ทีมวิจัยปิดทองหลังพระ นำบันได 7 ขั้นสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ส่งเสริมความเข้มแข็งสหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จำกัด จังหวัดสกลนคร

สหกรณ์จังหวัดสกลนคร นำทีมวิจัยจากสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระลงพื้นที่สหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จำกัด เพื่อนำองค์ความรู้จากงานวิจัยบันได 7 ขั้นสู่การรวมกลุ่มอย่างยั่งยืน ขยายผลในการเสริมสร้างความเข้าใจกับคณะกรรมการ ฝ่ายจัดการและสมาชิกสหกรณ์ ซึ่งจะเน้นให้ทุกฝ่ายยึดหลักธรรมาภิบาล เสริมสร้างองค์กรให้มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการอย่างโปร่งใส และดูแลอาชีพการเลี้ยงโคนมของสมาชิกสหกรณ์ให้เข้าใจบทบาทหน้าที่และพัฒนากระบวนการผลิตน้ำนมที่ได้คุณภาพ และจัดการฟาร์มให้ถูกสุขอนามัยได้มาตรฐาน

นายยงยุทธ อุดมศักดิ์ สหกรณ์จังหวัดสกลนคร กล่าวถึงความร่วมมือกันระหว่างกรมส่งเสริมสหกรณ์และสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ นำผลงานวิจัยบันได 7 ขั้นสู่การรวมกลุ่มอย่างยั่งยืน เข้ามาช่วยสนับสนุนและพัฒนาการดำเนินงานสหกรณ์ในพื้นที่โครงการพระราชดำริให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งในจังหวัดสกลนคร มีสหกรณ์ที่อยู่ในโครการพระราชดำริ ได้แก่ สหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จำกัด และจากการนำผลงานวิจัยฯ มาประเมินความเข้มแข็งของสหกรณ์ดังกล่าว พบว่า ยังต้องมีการพัฒนาด้านบุคลากรเป็นอันดับแรก เนื่องจากคนคือหัวใจสำคัญในการดำเนินงานของสหกรณ์ และต้องร่วมมือกันทั้งสามฝ่าย ได้แก่ ตัวสมาชิก คณะกรรมการสหกรณ์และฝ่ายจัดการ ซึ่งจะต้องตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของตนเองเป็นเรื่องสำคัญ พร้อมทั้งนำหลักธรรมาภิบาลมาใช้ในการบริหารงานและการควบคุมภายในของสหกรณ์ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นที่ยอมรับของสมาชิกมากยิ่งขึ้น โดยสหกรณ์จะต้องกำหนดระเบียบ ข้อบังคับ และการบริหารจัดการให้ดีขึ้น เพื่อให้เป็นที่ยอมรับทั้งฝ่ายบริหารและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อที่จะสามารถนำไปถือปฏิบัติร่วมกันได้ ตลอดจนต้องเปิดโอกาสให้สมาชิกตรวจสอบการปฏิบัติงานของคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ และข้อมูลด้านธุรกิจของสหกรณ์ได้ทุกขั้นตอน เพื่อให้สมาชิกเกิดความเชื่อถือศรัทธาในสหกรณ์ และให้ความร่วมมือในการพัฒนาการดำเนินงานของสหกรณ์ให้เจริญก้าวหน้าในที่สุด

“เรื่องธรรมาภิบาลคือหลักสำคัญที่สุด ที่ผ่านมา คณะกรรมการสหกรณ์อาจจะยังขาดความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตัวเอง ในขณะที่ตัวสมาชิกก็ต้องเคารพในสิทธิและหน้าที่ของตัวเอง และรู้ว่าสิทธิของตัวเองคืออะไร หน้าที่ของตัวเองคืออะไร ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการออกเสียงหรือเสนอความเห็นในที่ประชุม การมีส่วนร่วมในการทำธุรกิจกับสหกรณ์ และการทำหน้าที่ของตัวเองในการเป็นระดับต้นทางที่ผลิตน้ำนมดิบ ให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน เพื่อส่งให้สหกรณ์ และเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นนมพร้อมดื่มจำหน่ายสู่ผู้บริโภค ซึ่งเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์จะเข้าไปเน้นย้ำให้สมาชิกเข้าใจว่ากระบวนการผลิตนมที่มีคุณภาพตั้งแต่ในระดับต้นน้ำถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์นมของสหกรณ์ได้มาตรฐานปลอดภัยและประโยชน์ต่อผู้บริโภค ดังนั้น สมาชิกสหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จำกัด ต้องปฏิบัติให้ครบทั้ง 3 องค์ประกอบ หากสมาชิกปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้ได้ ก็จะส่งผลทำให้สหกรณ์สามารถเดินหน้าต่อไปได้ดีและจะช่วยให้สหกรณ์เติบโตอย่างเข้มแข็งยั่งยืนต่อไป” สหกรณ์จังหวัดสกลนคร กล่าว

ทั้งนี้ สหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จำกัด ได้ก่อตั้งมาเป็นระยะเวลากว่า 30 ปี ซึ่งคาดหวังว่าหากสามารถนำผลงานวิจัยบันได 7 ขั้นสู่การรวมกลุ่มอย่างยั่งยืนมาส่งเสริมและพัฒนาการดำเนินงานของสหกรณ์แล้ว ภายใน 1 ปี คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งทุกฝ่ายต้องหันหน้ามาหากันเพื่อร่วมมือในแก้ไขปัญหาและกำหนดแนวทางในการดำเนินงานของสหกรณ์อย่างจริงจัง ทั้งนี้ จะต้องมีการลงพื้นที่เพื่อไปพูดคุยกับสมาชิกสหกรณ์ที่ยังต้องปรับปรุงฟาร์มโคนมให้ได้มาตรฐาน ซึ่งมีประมาณ 50 ราย ดังนั้น การผลิตน้ำนมดิบที่มีคุณภาพ นับเป็นหน้าที่ที่สำคัญของสมาชิกทุกคน เพราะหากนมของสหกรณ์มีปัญหาเรื่องคุณภาพ ก็อาจจะถูกตัดสิทธิในโครงการนมโรงเรียน  ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและรายได้ของสมาชิกสหกรณ์ด้วย ดังนั้น ทุกคนต้องตระหนักในหน้าที่ของตัวเอง และต้องร่วมกันแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน ซึ่งสหกรณ์จะต้องเชิญสมาชิกมาพูดคุยทำความเข้าใจในการผลิตนมคุณภาพ การบริหารจัดการฟาร์มให้ได้มาตรฐาน โดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดสกลนครจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปร่วมชี้แจงกับสมาชิกสหกรณ์เพิ่มเติมด้วย

บทความก่อนหน้านี้แม็คโคร รับโล่เกียรติคุณ ในงาน “มหกรรมอาหารปลอดภัย” มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพอาหารไทยสู่มาตรฐานสากล
บทความถัดไป‘ไคลเมท เชนจ์’ 2018 ไทยพร้อมรับมือ น้ำมา อากาศเปลี่ยน?