วรพชร วงษ์เจริญ ปั้นมะปี๊ด ผลไม้พื้นบ้านจันทบุรี สู่ “น้ำมะปี๊ดและเครื่องสำอางแรบบิทจันท์” ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ

ยุคโควิด-19 ที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจแทบทุกสาขาอาชีพ หลายคนอาจจะสิ้นหวัง อ่อนล้า แต่ในบางธุรกิจกลับเดินหน้าต่อ หากรู้จักปรับเปลี่ยนใช้นวัตกรรมตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ และเรียนรู้ วางแผน ตั้งเป้าหมาย อย่างธุรกิจของ คุณวรพชร วงษ์เจริญ ผู้บริหาร บริษัท แรบบิทจันท์ จำกัด และประธาน “วิสาหกิจชุมชนสภากาแฟฅนจันทบูร”

คุณวรพชร วงษ์เจริญ

คุณวรพชร วงษ์เจริญ หรือ หมวยนุ่ม ถ้าเอ่ยชื่อ คุณพ่อธีระ วงษ์เจริญ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดจันทบุรี ประธานอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูพัฒนาเกษตรกรจังหวัดจันทบุรี และที่ปรึกษาเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ วิถีคนจันท์ (Participatory Organic Guarantee System : PGS จันทบุรี) เป็นที่รู้จักกันดี คุณวรพชร จบปริญญาโท ด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์ อดีตทำงานด้าน IT กับบริษัทเอกชนมาร่วม 15 ปี ด้วยภาวะออฟฟิศซินโดรม จึงผันตัวมาทำธุรกิจนำ “ส้มมะปี๊ด” หรือ “ส้มจี๊ด” รสชาติเปรี้ยวอมส้มที่ชาวจันท์ปลูกไว้ปรุงอาหาร แปรรูปเป็นน้ำส้มมะปี๊ด เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ (Healthy Drink) และต่อยอดเป็นเครื่องสำอางส้มมะปี๊ด แบรนด์แรบบิทจันท์ (Rabbit Chan) ผ่านการรับรองจากสำนักงานอาหารและยา (อย.) ได้รับรางวัลระดับประเทศการันตีความเชื่อมั่นของลูกค้า มีช่องทางจัดจำหน่ายทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ห้างโมเดิร์นเทรด ในจันทบุรี กรุงเทพมหานคร ต่างจังหวัด และล่าสุดเป็นเมนูเครื่องดื่มร้านกาแฟพันธุ์ไทย (PunThai Coffee) ที่มีสาขาทั่วประเทศ

คุณวรพชร กับเมนูร้านกาแฟพันธุ์ไทย
เมนูมะปี๊ดร้านกาแฟพันธุ์ไทย 1 มีนาคม ถึง 16 พฤษภาคม 2564

น้ำส้มมะปี๊ด แบรนด์แรบบิทจันท์

สเตอริไลซ์บรรจุขวด

คุณวรพชร เล่าว่า ปี 2559 ออกจากงานบริษัทเอกชน ได้เรียนรู้ สร้างประสบการณ์งานด้านเกษตรอินทรีย์จากศูนย์กสิกรรมธรรมชาติโป่งแรด อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี ที่คุณพ่อก่อตั้ง เริ่มจุดประกายความคิดจากส้มมะปี๊ดหรือส้มจี๊ด ที่ชาวบ้านจันทบุรีปลูกกันแทบทุกบ้าน เป็นพืชครัวเรือนใช้ปรุงอาหารทดแทนมะนาว มีรสชาติที่เป็นอัตลักษณ์คือ เปรี้ยวอมกลิ่นส้ม นำมาแปรรูปเป็นเครื่องดื่ม “น้ำส้มมะปี๊ด” น้ำผลไม้สดๆ เพื่อสุขภาพ โดยใช้ส้มมะปี๊ดจากสวนอินทรีย์จากศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์ ที่ได้มาตรฐาน GAP ออร์แกนิกไทยแลนด์ และจากสมาชิกชาวสวนเกษตรอินทรีย์ที่พื้นฐานด้านเกษตรปลอดภัย แรกๆ ทำขายที่ร้านสภากาแฟของครอบครัวและส่งให้ลูกค้าร้านอาหาร เครื่องดื่ม ร้านกาแฟเบเกอรี่ในจังหวัดจันทบุรี นำไปใช้ปรุงรสชาติตามเมนูของแต่ละร้าน เมื่อลูกค้าติดใจต้องการซื้อกลับบ้าน จึงพัฒนาระบบสเตอริไลซ์ (Sterilization) ยืดอายุเก็บในอุณหภูมิห้องได้ 1 ปี

“เริ่มจากกลางปี 2560-2561 ออกบู๊ธจำหน่ายน้ำส้มมะปี๊ด ทดสอบตลาด รสชาติที่ลูกค้าพึงพอใจ พัฒนาส่วนประกอบ น้ำมะปี๊ด น้ำผึ้ง น้ำตาล เกลือ สร้างแบรนด์แรบบิทจันท์ สัญลักษณ์กระต่ายกับดวงจันทร์ โดย ดร.กรรณิการ์ เจริญสุข อาจารย์ทองจวน คุณพุทธิรพี ผู้เชี่ยวชาญจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี ช่วยพัฒนาและปรับสูตร ไม่แต่งสี เติมกลิ่น ไม่มีสารปนเปื้อนและทดลองสเตอริไลซ์ ส่งบริษัท เซ็นทรัลแล็บ ตรวจสารปนเปื้อน ได้ อย. ทำให้น้ำส้มมะปี๊ดแบรนด์แรบบิทจันท์เป็นที่รู้จักและทำตลาดได้เพิ่มขึ้น ปี 2562 ตั้งเป้าหมายขยายลูกค้าออกนอกจังหวัดจันทบุรีเพราะมั่นใจในรสชาติเปรี้ยวอมส้ม (ไม่หวาน) ที่เป็นอัตลักษณ์ เป็นเครื่องดื่มที่เหมาะกับคนรักสุขภาพ ได้วางจำหน่ายในร้านท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ตในห้างโรบินสัน ห้างเซ็นทรัล ร้านโกลเด้นเพลส เลมอนฟาร์ม และร้านค้าอื่นๆ ในกรุงเทพมหานคร ต่างจังหวัด ทำให้ยอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว” คุณวรพชร กล่าว

ผลิตภัณฑ์ขายดี น้ำมะปี๊ดแรบบิทจันท์
น้ำมะปี๊ด สเตอริไลซ์

ต่อยอดแบรนด์แรบบิทจันท์

เครื่องสำอางส้มมะปี๊ด

คุณวรพชร เล่าว่า ช่วงปี 2561-2562 เป็นช่วงที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับและขยายตลาด จำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า เริ่มจาก ดร.ณุกานดา กิติศุภวัฒนา ประธานเครือข่ายธุรกิจบิสคลับจังหวัดจันทบุรี ได้พีอาร์การส่งผลงานผลิตภัณฑ์เข้าประกวดโครงการสุดยอด SME จังหวัด ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) คิดว่าต้องหามาตรฐานอะไรที่รับรองผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่น จึงตัดสินใจส่งน้ำส้มมะปี๊ดเข้าประกวด โดยมีผู้เชี่ยวชาญนักวิจัยช่วยกันพัฒนาผลิตภัณฑ์แบรนด์แรบบิทจันท์ แพ็กเกจจิ้ง ได้รางวัลระดับประเทศ SME Product Champions 2018 และในกลุ่มผลิตภัณฑ์ OTOP ได้รางวัล SME Start up Awards Thailand ปี 2018 ปี 2019 และปี 2020 จากนั้นได้รับรางวัลอื่นๆ ทั้งในรูปผลิตภัณฑ์และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เช่น SMEs Product Excellence Recognation รางวัลสุดยอดผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชน ปี 2019 และปี 2020

ความคิดต่อยอดผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางส้มมะปี๊ด เห็นว่าผลการวิจัยมะปี๊ดมีรสเปรี้ยวมากกว่ามะนาว 10% มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวกระจ่างใส ลบรอยริ้วเลือน กระตุ้นการงอกของเส้นผมใหม่ ปี 2561 ได้การทดลองและวิจัย อาจารย์จิราภรณ์ ทองตัน ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางมหาวิทยาลัยสวนดุสิต เป็นที่ปรึกษา ใช้นวัตกรรมในกระบวนการผลิต เริ่มจาก สบู่ โลชั่น แชมพู สกินแคร์ดูแลผิวหน้า สเปรย์ดับกลิ่นเท้า และสลีปปิ้งมาส์ก (Sleeping Mask) ที่มีคุณสมบัติพิเศษใช้แล้วไม่ต้องล้างออก ทุกผลิตภัณฑ์ได้จดเลขทะเบียนจดแจ้งกับทาง อย. และวางจำหน่ายตามห้างโมเดิร์นเทรดควบคู่กับน้ำส้มมะปี๊ด

ได้รับคัดเลือก 1 ใน 50 แห่งทั่วประเทศ โครงการ AGTECH 4 OTOP

“รางวัลเป็นโอกาสการสร้างความเชื่อมั่น เครือข่าย สร้างแบรนด์แรบบิทจันท์ รวมทั้งผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ต่อยอด เพราะจากจุดประกายความคิดจะทำน้ำส้มมะปี๊ดเป็นเครื่องดื่มสุขภาพ ดูเหมือนว่าเป็นเรื่องตลกๆ ไม่มีใครคิดว่าเป็นไปได้ รางวัลระดับประเทศ 2 รางวัลแรก และได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 3 พรีเซ็นเตอร์ ได้รับการประชาสัมพันธ์จากหน่วยงานและสื่อต่างๆ รวมทั้งเพจ FB Rabbit Organic มีคอนเทนต์องค์ความรู้ทำให้ลูกค้าได้แลกเปลี่ยนกันมากกว่าซื้อ-ขายผลิตภัณฑ์ และรางวัลต่อๆ มาทำให้มีช่องทางการทำตลาดได้กว้างขึ้น” คุณวรพชร กล่าว

มะปี๊ดแรบบิทจันท์

กลยุทธ์ตลาด

น้ำส้มมะปี๊ดดึงลูกค้าเครื่องสำอาง

คุณวรพชร อธิบายการทำตลาดว่า สัดส่วนผลิตภัณฑ์และรายได้ น้ำส้มมะปี๊ด 90% เครื่องสำอาง 10% หลังน้ำส้มมะปี๊ดมีช่องทางการตลาดไปได้ดีแล้ว ยอมรับว่าครั้งแรกมุ่งทำการตลาดเครื่องสำอางเพราะมีมูลค่าเพิ่มมากกว่าแต่กลับทำยาก ในที่สุดมาถึงบทสรุปที่ต้องทำตลาดน้ำส้มมะปี๊ดนำตลาดเครื่องสำอาง โดยลูกค้าน้ำส้มมะปี๊ดกลุ่มเป้าหมายคือ คนรักษาสุขภาพ คนวัยทำงาน ครอบครัว และเด็กๆ ที่กลัวจะแพ้เครื่องสำอางช่วยบอกต่อ ทำให้ตลาดเครื่องสำอางเติบโตได้ ต้นปี 2564 เริ่มเปิดตลาดต่างประเทศ ฮ่องกง บรูไน มีออเดอร์เข้ามาแล้ว แต่ติดสถานการณ์โควิด-19 รอบ 2 ช่วงนี้จึงหันมามุ่งทำตลาดภายในให้แข็งแรงก่อน

น้ำส้มมะปี๊ดและเครื่องสำอางส้มมะปี๊ดแรบบิทจันท์วางจำหน่ายห้างเลมอนฟาร์ม โกลเด้นเพลส ที่มีสาขาประมาณ 30 สาขา ในห้างท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ตในศูนย์การค้าชั้นนำภาคตะวันออก โรบินสัน เซ็นทรัล จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี ฉะเชิงเทรา และร้านค้าในสถานีจำหน่ายน้ำมัน ปี 2564 ได้ขยายตลาดเครื่องดื่มร้านกาแฟพันธุ์ไทย (PunThai Coffee) ในปั๊ม PT ที่มีสาขาทั่วประเทศกว่า 200 แห่ง เพิ่งเปิดตัวเดือนมีนาคม มี 3 เมนูที่เปิดตัวช่วงซัมเมอร์ คือ กาแฟส้มมะปี๊ด ชาส้มมะปี๊ด และส้มมะปี๊ดปั่นปีโป้

ลูกค้า ร้านจันทรโภชนา จังหวัดจันทบุรี
ออกบู๊ธ จันท์ชนะ ในท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต โรบินสันสาขาจันทบุรี

ตลาดโตก้าวกระโดด 200%

ธุรกิจส้มมะปี๊ดแบรนด์แรบบิทก้าวสู่ปีที่ 4 ปีแรกไก่ กา ไม่มีใครสนใจสินค้า เราการันตีตัวเองไม่ได้ รายได้น้อยนิด 1,000 บาท ต่อเดือน เมื่อปรับแนวคิดใหม่ส่งผลิตภัณฑ์เข้าประกวดได้รับรางวัล SME OTOP ระดับประเทศ มีหน่วยงานรับรองคุณภาพสินค้า สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้ารายได้เพิ่มขึ้น 10,000-20,000 บาท ปีที่ 2-3 ตั้งเป้ารายได้ต้องถึงหลักล้าน จึงปรับแผนการตลาดกลุ่มเป้าหมายคนรักสุขภาพ ออกบู๊ธงานออร์แกนิกอีเว้นต์ตามหน่วยงานต่างๆ จัดขึ้น ทั้งในกรุงเทพมหานครและภูมิภาคที่ขอนแก่น เชียงใหม่ ได้ลูกค้าประจำต่อเนื่อง บางแห่งขายได้เล็กน้อยแต่ได้เครือข่าย ปีที่ 2 รายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 800,000 บาทถึงปี 2563 ปีที่ 3 รายได้ทะลุเป้าเกิน  1 ล้านบาท มาไตรมาสแรกปี 2564 ทำรายได้หลักล้านเท่ากับปีที่ 3 ทั้งปีคาดว่าภาพรวมน่าจะโตก้าวกระโดดจากปีก่อน 200% จากส่วนหนึ่งได้ลูกค้าร้านกาแฟพันธุ์ไทยที่มีสาขากว่า 200 แห่ง ทั่วประเทศ รวมทั้งรีสอร์ต ร้านสุขภาพ ทำให้ต้องขยายการรับซื้อส้มมะปี๊ดมากขึ้น จากตอนนี้ซื้อเดือนละ 4 ตัน สร้างรายได้ให้เกษตรกรเดือนละหลักหมื่นและยังมีการจ้างแรงงานบีบน้ำมะปี๊ดที่โรงงานครอบครัวละ 10,000-20,000 บาท ต่อสัปดาห์ ทำให้เกษตรกรในท้องถิ่นมีรายได้เสริมหมุนเวียนตลอดปี

“ธุรกิจก้าวขึ้นมาค่อนข้างรวดเร็วเพราะการเพิ่มองค์ความรู้ใหม่ๆ จากจุดเริ่มต้นได้รับโอกาสจาก สสว. ISMED ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 9 มหาวิทยาลัยบูรพา ทำให้มีผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างและได้มาตรฐาน และการสร้างตัวตนในโลกออนไลน์ การสร้างคอนเทนต์ การสร้างแบรนด์ การเขียนแผนกลยุทธ์ธุรกิจ การวัดผลและพัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้มาถึงจุดนี้ได้ โจทย์ยากคือการรักษาสินค้าให้อยู่ในตลาดอย่างยั่งยืน” คุณวรพชร กล่าว

เมนูร้านกาแฟพันธุ์ไทย

จากตำแหน่งประธาน “วิสาหกิจชุมชนสภากาแฟฅนจันทบูร” ได้รับคัดเลือก 1 ใน 50 ของกลุ่ม OTOP GI (อัตลักษณ์พื้นถิ่น) ทั่วประเทศเข้าโครงการสร้างตลาดรูปแบบใหม่จากวิสาหกิจเริ่มต้นด้านการเกษตรสำหรับกลุ่ม OTOP เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น ของ NIA : สำนักงานวัตกรรมแห่งชาติ (องค์กรมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ทำให้มีช่องทางประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์แรบบิทจันท์ได้หลากหลายมากขึ้น และคอนเซ็ปต์ไอเดียจากผลการวิจัยต่อไป ประมาณ 6-12 เดือน จะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ของแบรนด์แรบบิทจันท์ที่ใช้ผลวิจัยมะปี๊ดทุกส่วนมาใช้ประโยชน์ทั้งหมด (ZERO  WASTE) พร้อมๆ กับผลักดันให้ส้มมะปี๊ดเป็นพืช GI ของจังหวัดจันทบุรี…สนใจผลิตภัณฑ์หรือเข้าร่วมเครือข่ายสวนมะปี๊ด โทร. (089) 092-7999 หรือ FB Rabbit Organic Chan

เครื่องสำอางส้มมะปี๊ด
ร้านสภากาแฟ จันทบุรี

มะปี๊ด จากพืชในครัวเรือน

สร้างรายได้ทั้งปี

คุณวรพชร เล่าว่า มะปี๊ดเป็นพืชที่ชาวจันทบุรีปลูกกันทั่วๆ ไปเพื่อใช้ปรุงอาหาร แต่เมื่อมาผลิตเป็นน้ำส้มมะปี๊ดและเครื่องสำอางส้มมะปี๊ด ทำให้ปริมาณความต้องการ “มะปี๊ด” เพิ่มขึ้นปัจจุบันเดือนละ 4,000 กิโลกรัม รับซื้อผลผลิตจากสมาชิกกลุ่มเกษตรกรและบุคคลภายนอก โดยผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ไกลๆ รับซื้อมาส่งให้เป็นการช่วยลูกบ้าน

อีกส่วนหนึ่งทำสัญญาซื้อขายกับสมาชิกกลุ่มเกษตรกร 10 คน จะซื้อราคากลางเฉลี่ยกิโลกรัมละ 30-40 บาทตลอดปี แม้ว่าช่วงที่ผลผลิตมาก ราคาลดเหลือกิโลกรัมละ 20 บาท หรือมีบางช่วงสูงถึง 110-120 บาท ทำให้เกษตรกรมีรายได้ตลอดปี และมีรายได้จากค่าแรงคั้นน้ำมะปี๊ดในโรงงาน ครอบครัวละ 10,000-20,000 บาท ต่อสัปดาห์ รวมทั้งการขายกิ่งพันธุ์หน้าสวนกิ่งละ 60 บาท และส่งปลายทาง 150-200 บาท เพราะเป็นต้นไม้มงคล ถ้าโตสวยงามต้นละถึง 3,000 บาท หากจะปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจศูนย์กสิกรรมธรรมชาติโป่งแรดยินดีให้ความรู้ปลูกแบบอินทรีย์ และโรงงานรับซื้อได้ตราบใดที่ยังมีตลาดแปรรูป

“ส้มมะปี๊ดที่ใช้จะเป็นสวนอินทรีย์ สวนธรรมชาติหรือที่ปลอดภัยจากสารเคมี การเก็บผลมาแปรรูปต้องเลือกลูกที่สุกแต่ไม่ถึงกับผิวเหลือง ตัดขั้วให้สั้น เพราะผลมะปี๊ดที่สมบูรณ์จะมีน้ำที่คั้นได้ 30-40% เทียบกับลูกที่ไม่มีคุณภาพได้น้ำ 10-20% ตอนนี้เกษตรกรทั่วๆ ไปเริ่มเก็บผลมาจำหน่ายไม่ปล่อยทิ้ง เพราะเป็นเม็ดเงินที่ได้กิโลกรัมละ 30-40 บาท ภูมิใจที่สุดทำให้เกษตรกรมีรายได้ตลอดปี” คุณวรพชร กล่าว

บทความก่อนหน้านี้อย.แนะวิธีการจดแจ้งเครื่องสำอาง ที่มีส่วนผสมของกัญชา กัญชง
บทความถัดไปไวต้าวัน ซีพลัส จัดโปรโมชั่น ให้ลูกค้ารักสุขภาพในช่วงโควิด-19