แปลงใหญ่พืชผัก ลพบุรี ปลูกหน่อไม้ฝรั่งและผักอินทรีย์ ส่งขายต่างประเทศ 90 เปอร์เซ็นต์

ความสำเร็จจากการปลูกพืชผักอินทรีย์ไม่ได้เกิดขึ้นจากเทคนิควิธีการหรือทรัพยากรปุ๋ย ดิน น้ำเท่านั้น แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือการทุ่มเทและใส่ใจลงไปทุกกระบวนการขั้นตอน แม้ราคาขายเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนแนวทางปลูกแบบทั่วไปมาเป็นอินทรีย์ แต่พบว่าหลายรายไม่สมหวังแล้วต้องม้วนเสื่อกลับไปทำแบบเดิมเพราะไม่สามารถฝ่าด่านการทำเกษตรอินทรีย์ที่มีมาตรฐานมากมายได้

คุณสันติภาพ จุลิวัลลี

ตลาดสินค้าเกษตรก้าวหน้าเล่มนี้อยากเชิญชวนผู้อ่านไปทำความรู้จักกับชาวบ้านกลุ่มเล็กที่อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี เพราะพวกเขามีผลงานยิ่งใหญ่สามารถปลูกพืชผักอินทรีย์ได้ตามมาตรฐานทั้งของไทยและต่างประเทศ ส่งผลผลิตกว่า 90% เปอร์เซ็นต์ ไปขายต่างประเทศ สร้างเม็ดเงินจำนวนมาก ช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้ดีขึ้น แล้วบางรายยังปลดหนี้ได้

ก่อนหน้าที่จะมาสู่ความสำเร็จเช่นนี้ คุณสันติภาพ จุลิวัลลี ในฐานะประธานแปลงใหญ่ คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังนำพาชาวบ้านในชุมชนเปลี่ยนแปลงวิถีการทำเกษตรกรรมจากพืชเชิงเดี่ยวสู่แนวผสมผสาน ยกระดับการปลูกให้เป็นพืชอินทรีย์ ร่วมใจกันสร้างมาตรฐานจนได้รับรองเป็น ORGARNIC THAILAND เป็นที่ยอมรับพร้อมส่งขายต่างประเทศ

ความภาคภูมิใจของชาวบ้านที่ได้รับรองเป็น ORGARNIC THAILAND

คุณสันติภาพไม่ได้เติบโตมากับวิถีเกษตรกรรม แม้ครอบครัวจะยึดอาชีพนี้ก็ตาม ตัวเขาเองทำงานเป็นครีเอทีพ กระทั่งเจอปัญหาหลายอย่างจึงลาออกแล้วกลับมาบ้านเกิด พร้อมกับมองหาอาชีพใหม่ทำ

สิ่งหนึ่งที่คุณสันติภาพพบเจอคือแนวทางทำเกษตรกรรมของครอบครัว รวมถึงชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวประสบปัญหาเรื่องราคากันมาตลอดยาวนาน ทำให้รายได้ไม่พอรายจ่ายติดลบกัน จึงมองว่าแนวทางเดิมคงไปต่อไม่ได้ถ้าไม่แก้ไข แล้วเห็นว่าควรต้องปรับเปลี่ยนจากพืชเชิงเดี่ยวมาเป็นผสมผสานหรือทำเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพ่อหลวง

กลุ่มเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดี

คุณสันติภาพลงมือปลูกหน่อไม้ฝรั่งเองก่อน ปลูกไว้รับประทานกันในครอบครัว แล้วเห็นว่าหน่อไม้ฝรั่งเป็นพืชที่ปลูกไม่ยาก ให้ผลผลิตได้ทุกวัน คิดปลูกต่อยอดเพื่อสร้างรายได้ จึงศึกษาวิธีปลูกอย่างถูกต้องที่โครงการหลวงชั่งหัวมัน จากนั้นได้จัดตั้งเป็นกลุ่มขึ้น โดยช่วงแรกประสบความสำเร็จขายดีมาก แต่ต่อมาเจอยุทธวิธีทางค้าจากพ่อค้าทำให้ราคาขายลดลงต่ำกว่าทุนมากจึงไปต่อไม่ได้ต้องหยุด

เมื่อเจอปัญหาราคาต่ำมาก จึงหันไปปลูกหน่อไม้ฝรั่งอินทรีย์แทนเพราะไม่ค่อยมีขาย ทั้งที่มีตลาดผู้บริโภคต้องการ เนื่องจากแนวทางการทำอินทรีย์ในพืชเป็นเรื่องยุ่งยาก ใช้เวลามากกว่า ดังนั้น คุณสันติภาพจึงเล็งเป้าไปที่การปลูกหน่อไม้อินทรีย์ขายเพราะราคาสูงแล้วไม่มีคู่แข่ง จึงตระเวนหาข้อมูลแนววิธีการปลูกจากหลายแหล่ง นำมาสู่ความสำเร็จ แล้วใช้วิชาชีพด้านครีเอทีพออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ดูดี แถมยังติด QR CODE บนแพ็กเกจให้รู้ความเป็นมา (STORY) ของสินค้าด้วย

แปลงปลูกพืชผักอินทรีย์จัดทำเป็นร่องแยกประเภทคลุมฟาง

ใครจะไปรู้ว่า QR CODE ขนาดเล็กข้างแพ็กสินค้าจะนำไปสู่ความสนใจของชาวต่างชาติที่กำลังมองหาผลผลิตเกษตรกรรมจากไทยไปขายต่างประเทศ อันเป็นจุดเริ่มต้นของการส่งขายตลาดต่างประเทศในปี 2561 แล้วเริ่มเข้าสู่กระบวนการผลิตหน่อไม้ฝรั่งแบบออร์แกนิกอย่างเต็มรูปแบบ จนรับรองเป็น ORGARNIC THAILAND จากนั้นจึงเดินหน้าผลิตหน่อไม้ฝรั่งอินทรีย์ป้อนสู่ตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้นอีกหลายแห่ง นำมาสู่การสร้างกลุ่มผักแปลงใหญ่เพื่อให้เป็นฐานการผลิตส่งขายได้ทัน

กลุ่มแปลงใหญ่พืชผัก หมู่ที่ 2 ตำบลท่าดินดำ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ปลูกหน่อไม้ฝรั่งและพืชผักอินทรีย์หลายชนิด มีพื้นที่ใช้ปลูกพืชออร์แกนิก มีทั้งหมด 213 ไร่ แบ่งเป็น 1. หน่อไม้ฝรั่งอินทรีย์จำนวน 75 ไร่ 2. ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 3. มันเทศส้ม 4. ผักสลัด มะเขือเทศราชินี รวมถึงผักสวนครัวทั่วไป แต่ละหมู่บ้านจะทำกิจกรรมการเกษตรไม่ซ้ำกัน จัดแบ่งโซนชัดเจน ชาวบ้านในกลุ่มผ่านการเรียนรู้ ปลูกฝังแนวคิดเรื่องพืชอินทรีย์อย่างเข้มข้นทั้งกระบวนการและวิธีปลูก โดยแนวทางนี้ศึกษาตัวอย่างจากอิสราเอลและญี่ปุ่น

ผลผลิตผักอินทรีย์ภายใต้วิธีปลูกและสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยต่อเคมี

“ขณะเดียวกัน ชาวบ้านบางรายที่อยู่ในชุมชนอื่น หากไม่ได้สังกัดแปลงใหญ่อาจทำกิจกรรมทางการเกษตรชนิดอื่นที่สามารถเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับแปลงใหญ่ได้ ยกตัวอย่าง กลุ่มเลี้ยงไก่ในรูปแบบไก่อารมณ์ดี เป็นแนวทางอินทรีย์เช่นกัน กลุ่มนี้ใช้หน่อไม้ฝรั่งตกเกรดมาเป็นอาหารไก่ แล้วนำมูลไก่มาผลิตปุ๋ยขาย ทางกลุ่มแปลงใหญ่ก็ซื้อปุ๋ยจากกลุ่มนี้ในราคากระสอบละ 150 บาทไปใช้ จึงเป็นการหมุนเวียนในลักษณะ Sharing Farm ดังนั้น การซื้อ-ขาย และกระแสเงินจะหมุนเวียนอยู่ในชุมชนเท่านั้น”

สำหรับการปลูกพืชแบบอินทรีย์แนวออร์แกนิกนั้นกำหนดใช้ปุ๋ยหมักจากอินทรียวัตถุที่มีในท้องถิ่น เช่น มูลวัว+แกลบ+อีเอ็ม (หรือ พด.1) หมักทิ้งไว้อย่างน้อย 30 วัน วิธีจัดการแมลง ที่กลุ่มแปลงใหญ่จะใช้ 2 วิธี คือ การเพาะเลี้ยงแมลงหางหนีบ กับ การผลิตสารชีวภัณฑ์ (บิวเวอเรีย) ส่วน ระบบน้ำ กลุ่มแปลงใหญ่ใช้ระบบน้ำหยดในช่วงเวลา 09.00-11.30 น. ใน 1 ครั้งต่อวัน และสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

ผักใบอินทรีย์

กระบวนการเก็บและคัดแยกให้เป็นหน้าที่ของเจ้าของสวนรับผิดชอบทั้งเรื่องขนาด คุณภาพ จัดการชั่งน้ำหนักแล้วแพ็กใส่ตะกร้าระบุหมายเลขสวนตัวเอง นำมาส่งที่กลุ่มพร้อมเอกสารจัดส่ง แนวทางนี้มีข้อดีช่วยให้เกษตรกรรู้จักพืชผลของตัวเองเป็นอย่างดี ทั้งยังต้องอาศัยความซื่อสัตย์และความไว้ใจ หากรายใดไม่ปฏิบัติหรือทำผิดระเบียบจะถูกปรับ แล้วอาจถูกบอกเลิกในอนาคต

นอกจากนั้น กลุ่มแปลงใหญ่ยังสร้างวินัยทางการเงินให้กับสมาชิกด้วยการจัดทำบัญชีครัวเรือนขึ้นเพื่อช่วยให้สมาชิกควบคุมการใช้จ่ายได้อย่างถูกต้องเหมาะสม มีความระมัดระวังมากขึ้น และผลจากการทำบัญชีครัวเรือนยังช่วยให้ชาวบ้านมีเงินเหลือออมโดยไม่ต้องสร้างหนี้ ผลจากกิจกรรมเกษตรแปลงใหญ่ทำให้ชาวบ้านมีรายได้ดีกว่าอาชีพเดิม มีความมั่นคงทางการเงินมากขึ้น แล้วชาวบ้านจำนวนหลายรายยังสามารถปลดหนี้ได้

ผักสวนครัวอินทรีย์

คุณสันติภาพ บอกว่า จากข้อมูลปี 2560-2563 พบว่าใช้ต้นทุนปลูกหน่อไม้ฝรั่งเฉลี่ยกิโลกรัมละ 45 บาท แต่หลังจากปี 2564 ได้วางแผนร่วมกันว่าจะบริหารต้นทุนให้ลดลงด้วยการใช้เทคโนโลยีออนไลน์จากแพลตฟอร์มโดยให้ชาวบ้านกรอกข้อมูลตามความเป็นจริงในกระบวนการปลูกทุกอย่างลงไปจนได้เป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (BIG DATA) เพื่อให้รู้ถึงข้อมูลการปลูก การลงทุน การเก็บผลผลิต ปัญหาโรค/แมลง และปัจจัยอื่น

อีกทั้งยังนำนวัตกรรมใหม่หลายอย่างเข้ามาใช้ ได้แก่ โดรนพ่นสารชีวภัณฑ์ การใช้น้ำจากพลังงานแสงอาทิตย์ และโซลาร์ฮับที่ใช้เก็บแสงอาทิตย์เป็นพลังงานเพื่อช่วยให้ลดต้นทุนค่าไฟ แนวทางนี้คาดว่าในอนาคตชาวบ้านแทบจะไม่ต้องควักทุนเลย ยิ่งทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้น

มะเขือเทศราชินีอินทรีย์

“โครงการห้องแปรรูปและบรรจุภัณฑ์สินค้าเกษตรให้กับเกษตรกรแปลงใหญ่ โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ สนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้งบประมาณฟื้นฟู ผลกระทบของเชื้อไวรัสโควิด-19 ดูแลโครงการโดยสำนักงานเกษตรอำเภอชัยบาดาล ดูแลงบประมาณโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดลพบุรี ทางกลุ่มได้นำเทคโนโลยี การรักษาคุณภาพผักสินค้า การแปรรูป การอบแห้ง และเทคโนโลยี โดยใช้พลังงานจากธรรมชาติเพื่อลดต้นทุนเกษตรกร เพื่อให้สินค้าแปรรูปของเกษตรกรสามารถเข้าถึงผู้บริโภคในราคาที่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในช่วงที่กำลังประสบปัญหา”

สินค้าเกษตรอินทรีย์ของกลุ่มแปลงใหญ่ส่งขายตลาดทั้งในและนอกประเทศ มีสัดส่วนตลาดต่างประเทศ 90 เปอร์เซ็นต์ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม รวมทั้งการนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นหลายชนิด ประเทศที่ส่งขาย ได้แก่ นิวซีแลนด์ แคนาดา ฝรั่งเศส และออสเตรีย และล่าสุดมีที่อเมริกา ที่เหลือขายในประเทศทางออนไลน์ ในราคากิโลกรัมละ 60 บาท เป็นราคาที่เหมาะสม คนทั่วไปซื้อได้ แถมยังปลอดภัย แต่ยังส่งได้ไม่ไกลเพราะต้องจัดระบบความปลอดภัยในเรื่องความสด ใหม่ นอกจากนั้น ยังนำหน่อไม้ฝรั่งมาแปรรูปเป็นสบู่ขายในราคาก้อนละ 69 บาท ขายวันละกว่า 200 ก้อน ใน Shopee และ Lazada

มันแครอต หรือมันเทศเนื้อส้ม

ส่วนการบริหารการจัดการกลุ่ม ได้จัดแบ่งหน้าที่ตามความรู้ ความสามารถ อาทิ ประธานแปลงใหญ่ ผู้จัดการแปลง ผู้ดูแลเครื่องจักรแปลงใหญ่ ฝ่ายบัญชี ฝ่ายการตลาด/การเงิน ฝ่ายธุรกรรม หน้าที่ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นบรรดาเหล่าลูกหลานของเกษตรกรที่จบมาแล้วกลับมาทำการเกษตร และมีความสามารถตามองค์ความรู้ในแต่ละสาขา

สบู่หน่อไม้ฝรั่งและพืชผักออร์แกนิกราคาก้อนละ 69 บาท
หน่อไม้ฝรั่งอินทรีย์

“ภายหลังเจอสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ยอดต่างประเทศลดลง จึงมีแนวคิดที่จะปรับเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูป ถือเป็นทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคนอกจากรับประทานสด อีกทั้งยังช่วยบรรเทาผลกระทบจากปัญหาผลผลิตตกค้างอันมาจากการส่งขายไม่ทัน คาดว่าอีกไม่นานคงผลิตออกขายได้” คุณสันติภาพ กล่าว

สอบถามรายละเอียดหรือต้องการสั่งซื้อหน่อไม้ฝรั่งและผักอินทรีย์ หรือเข้าเยี่ยมชมกิจกรรมกลุ่มเป็นหมู่คณะ ติดต่อโดยตรงได้ที่ คุณสันติภาพ จุลิวัลลี โทรศัพท์ 091-845-8135 แล้วติดตามรายละเอียดของกลุ่มได้ที่ https://sites.google.com/site/pwoagsoong/home

เกษตรกรแปลงใหญ่ร่วมกันทำปุ๋ยหมักไว้ใช้ภายในกลุ่ม
สมาชิกนำใบอ้อยมาทำเห็ดฟาง เพื่อลดการเผาอ้อย เป็นการเพิ่มมูลค่า สร้างรายได้