เลิฟเบิร์ด มหาสารคาม เจ้าแห่งสีสัน ในวงการนกปากขอขนาดเล็ก

เพราะความชอบนกที่มีสีสัน อย่างนกหงส์หยก มาตั้งแต่เด็ก ทำให้ คุณอดุลย์เดช พาบุ ข้าราชการครู โรงเรียนประจำตำบลของอำเภอกุดรัง จังหวัดมหาสารคาม ซื้อมาเลี้ยง หลังลาออกจากงานโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งและมาบรรจุเป็นข้าราชการครู เมื่อมีเวลาว่างจึงทำตามใจต้องการ

คุณอดุลย์เดช พาบุ

นกหงส์หยกเป็นนกชนิดเริ่มแรกของการเลี้ยง แต่เมื่อนำมาเลี้ยงแล้ว แนวคิดการมองการณ์ไกลของคุณอดุลย์เดช ทำให้มองไปถึงอนาคตว่า หากเลี้ยงแล้วไม่ควรสร้างภาระให้กับผู้เลี้ยง แม้จะจำนวนน้อยหรือมาก แต่ก็คือค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายออกไปในแต่ละเดือน จึงมองว่า หากเพาะลูกแล้วสามารถจำหน่ายได้ ก็จะเป็นรายได้เข้ามา ทดแทนรายจ่ายที่จ่ายออกไป

1 ปีผ่านไปของการเลี้ยงนกหงส์หยก สร้างรายได้มาทดแทนค่าใช้จ่ายดีทีเดียว แต่เมื่อพ่อค้าที่มารับซื้อนกหงส์หยกแนะนำว่า นกเลิฟเบิร์ดเป็นนกที่ตลาดต้องการ ทั้งยังสามารถจำหน่ายนกในแบบของลูกป้อนได้อีกด้วย

ไข่นก รอฟัก

คุณอดุลย์เดชยอมรับว่าสนใจ แต่ก่อนเลี้ยง เขาเริ่มศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับนกเลิฟเบิร์ด ทำให้ทราบว่ามีหลายเกรด ราคาเริ่มตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักแสน ในขณะนั้น (ปี 2560-2561) เมื่อมั่นใจจึงปรับจากนกหงส์หยกเป็นนกเลิฟเบิร์ด และมองไปถึงการพัฒนาสายพันธุ์ ซึ่งลูกนกที่ได้ออกมาจะมีมูลค่าแตกต่างจากนกเลิฟเบิร์ดทั่วไปมาก

“นกเลิฟเบิร์ดนิสัยน่ารัก คนนิยมเลี้ยงเป็นลูกป้อนด้วย เพราะเขาเชื่อง สมัยก่อนประมาณ 10 ปีที่แล้ว ราคานกเลิฟเบิร์ดสูงมากหลักแสน เป็นนกที่ไม่มีในธรรมชาติ ได้จากการพัฒนานก เช่น พ่อแม่นกราคาหลักหมื่น แต่สามารถให้ลูกในราคาหลักแสนได้ก็มี ผมเองเป็นคนที่ Nutation หรือพัฒนาสายพันธุ์นกคนแรกในมหาสารคาม และตอนนี้น่าจะเป็นคนเดียวในภาคอีสาน ปัจจุบัน ยังสามารถพัฒนาสีสันใหม่ๆ สายพันธุ์ใหม่ได้ ไม่เหมือนนกใหญ่ จึงเป็นเสน่ห์อีกแบบของเลิฟเบิร์ด”

พาร์บลูโอพาไลน์

คุณอดุลย์เดช บอกด้วยว่า ตลาดนกสวยงามไปเร็วมาเร็ว บางคนลงทุนหลายล้านก็ขาดทุนเหมือนกัน หากคิดจะเลี้ยงแบบทำฟาร์ม ควรวางแผนการตลาด หากวางแผนการตลาดไม่เก่ง โอกาสขาดทุนมีสูง

นกเลิฟเบิร์ดที่เหมาะสำหรับเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ คือนกที่มีความสมบูรณ์ อายุ 1 ปีขึ้นไป แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้เลี้ยง หากเลี้ยงนกให้มีความสมบูรณ์มาก ก็อาจจะเริ่มผสมได้ตั้งแต่นกอายุ 6-7 เดือน ซึ่งฤดูกาลผสมพันธุ์ของนกที่ดีคือฤดูฝน

นกเลิฟเบิร์ดเลือกเข้าคู่ แต่ผู้เลี้ยงสามารถเลือกเข้าคู่ให้ได้ ส่วนใหญ่จะไม่เกิดปัญหา ยอมผสมโดยดี แต่มีที่ไม่ยอมเข้าคู่ ไม่ยอมให้ผสม ไล่จิก ควรแยกคู่ออก

ม่วงโอพาไลน์ อียูวิงค์

“ฟาร์มผมจะมีกรงบินขนาดใหญ่สำหรับปล่อยนกบิน มีกรงเพาะไว้สำหรับนกผสมพันธุ์และออกไข่”

เมื่อนกผสมพันธุ์แล้ว ประมาณ 2-3 สัปดาห์นกจะออกไข่ เข้าฟักไข่ในรัง ไม่จำเป็นต้องแยกพ่อพันธุ์ออก เพราะพ่อพันธุ์ส่วนใหญ่จะช่วยแม่พันธุ์คาบอาหารไปป้อนลูกนก ช่วยแม่นกเลี้ยงลูก แต่นกบางคู่อาจออกไข่หลังผสม 1 เดือน หรือหลังผสมอาจจะไม่ให้ไข่เลยก็มี

ผู้เลี้ยงควรจดบันทึกอายุไข่ทุกฟอง โดยเฉพาะนกจะออกไข่ 4-8 ฟอง ตามธรรมชาติของนกจะไข่วันเว้นวัน ซึ่งการเปิดกรงเพื่อนำไข่ออกมาจดบันทึกที่ฟองไข่ ควรดูที่นิสัยของพ่อและแม่นกด้วย หากพ่อและแม่นกหวงมาก การเปิดกรงนำไข่ออกมา อาจทำให้พ่อนกแม่นกจิกไข่แตก หรือหากฟักเป็นตัวนกแล้ว อาจจะจิกลูกจนตาย หรือทิ้งลูก ไม่เลี้ยงลูกก็มี

“ฤดูฝนจะไม่ได้ค่อยได้ลูกนก เพราะมีความชื้น ทำให้ไข่ตายโครม เชื้อไม่เดิน ไข่เน่าก็เยอะ ฤดูร้อน อุณหภูมิสูงไปก็ทำให้ไข่ไม่ฟัก แต่ฤดูที่ฟักไข่ได้ลูกนกง่ายคือฤดูหนาว”

กรีนโอพาไลน์

นกเลิฟเบิร์ดนิยมเลี้ยงตั้งแต่เป็นลูกป้อน หมายถึงนำลูกนกที่หัดกินเองเป็นแล้ว ผู้เลี้ยงแยกจากพ่อแม่นกนำมาป้อนอาหารเอง โดยจะนำลูกนกที่ฟักออกมาจากไข่แล้ว อายุประมาณ 2-3 สัปดาห์ นำมาป้อนอาหารเหลวเองจนคุ้นกับผู้ป้อนและมีความเชื่อง จนติดผู้ป้อน จึงเป็นเสน่ห์ของนกเลิฟเบิร์ดที่ทำให้คนอยากเลี้ยงตั้งแต่เป็นลูกป้อน

หากปล่อยให้พ่อแม่นกเลี้ยงลูกเองก็ทำได้ เมื่อลูกนกอายุ 45 วัน ลูกนกจะเริ่มลงรัง (ออกจากรัง) หาอาหารเป็น ผู้เลี้ยงอาจแยกลูกนกออกจากพ่อแม่นกตอนนั้น หรือรออีกประมาณ 2 สัปดาห์ จึงแยกไปกรงใหญ่ก็ได้

เคลียร์พายด์พาร์บลู

อาหารสำหรับนกเลิฟเบิร์ด คือเมล็ดธัญพืชทุกชนิด แต่ละชนิดมีธาตุอาหารที่แตกต่างกัน ผู้เลี้ยงควรศึกษาและสังเกตพฤติกรรมการกินของนก ว่าชอบชนิดใด แล้วนำชนิดที่นกชอบหรือชนิดที่ต้องการให้นกกินมาผสมกัน เพื่อลดต้นทุนเรื่องของอาหาร

น้ำให้นำใส่ถ้วยน้ำ เพราะนกเลิฟเบิร์ดชอบเล่นน้ำในเวลาเช้า แต่ถ้าผู้เลี้ยงเลี้ยงจำนวนมาก อาจใช้ระบบให้น้ำแบบหัวจ่ายก็ได้ ทั้งนี้ ถ้าให้น้ำในถ้วยน้ำจะสามารถเติมวิตามินลงไปในน้ำได้ง่ายด้วย

สำหรับนกที่เข้าคู่ผสม ฟาร์มจะให้หญ้าขนในตอนเช้า เพื่อให้นกได้จิกหญ้าขนกิน รับวิตามินจากหญ้าขน และนำเศษหญ้าขนไปทำรอง ซึ่งเป็นผลดีช่วยกระตุ้นให้นกอยากวางไข่

ขนาดกรงเลี้ยงที่เหมาะสมสำหรับนกเลิฟเบิร์ด ความสูง 65 เซนติเมตร กว้าง 60 เซนติเมตร และยาว 80 เซนติเมตร เรียกว่า กรงเพาะเบอร์ 1

กรีนโอพาไลน์ อียูวิงค์

คุณอดุลย์เดช แนะนำผู้ที่เริ่มเลี้ยงนกเลิฟเบิร์ดมือใหม่ว่า ควรเลือกสีที่ชอบเป็นอันดับแรก จากนั้นตัดสินใจเลือกชนิดนก แบบมีขอบตาหรือไม่มีขอบตา โดยธรรมชาติของนกหากนกที่มีขอบตาผสมกับนกที่ไม่มีขอบตา โอกาสที่ลูกนกออกมาเป็นหมันมีสูงมาก นอกจากนี้ ควรเลือกซื้อนกจากการเห็นตัวนก พิจารณาจากขน ท่ายืน เล็บเท้า นิ้วเท้า ทุกอย่างควรมีความสมบูรณ์ ซึ่งก่อนจะเลือกซื้อผู้เลี้ยงมือใหม่ควรศึกษาพฤติกรรมและการเลี้ยงนกชนิดนี้ให้ละเอียดก่อน

ส่วนการเลือกเพศนก หากผู้เลี้ยงไม่ชำนาญจริง จะไม่สามารถดูเพศนกได้ถูกต้อง 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องเข้ามา ทำให้การดูเพศนกไม่แน่นอน หากต้องการทราบเพศที่แน่นอน ปัจจุบันมีการตรวจเพศนกในราคา 200 บาทต่อตัว

คุณอดุลย์เดช เล่าว่า ตลาดนกต้องการนกที่เริ่มผสมพันธุ์ได้ หรือนกที่มีความสมบูรณ์จากฟาร์ม อายุประมาณ 8 เดือนขึ้นไป เพื่อนำไปเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ แต่ทั้งนี้ ในกลุ่มที่ต้องการเลี้ยงสวยงามมักจะนิยมลูกป้อน อายุ 3 สัปดาห์ขึ้นไป หรือกลุ่มที่ต้องการเลี้ยงสวยงามแบบไม่ใช่ลูกป้อน จะนิยมซื้อนกไปเลี้ยงอายุ 3 เดือนขึ้นไป

ดับเบิ้ลเยลโล่&ลูติโน่

“อย่างที่บอกว่า ตลาดนกสวยงามไปเร็วมาเร็วมาก นกราคาหลักแสนเมื่อ 5 ปีก่อน ปัจจุบันราคาตกลงเหลือไม่ถึงตัวละพันบาท ขณะที่นกเมื่อ 5 ปีก่อน ราคาเพียงตัวละ 250 บาท สามารถขายในปัจจุบันได้ถึงตัวละ 3-4 พันบาททีเดียว”

สำหรับฟาร์มที่ดูแลโดยคุณอดุลย์เดช มีนกเลิฟเบิร์ดพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ถึง 105 คู่ แต่การผลิตลูกนกออกสู่ตลาด มีลูกค้าทั้งซื้อปลีกและขายส่งไปยังลูกค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดมาเลเซียมีความต้องการนกเลิฟเบิร์ดสูง หากท่านใดสนใจเลี้ยงนกเลิฟเบิร์ด คุณอดุลย์เดช พาบุ ยินดีให้คำปรึกษา ลองเข้าไปชมนกในเฟซบุ๊ก เลิฟเบิร์ด มหาสารคาม ก่อน หรือโทรศัพท์มาพูดคุยได้ที่ 062-957-6555

ลูติโน่ครอบแดง และลูติโน่ครอบส้ม (นกไม่มีขอบตา)