อะโวกาโด พืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ จังหวัดเลย สร้างกำไรงาม จับตลาดคนรักสุขภาพ

นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า “อะโวกาโด (Avocado)” เป็นอีกหนึ่งพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจของจังหวัดเลย สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นอย่างดี ซึ่งปัจจุบันมีกระแสความต้องการของตลาดเพิ่มมากขึ้นจากกลุ่มผู้รักสุขภาพและความงาม เนื่องจากอะโวกาโดเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง นอกจากนี้ ยังสามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่มีสภาพดินอุดมสมบูรณ์ เนื้อดินลึก และน้ำไม่ท่วมขัง

นางอัญชนา ตราโช

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 3 จังหวัดอุดรธานี (สศท.3) ได้ติดตามสถานการณ์การผลิตอะโวกาโดในพื้นที่จังหวัดเลย พบว่า มีพื้นที่เพาะปลูก จำนวน 593 ไร่ พื้นที่ปลูกส่วนใหญ่อยู่ในอำเภอภูเรือ ด่านซ้าย และนาแห้ว โดยปลูกเฉลี่ย 3 ไร่ ต่อครัวเรือน (ประมาณ 25 ต้น ต่อไร่) เกษตรกรนิยมปลูกพันธุ์ปีเตอร์สัน เนื่องจากเป็นพันธุ์ที่มีผลใหญ่ เมื่อผลโตเต็มที่ประมาณ 2-3 ผล ต่อ 1 กิโลกรัม และพันธุ์แฮส ซึ่งเป็นพันธุ์การค้าที่ผู้บริโภคนิยม

โดยเกษตรกรที่เพาะปลูกอะโวกาโด มีต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 6,339 บาท ต่อไร่ (เริ่มให้ผลผลิตในปีที่ 4 และเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ระยะยาว) ราคาต้นพันธุ์เพาะเมล็ดแบบคละพันธุ์อยู่ที่ 50-80 บาท ต่อต้น หากเป็นต้นพันธุ์เสียบยอด ราคา 120-150 บาท ต่อต้น

นิยมปลูกช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ระยะเวลาเก็บเกี่ยวช่วงเดือนกันยายน-ธันวาคม ให้ผลผลิตเฉลี่ย 290 กิโลกรัม ต่อไร่ คิดเป็นผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย (กำไร) 5,564 บาท ต่อไร่ ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 50 บาท ต่อกิโลกรัม ซึ่งจะมีพ่อค้าคนกลางทั้งในและนอกจังหวัดเลยมารับซื้อเพื่อส่งขายต่อไปยังจังหวัดอื่น ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก เพชรบูรณ์ อุบลราชธานี ชลบุรี และกรุงเทพฯ นอกจากนี้ ยังมีพ่อค้าบางรายนำมาวางจำหน่ายที่ร้านบริเวณริมทางถนนเลย-ภูเรือ มีราคาขายปลีกเฉลี่ยอยู่ที่ 60-100 บาท ต่อกิโลกรัม

สำหรับผลผลิตอะโวกาโดของจังหวัดเลย มีอายุอยู่ในช่วง 4-5 ปี โดยจะเริ่มให้ผลผลิตในปีแรก แต่ยังไม่มาก ทั้งนี้ เกษตรกรควรเลือกสายพันธุ์ตามความต้องการของตลาดและเป็นพันธุ์แท้ ควรปลูกในที่ดอน น้ำไม่ท่วมขัง และต้องใส่ปุ๋ยอินทรีย์ใต้โคนต้นทุกปี รวมถึงต้องเก็บเกี่ยวเฉพาะผลที่แก่จัดเท่านั้น จึงจะได้ผลผลิตที่มีรสชาติดี หวานมัน ไม่ฝาด เนื้อนิ่มแน่น ไม่เละ ไม่มีเสี้ยน มีคุณภาพตรงกับความต้องการของตลาด

นางเพ็ญศิริ วงษ์วาท

ด้าน นางเพ็ญศิริ วงษ์วาท ผู้อำนวยการ สศท.3 กล่าวเสริมว่า จังหวัดเลย มีการสนับสนุนเกษตรกรในการปลูกอะโวกาโด ภายใต้โครงการสร้างป่า สร้างรายได้ ตามแนวพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และโครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกพืชในพื้นที่ไม่เหมาะสมเป็นไม้ผล ทำให้จำนวนเกษตรกรและพื้นที่เพาะปลูกอะโวกาโดของจังหวัดเลยมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในอนาคตควรมีการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกอะโวกาโดในรูปของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหรือสหกรณ์ ด้านหน่วยงานภาครัฐ เอกชนสถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย ควรสนับสนุนการวิจัยการพัฒนาพันธุ์ที่มีคุณภาพตามความต้องการของตลาด และองค์ความรู้ให้กับเกษตรกร เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการผลิตและการแข่งขันในตลาดโลก โดยการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับระบบจัดการการผลิต แนวทางการลดต้นทุน รวมถึงส่งเสริมให้มีการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตอะโวกาโด และยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรที่ปลูกอะโวกาโดเพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย ทั้งนี้ เกษตรกรที่สนใจข้อมูลด้านการผลิตอะโวกาโด สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สศท.3 โทร. (042) 292-557 หรืออีเมล zone3@oae.go.th

บทความก่อนหน้านี้ธ.ก.ส. ออกมาตรการช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากความรุนแรงที่นครราชสีมา
บทความถัดไปสกลนครถ่ายทอดเทคโนโลยี “การผลิตพริกปลอดภัย จากงานวิจัยสู่เกษตรกร” เผยวิธีการใหม่ผลผลิตเพิ่ม 9.7 เปอร์เซ็นต์