ใช้พื้นที่ไม่ถึง 20 ตารางวา ปลูกดอกไม้กินได้ ในสวนหน้าบ้าน ทำเงินเฉลี่ย 30,000 บาทต่อเดือน

สมัยก่อนมักเข้าใจผิดว่ามีพื้นที่น้อยจะไม่สามารถทำการเกษตรได้ แต่ปัจจุบันพื้นที่น้อยสามารถสร้างรายได้ให้กับหลายๆ คนได้ชนิดที่ว่ามากกว่าการทำงานประจำ โดยเฉพาะในช่วงนี้การปลูกดอกไม้ที่สมัยก่อนเป็นเพียงการประดับเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ในยุคนี้เป็นสินค้าสวยงามที่ทำเงินให้กับผู้ปลูกได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ชนิดที่ว่าแซงเงินเดือนงานประจำและมีเงินเหลือเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉินในอนาคตได้อีกด้วย

คุณฐิรนาถ นิธิภัทร์ธนโภคิน หรือ คุณฝน ได้มีแนวความคิดและสร้างจุดเริ่มต้นของการปลูกดอกไม้กินได้ขึ้น โดยศึกษาในเรื่องของสายพันธุ์ต่างๆ ว่าแบบไหนดอกสีอะไรเป็นที่ต้องการของตลาด จากนั้นจึงหาซื้อพันธุ์ดอกไม้จากพื้นที่ต่างๆ เข้ามาปลูกพร้อมกับเรียนรู้การขยายพันธุ์เอง นอกจากทำให้มีผลผลิตตลอดปีแล้ว ยังประหยัดต้นทุนในเรื่องของการซื้อเมล็ดพันธุ์ใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน

คุณฐิรนาถ นิธิภัทร์ธนโภคิน หรือ คุณฝน

ใช้พื้นที่สนามหญ้าหน้าบ้าน

ไม่ถึง 20 ตารางวา ปลูกดอกไม้

คุณฝน เล่าให้ฟังว่า ช่วงแรกทำงานประจำอยู่ที่บริษัท ต่อมาเมื่อได้มาแต่งงาน จึงได้ลาออกจากงานมาเป็นแม่บ้านอย่างเต็มตัว เพราะต้องดูแลลูกน้อยที่ยังเล็กอยู่ และในขณะนั้นคุณแม่ของสามีพาคุณฝนไปซื้อต้นไม้ที่มีดอกสวยๆ มาปลูกที่บริเวณสนามหน้าบ้านอยู่เสมอ ซึ่งต้นมากาเร็ต เดซี่ เป็นไม้ที่มีสีสีนและขนาดดอกที่น่ารัก จึงเป็นตัวเลือกอยู่ในระดับต้นๆ ที่นำเข้ามาปลูกอยู่เสมอ เมื่อปลูกมาได้ระยะหนึ่งเห็นตามสื่อโซเชียลต่างๆ ว่าดอกมากาเร็ต เดซี่ ตลาดมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถนำไปตกแต่งในหน้าขนมเค้กได้ จึงทำให้มองเห็นความแตกต่างของการปลูกดอกไม้ ว่าไม่น่าจะนำมาเป็นความสวยงามเท่านั้น แต่สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวของคุณฝนได้

พื้นที่หน้าบ้าน

“พอศึกษาแล้วเห็นว่าดอกมากาเร็ต เดซี่ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ช่วงแรกจึงได้ซื้อมาปลูกประมาณ 10 ต้น พอเริ่มมีดอกร้านคาเฟ่ก็มีการติดต่อเข้ามาขอซื้อ จากเหตุการณ์นั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้น ให้กำหนดตลาดในเรื่องของการปลูกมากขึ้น โดยเน้นร้านทำเค้กเป็นหลัก เพราะร้านเหล่านี้จะใช้ดอกไม้ของเราทุกวัน จากวันนี้มาถึงตอนนี้ก็ทำดอกไม้กินได้ส่งขายมาได้ประมาณ 1 ปีแล้วค่ะ” คุณฝน บอก

ดอกไม้เตรียมส่งขาย

ปลูกดอกไม้ด้วยระบบออร์แกนิก

ปลอดภัยทั้งคนปลูกและผู้บริโภค

เมื่อได้ศึกษาในเรื่องของการใช้ประโยชน์ดอกไม้กินได้อย่างจริงจัง คุณฝน เล่าว่า การปลูกต้องมีการจัดระบบในเรื่องของการควบคุมการใช้สารเคมี ซึ่งคุณฝนจะปลูกด้วยระบบออร์แกนิกที่ใช้ใจตั้งแต่ในเรื่องของการเตรียมดิน โดยจะหาซื้อไส้เดือนเข้ามาเลี้ยงภายในสวนหน้าบ้าน เพื่อให้ไส้เดือนที่เลี้ยงนอกจากจะผลิตปุ๋ยไส้เดือนให้แล้ว ยังนำไส้เดือนที่เลี้ยงใส่ลงไปในดินที่ช่วยสามารถพรวนดินให้กับไม้ดอกได้อีกด้วย

การปลูกดอกไม้กินได้สายพันธุ์ต่างๆ นั้น ในช่วงแรกจะหาซื้อต้นกล้ามาปลูกลงไปในแปลงก่อน โดยเน้นเป็นไม้ที่มีสายพันธุ์ที่ทนต่อสภาพอากาศร้อนได้ดี ส่วนที่เป็นดอกไม้เมืองหนาวจะปลูกเป็นรอบๆ เท่านั้น เนื่องจากจังหวัดกาญจนบุรีมีสภาพอากาศร้อนตลอดทั้งปี จึงไม่เหมาะสมที่จะนำไม้ดอกเมืองหนาวมาปลูก ซึ่งสายพันธุ์ไม้ดอกที่นำมาปลูกที่ตลาดนิยมรับซื้ออยู่ตลอด ยกตัวอย่างให้เห็นมีตั้งแต่ ดอกเดซี่ญี่ปุ่น มากาเร็ตบอร์เนียว ดาลเบิร์ก เดซี่ ผีเสื้อแสนสวย บานชื่นแคระ กระดุมเงิน กระดุมทอง และเข็มอินเดีย ฯลฯ ซึ่งที่กล่าวมานี้ถือว่าเป็นไม้ที่ขายดีตลาดรับซื้ออยู่ตลอดปี

“พอมาเลี้ยงไส้เดือนช่วยในการพรวนดิน ทำให้รู้ว่าไส้เดือนค่อนข้างเป็นสัตว์ที่มหัศจรรย์มาก เพราะไส้เดือนช่วยในเรื่องการเตรียมดินได้เยอะมากๆ  เอามาทำทั้งปุ๋ยไส้เดือน ทำเป็นปุ๋ยหมักที่มีสถานะเป็นดินและเป็นในรูปแบบน้ำ ก็สามารถใช้ได้ง่าย ไม่ว่าเราจะหมักอะไรลงไปที่เกี่ยวกับดิน สามารถนำไส้เดือนเข้าไปช่วยได้เลย พอมาเลี้ยงไส้เดือนมันทำให้เราได้รู้ว่า ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อปุ๋ยอย่างอื่นมาบำรุงไม้ดอกแลย แต่สามารถนำสิ่งที่เราทำอยู่มาช่วย นอกจากสภาพดินดีแล้ว ยังทำให้เราประหยัดต้นทุนได้มากขึ้น”

เนื่องจากการปลูกไม้ดอกเพื่อใช้ประโยชน์ จากการตัดดอกขายนั้น คุณฝน บอกว่า ใช้เพียงพื้นที่สนามหญ้าหน้าบ้านเท่านั้น เพราะฉะนั้นการวางแผนการปลูกจึงไม่ใช่ปัญหา โดยส่วนไหนที่สามารถปลูกลงแปลงได้จะปลูก ส่วนชนิดไหนที่ไม่สามารถอยู่ภายในแปลงได้จะปลูกใส่ลงในกระถางที่เตรียมไว้ด้วยเช่นกัน การปลูกแบบแบ่งโซนชนิดที่ชัดเจน จะช่วยให้การดูแลไม่ยุ่งยาก ส่วนในเรื่องของโรคและแมลงศัตรูพืช ส่วนใหญ่จะเจอด้วงเต่าแตง การป้องกันคือจะใช้น้ำส้มควันไม้เข้ามาฉีดพ่น ก็จะช่วยกำจัดแมลงศัตรูพืชออกไปได้บ้าง

การทำให้ดอกไม้แตกช่อดอกไม้มาให้ใหม่อยู่เสมอนั้น การตัดกิ่งอยู่เสมอก็จะช่วยให้มีกิ่งใหม่ๆ ออกมาทดแทน เพราะฉะนั้นการตัดแต่งกิ่งจึงไม่ได้เป็นการทำให้ต้นโทรม แต่จะช่วยให้ต้นมีดอกออกตลอดทั้งปี ส่วนการรดน้ำหากเห็นว่าในแต่ละวัน ถ้าช่วงไหนมีสภาพอากาศที่ร้อนมากจะรดน้ำวันละ 2 ครั้ง ในช่วงเช้าและเย็น

ทำคลิปกิจกรรมในสวนอยู่เสมอ

พร้อมลงสื่อออนไลน์ ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงง่าย

เนื่องจากยุคนี้มีการใช้เครื่องมือสื่อสารแบบดิจิทัลเข้ามามีบทบาทมากขึ้น คุณฝน บอกว่า เมื่อโลกมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น การปรับเปลี่ยนในเรื่องของการขายก็ต้องปรับตัวด้วยเช่นกัน โดยคุณฝนจะใช้โทรศัพท์มือถืออัดคลิปวิดีโอ จากนั้นนำมาตัดต่อเพื่อสร้างเป็นเรื่องราว พร้อมกับโพสต์ลงในสื่อออนไลน์ทุกแพลตฟอร์ม จึงทำให้ลูกค้าที่เข้ามาติดต่อของซื้อดอกไม้ตัดดอกที่สวนของคุณฝน เป็นลูกค้าจากทางช่องทางออนไลน์เป็นหลัก 100 เปอร์เซ็นต์

การทำดอกไม้กินได้อบแห้ง

โดยการเปิดรับออร์เดอร์คุณฝนมีคำสั่งซื้อจากลูกค้าทุกวัน พร้อมกับปิดรับคำสั่งซื้อสุดท้ายตอนประมาณ 22.00 น. พอเช้าวันรุ่งขึ้นช่วงเวลา 07.00-10.00 น. จะตัดดอกไม้ที่ลูกค้าสั่งครบหมดทุกออร์เดอร์ แล้วจากนั้นนำมาใส่กล่องสำหรับจัดส่ง เพื่อไม่ให้ดอกไม้ที่ตัดโดนลมเพราะจะทำให้ดอกไม้เหี่ยวไว เพราะฉะนั้นหลังตัดต้องพรมน้ำให้ทั่วดอกและใส่ในภาชนะที่ปิดมิดชิดกันลม ซึ่งดอกไม้จะวางซ้อนกันภายในกล่องอยู่ที่ประมาณ 5 ชั้น

“ดอกไม้กินได้ที่ขาย ถ้าเป็นแบบคละดอก กล่องเล็กราคาจะอยู่ที่กล่องละ 120 บาท ได้ดอกไม้ประมาณ 100 ดอก และกล่องใหญ่ประมาณ 150 ดอก ราคาจะอยู่ที่กล่องละ 250 บาท ซึ่งในแต่ละกล่องลูกค้าอยากได้ชนิดไหน สามารถสั่งมาได้เลย ทางเราก็จะจัดการให้ตามที่ลูกค้าสั่ง แต่ถ้าเป็นแบบแยกชนิดแยกตามดอก เช่น มากาเร็ตบอร์เนียว 100 ดอก ราคาจะอยู่ที่ 150 บาท และถ้าซื้อแบบ 150 ดอก ราคาจะอยู่ที่ 250 บาท”

จากที่ทำดอกไม้กินได้ใช้พื้นที่เพียงสนามหญ้าหน้าบ้านเท่านั้น คุณฝน บอกว่า ตั้งแต่ทำมาราคาเฉลี่ยต่อเดือนจะอยู่ที่ 30,000-35,000 บาทต่อเดือน สามารถมีเงินหมุนเวียนใช้จ่ายภายในครัวเรือนได้เป็นอย่างดี สำหรับคนที่สนใจอยากจะทำคุณฝนแนะนำว่าให้เริ่มทำทีละน้อยก่อน จากนั้นเรียนรู้ในทุกด้านแล้วประสบการณ์ต่างๆ จะสอนให้ประสบผลสำเร็จได้แน่นอน

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือต้องการพูดคุยให้เกิดมุมมองต่างๆ สามารถติดต่อสอบถาม คุณฐิรนาถ นิธิภัทร์ธนโภคิน หรือ คุณฝน ได้ที่ หมู่บ้านกาญจน์สิริ (บ้านรั้วสีเทา) ซอยวัดเขาเม็ง หมู่ที่ 13 ตำบลปากแพรก อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี หมายเลขโทรศัพท์ 085-818-7989