำงานด้านนี้

แม้เรียนกฎหมายแต่คุณสิริกรก็ไม่ได้ทิ้งด้านการเกษตร “สมัยเรียนปริญญาตรี ทุกครั้งที่กลับมาที่บ้าน คุณยายจะสอนการทำเกษตรธรรมชาติ การทำนาแบบดั้งเดิม การเกษตรที่ไม่ใช้สารเคมี คุณยายจึงเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจในเรื่องการเกษตรไม่ใช้สารเคมี” เมื่อสนใจด้านการเกษตรแบบไม่ใช้สารเคมี คุณสิริกรจึงเดินหน้าหาความรู้ตามโครงการต่างๆ เช่น งานของ อาจารย์ยักษ์-วิวัฒน์ ศัลยกำธร ณ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง จังหวัดชลบุรี เรียนรู้การทำเกษตรของ คุณโจน จันได แล้วจึงเริ่มลงมือทำเกษตรโดยการเลี้ยงไส้เดือนเพื่อผลิตปุ๋ยใช้เอง

ผูกเน็คไท รู้สึกเหมือนโดนเชือกรัดคอ

หลังจากจบปริญญาตรี คุณสิริกร เข้าทำงานในธนาคาร “คนอื่นมองเราว่าทำงานดี ผูกไททำงานในห้องแอร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ใครหลายคนต้องการ แต่ตัวผมเองกลับรู้สึกว่าไม่ใช่ตัวของเราเอง ไม่ใช่สิ่งที่เราอยากจะทำ ทุกวันที่ต้องไปทำงานผูกเน็คไท รู้สึกเหมือนโดนเชือกรัดคอ สิ่งเหล่านี้มันอยู่ในใจเราตลอด จนตัดสินใจลาออกจากงาน”

เมื่อออกจากงานธนาคารแล้ว คุณสิริกรตัดสินใจไปทำเกษตรเต็มตัว “ลาออกจากงานวันแรกก็ไปทำนาเลย แม่มาเห็นเข้าก็รับไม่ได้ ร้องไห้ ด้วยความสงสารแม่ จึงตัดสินใจกลับไปทำงานธนาคารอีกครั้ง” แต่หลังจากกลับไปทำงานธนาคารอีกรอบ ก็ยังไม่ใช่สิ่งที่ตนเองตามหา คุณสิริกรจึงตัดสินใจหันหลัง ลาออกจากงานประจำกลับมาเป็นเกษตรกรเต็มตัวอีกครั้ง

“ไข่ไก่ขบถ” บ้านรักษ์ดิน

หลังจากมาทำเกษตรเต็มตัว คุณสิริกร มีโอกาสได้ไปพบเห็นสภาพการผลิตของเกษตรกรในหลายพื้นที่ คุณสิริกร เล่าว่า “ผมพบว่า ภาคการเกษตรของประเทศไทยต้องใช้สารเคมี ปุ๋ยเคมีมากมาย แต่เกษตรกรกลับไม่รวย มีแต่ยากจนลง ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็เสื่อมโทรมลงไป แต่ผมคนเดียวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงใครได้ ผมจึงตั้งใจจะทำการเกษตรของตัวเองให้เป็นตัวอย่าง

ผมมาเป็นเกษตรกรเต็มตัวเกิน 8 ปีแล้ว ทำการเกษตรหลากหลายอย่างทั้งเลี้ยงไส้เดือนเพื่อผลิตปุ๋ย ทำนาอินทรีย์ และเลี้ยงไก่ไข่ในนามไข่ไก่ขบถ ที่เลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อยไม่ขังกรงตับ ให้อาหารแบบอินทรีย์ ให้แม่ไก่มีความสุข สุขภาพแข็งแรง เพื่อผลิตไข่ที่ปลอดภัย และจากประสบการณ์ ความรู้ได้ก่อตั้งเป็นกิจการเพื่อสังคม บ้านรักษ์ดิน ศูนย์เรียนรู้อินทรีย์วิถีไทย ตามศาสตร์พระราชา ใช้ “ศาสตร์พระราชา” ด้านการทำเกษตรอินทรีย์วิถีไทยของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ร่วมกับการใช้องค์ความรู้และนวัตกรรมที่เหมาะสมในการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ”

ทำตลาดผลผลิตอินทรีย์ขาย
ผ่านโซเชียลและโมเดิร์นเทรด

หลังจากเป็นเกษตรกรเต็มตัวสามารถผลิตผลผลิตทางการเกษตรได้หลากหลายชนิด คุณสิริกรจึงทำการตลาดอย่างหลากหลายช่องทาง เพื่อส่งให้ผลิตภัณฑ์ไปถึงกลุ่มผู้บริโภค “ผมมีไข่ไก่ขบถ ผมปลูกสมุนไพร อัญชัน ตะไคร้ ใบเตย ก็นำมาแปรรูปเป็นชาสมุนไพรบ้านรักษ์ดิน ข้าวแปรรูปเป็นผงพอกหน้าจากข้าวหอมมะลิอินทรีย์ แล้วขยายแนวความคิดเหล่านี้ขยายบ้านรักษ์ดินไปทั่วประเทศ มีบ้านรักษ์ดินที่อุบลราชธานี สงขลา เชียงใหม่ น่าน เน้นการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคม เช่น ปลูกผักอินทรีย์ ปลูกแล้วได้ของดีไว้กิน ถ้าเหลือก็ขาย ทีมงานก็เป็นคนในชุมชน กลับมาทำงานที่บ้านเรา ทุกคนมีงานทำ มีผลผลิตของตัวเอง แล้วเราก็มารวมกันขายเป็นชุมชน สร้างความเข้มแข็งได้ ผลผลิตผมขายผ่านเว็บไซต์ http://www.baanrakdin.com และยังเชื่อมต่อไปยังห้างขนาดใหญ่หรือโมเดิร์นเทรดทุกห้าง อย่างเช่น ท็อปส์ (TOPS) ที่มีผลผลิตและผลิตภัณฑ์ของเราวางขายหลายสาขา”

ไฟที่ฉายเข้าไปในชนบท

หลังจากพยายามปรับเปลี่ยนตัวเองจนพบกับหนทางที่ใช่แล้ว วันนี้ คุณสิริกร ยังสามารถสร้างแรงบันดาลใจและส่งต่อความรู้ให้กับสังคมและเกษตรกรทั่วประเทศ

“งานของผมเป็นเรื่องของการสนับสนุนเกษตรกร คนยากคนจนให้ได้พบกับชีวิตที่พอเพียงตามหลักศาสตร์พระราชา ด้านการทำเกษตรอินทรีย์วิถีไทยของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผมจึงต้องทำตัวเองให้เป็นไฟที่ฉายเข้าไปในชนบทเพื่อให้ทางสว่าง ให้ความรู้แก่เกษตรกรรายย่อยทั่วประเทศ”

เมื่อทำงานด้านการเกษตรมาได้ระยะหนึ่ง คุณสิริกรได้เข้าเรียนต่อปริญญาโทและปริญญาเอก ที่มหาวิทยาลัยรังสิต และได้รับการชักชวนจาก ดร. อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ให้มาเป็นผู้อำนวยการสถาบันบ่มเพาะและส่งเสริมเกษตรอินทรีย์วิถีไทยและอาหาร Initiative and Support Thailand Organic Agriculture and Food Institution (ISTAF) ภายใต้วิทยาลัยนวัตกรรมเกษตร เทคโนโลยีชีวภาพและอาหาร มหาวิทยาลัยรังสิต ที่ได้สร้างมาตรฐานเกษตรอินทรีย์วิถีไทย หรือ Earth Safe Standard ซึ่งก็คือ แนวทางและกระบวนการปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานสําหรับผลผลิตทางการเกษตร การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ จนถึงการรักษาคุณภาพที่ดีที่สุดจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภค กลไกดังกล่าวถูกออกแบบและพัฒนาขึ้นโดยคณะทํางานและภาคีเครือข่ายภายใต้มูลนิธิรักษ์ดินรักษ์น้ำ (Earth Safe Foundation) ซึ่งเป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจมากๆ มีประโยชน์ต่อเกษตรกรรายย่อยอย่างยิ่ง ผมจะหาโอกาสมาเล่าให้ฟังในฉบับต่อๆ ไปครับ

เม็ดดินเผา โอเคลย์ (O-Clay)

ทำการเกษตร ต้องเป็นเกษตรอินทรีย์

ใครสนใจเม็ดดินเผา โอเคลย์ (O-Clay) เข้าไปดูได้ที่เฟซบุ๊กที่ให้ไว้หรือติดต่อไปได้ที่ โทร. 08-9424-3927 “คิดใหญ่แบบรายย่อย” กับผมธนากร เที่ยงน้อย ฉบับนี้หมดพื้นที่แล้ว ต้องขอลากันไปก่อน ขอให้โชคดี ธุรกิจเกษตรของท่านมีความสำเร็จ แล้วพบกันใหม่สวัสดีครับ

“บางครั้งเราจำเป็นต้องโดดเดี่ยวอยู่กับตัวเอง เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่ทำนั้นถูกต้อง”
ปูติน กล่าวในการประชุมสุดยอด G-8 เมื่อปี 2014


เอกสารอ้างอิง
รติมา คชนันทน์. 2561. ทิศทางอนาคตเศรษฐกิจโลก จากการประชุม WEF 2018. สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการสภา

ผู้แทนราษฎร [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.parliament.go.th/library.

 

 

บทความก่อนหน้านี้วิศวะ มทร.ศรีวิชัย พัฒนา “ระบบเพาะเห็ดแครงอัตโนมัติ” สร้างอาชีพ สู่ชุมชนท่าข้าม
บทความถัดไปมทร. ศรีวิชัย สร้างนวัตกรรม “เครื่องปอกเปลือกไข่นกกระทา” ต้นทุนต่ำ เพิ่มผลผลิตสูง