ปลูกมัลเบอร์รี่ 1 ไร่ ได้ 3 หมื่น ต่อเดือน ไม้ผลทางเลือกสำหรับคนรักสุขภาพ

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ (berry) เป็นผลไม้ลูกเล็กๆ สีสันสดใส มีรสเปรี้ยวหรือหวาน เช่น สตรอเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ ราสป์เบอร์รี่ ฯลฯ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ มีคุณค่ามากมาย ยังอุดมไปด้วยวิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย จนหลายคนเชื่อว่า “ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่” เป็นยาอายุวัฒนะจากธรรมชาติกันเลยทีเดียว

เมืองไทยก็มีผลไม้ตระกูลเบอร์รี่เช่นกัน โดยเบอร์รี่สายพันธุ์ไทยที่รู้จักกันดี ได้แก่ ลูกหว้า มะเกี๋ยง มะเม่า มะขามป้อม ลูกหม่อน มะยม เชอร์รี่ไทย โทงเทงฝรั่ง ตะขบ เป็นต้น ซึ่งแต่ละชนิดสามารถพบได้ในแต่ละภาคของประเทศ

มัลเบอร์รี่ หรือผลหม่อนสด

“ลูกหม่อน” หรือที่หลายคนรู้จักกันดีในชื่อ “มัลเบอร์รี่” เป็นหนึ่งในไม้ผลทางเลือกสำหรับผู้รักสุขภาพ เพราะมัลเบอร์รี่ มีสารพฤกษเคมี ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น กลุ่มแทนนิน ฟลาโวนอยด์ เทอร์ปีน แอนโทไซยานิน ซึ่งช่วยให้ภูมิร่างกายแข็งแรง ต้านการอักเสบ ต้านเชื้อไวรัส ต้านเชื้อรา ต้านเชื้อแบคทีเรีย ป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็ง ป้องกันความเสื่อมของร่างกาย มีใยอาหาร (ไฟเบอร์) ที่ช่วยทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น มีวิตามินสูง เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบีรวม และมีแร่ธาตุที่สำคัญ เช่น โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส สังกะสี ซีลีเนียม ช่วยผลาญพลังงานและช่วยระบบฮอร์โมนในร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดการเกิดสิวและอาการปวดประจำเดือน

คุณจิรารัตน์ จัยวัฒน์ หรือ “คุณรัตน์” พนักงานการเกษตรชำนาญงาน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยโมง จังหวัดหนองคาย เป็นหนึ่งในกลุ่มเกษตรกรที่เล็งเห็นคุณค่าและคุณประโยชน์ของไม้ผลชนิดนี้จากประสบการณ์ตรงของตัวเธอเอง ที่บริโภคมัลเบอร์รี่เป็นประจำ สามารถบำบัดอาการโรควัยทองได้ดีขึ้น เธอจึงหันมาส่งเสริมให้คนไทยปลูกและบริโภคไม้ผลชนิดนี้อย่างแพร่หลาย

คุณจิรารัตน์ จัยวัฒน์ (คนกลาง) ที่สวนทับเกษตรฟาร์ม

คุณรัตน์ เล่าว่า เมื่อ 5 ปีก่อน เธอมีปัญหาสุขภาพ ด้านระบบสืบพันธุ์ ถึงขั้นตัดมดลูกทิ้ง ภายหลังการผ่าตัด เธอมีอารมณ์ปรวนแปรง่าย ร่างกายร้อนวูบวาบ ซึ่งเป็นลักษณะอาการของสตรีวัยทอง เธอจึงท่องโลกอินเตอร์เน็ตเพื่อค้นคว้าหาวิธีรักษาอาการดังกล่าว ก็ได้คำตอบว่า หากกินมัลเบอร์รี่เป็นประจำจะช่วยลดอาการวัยทองได้

คุณรัตน์ หาซื้อต้นพันธุ์หม่อนเชียงใหม่ 60 มาปลูกที่บ้าน จำนวน 30 ต้น เพื่อเก็บผลสดกินบำรุงร่างกาย หลังปลูกได้ 7 เดือน ต้นมัลเบอร์รี่ก็มีผลผลิตให้เก็บกินได้จำนวนมหาศาล จนกินไม่ทันต้องปล่อยผลทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย เธอเปลี่ยนวิธีคิด นำมัลเบอร์รี่ผลสด ที่มีรสเปรี้ยวมากกว่าหวาน นำมาแปรรูปแบบง่ายๆ คือ ใช้ผลสดต้มน้ำ ผสมน้ำตาลเล็กน้อยเพื่อให้ได้รสชาติหวานอมเปรี้ยวพอเหมาะ ดื่มบำรุงร่างกายทุกวัน ติดต่อกันประมาณ 2-3 เดือน อาการวัยทองของเธอก็หายไป

น้ำมัลเบอร์รี่พร้อมดื่ม

คุณรัตน์ ทำน้ำมัลเบอร์รี่ไปแจกจ่ายให้เพื่อนในที่ทำงานได้ดื่มกินฟรี เนื่องจากน้ำมัลเบอร์รี่ของเธอมีรสชาติอร่อยและมีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้เพื่อนๆ เกิดความประทับใจและสั่งซื้อน้ำมัลเบอร์รี่ของเธอเป็นจำนวนมาก เกิดการพัฒนาสู่การผลิตเชิงการค้าในที่สุด

รู้จัก “หม่อน พันธุ์เชียงใหม่ 60”

หม่อนผลสดพันธุ์เชียงใหม่ เป็นพันธุ์หม่อนผลสดที่ให้ผลผลิตสูง คุณภาพดี เหมาะสำหรับบริโภคผลสดและแปรรูปสู่ระบบอุตสาหกรรม เว็บไซต์ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เชียงใหม่ ระบุว่า หม่อนผลสดพันธุ์เชียงใหม่ เป็นพันธุ์หม่อนผลสดที่นำเข้ามาปลูกในประเทศไทยมานานหลายสิบปีแล้ว แต่ไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจน อีกทั้งไม่มีชื่อพันธุ์มาก่อน สามารถสืบค้นต้นกำเนิดได้เพียงว่า ในราว ปี 2515 นายโกสิ่ว แซ่โก ได้นำพันธุ์จากอำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ มาปลูกไว้ในสวนที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่ พ.ศ. 2526-2547

ศูนย์วิจัยหม่อนไหมอุดรธานี ศูนย์หม่อนไหมแพร่ และสถานีทดลองหม่อนไหมเชียงใหม่ กรมหม่อนไหมได้ดำเนินการสำรวจ รวบรวมพันธุ์หม่อนผลสด นำมาเปรียบเทียบผลผลิต ศึกษาวิธีการเขตกรรม ขยายพันธุ์ ตลอดจนวิธีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ วิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการและเภสัชวิทยา จนพบว่า เป็นพันธุ์หม่อนที่ให้ผลผลิตสูง คุณภาพดี เหมาะสำหรับบริโภคผลสดและแปรรูปในเชิงอุตสาหกรรม จึงเสนอเป็นพันธุ์หม่อนผลสดแนะนำให้เกษตรกรปลูกในเวลาต่อมา

ต้นมัลเบอร์รี่พันธุ์เชียงใหม่ 60

หม่อนพันธุ์ “เชียงใหม่ 60” มีลักษณะเด่น ดังนี้

  1. ให้ผลผลิตผลสดไม่ต่ำกว่า 1,000 กิโลกรัม ต่อไร่ ต่อปี
  2. ผลมีขนาดใหญ่ และปริมาณกรดสูง เหมาะสมสำหรับบริโภคสดและการแปรรูป
  3. สามารถกำหนดเวลาให้ผลผลิตได้ ด้วยวิธีการบังคับให้ออกดอกติดผลนอกฤดูกาล
  4. ขยายพันธุ์ได้ง่าย กรมหม่อนไหม แนะนำให้เกษตรกรปลูกหม่อนพันธุ์นี้ในพื้นที่ดอนของภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

หากแหล่งปลูกเป็นพื้นที่ที่สามารถให้น้ำได้ ในระหว่างที่ต้นหม่อนออกดอกติดผลจนถึงเก็บเกี่ยว จะทำให้ได้ผลผลิตสูงขึ้น ข้อควรระวังคือ

  1. หม่อนพันธุ์นี้ไม่ต้านทานต่อโรครากเน่า
  2. ต้องการน้ำในระยะเวลาประมาณ 3 เดือน ระหว่างการออกดอกติดผลจนเก็บเกี่ยว เพื่อให้มีผลผลิตสูง

การปลูก ดูแลรักษา

ทุกวันนี้ เกษตรกรไทยหันมาปลูกมัลเบอร์รี่หรือหม่อนผลสดหลากหลายสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นมัลเบอร์รี่ที่ผ่านการพัฒนาปรับปรุงขึ้นเองในประเทศหรือสายพันธุ์มัลเบอร์รี่ที่นำเข้าจากต่างประเทศ แต่คุณรัตน์เลือกปลูกต้นมัลเบอร์รี่สายพันธุ์เชียงใหม่ 60 เพราะเป็นสายพันธุ์ที่ให้ผลดกมาก มีรสชาติหวานอร่อยถูกใจผู้ซื้อ เมื่อนำมาแปรรูป จะได้น้ำมัลเบอร์รี่ที่มีคุณภาพดีที่สุด

พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกต้นมัลเบอร์รี่ได้ 80 ต้น โดยปลูกในระยะห่าง 4×4 เมตร หรือปลูกในระยะห่าง 4×5 เมตร เพื่อให้ง่ายต่อการดูแลจัดการผลผลิต ควรปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง แต่ดูแลบำรุงต้นโดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์ประเภทปุ๋ยคอก ปุ๋ยน้ำหมักจุลินทรีย์ โดยธรรมชาติของต้นมัลเบอร์รี่ชอบน้ำ แต่ไม่ชอบน้ำขัง ไม่ควรปลูกในพื้นที่ที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง เพราะต้นมัลเบอร์รี่มีโอกาสยืนต้นตายได้ หากแช่น้ำท่วมไม่กี่วัน ก็ยังอยู่รอดได้ หลังน้ำลด บำรุงรักษาโดยพูนโคนต้นใหม่ ดูแลตัดแต่งกิ่ง ต้นมัลเบอร์รี่ก็จะให้ผลผลิตได้ตามปกติ

แปลงปลูกมัลเบอร์รี่ ที่ ทับเกษตรฟาร์ม

หลังปลูกแค่ 7 เดือน ก็เก็บผลผลิตออกขายหรือนำไปบริโภคได้ ฤดูการให้ผลผลิตของมัลเบอร์รี่ โดยปกติอยู่ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน จะเก็บผลผลิตได้ประมาณ 1,000 กิโลกรัม หรือเฉลี่ย 1 ตัน ต่อไร่ ทั้งนี้ต้นมัลเบอร์รี่จะให้ผลผลิตทุกๆ 4 เดือน หากไปตรงจังหวะกับช่วงฤดูฝน จะเก็บผลผลิตได้ลดลง เหลือแค่ 400-500 กิโลกรัม ต่อไร่

โดยทั่วไป มัลเบอร์รี่ผลแดง มีรสชาติเปรี้ยวจัด ผลม่วงดำ มีรสชาติหวาน ระวังอย่าปล่อยให้ผลสุกคาต้นจนเกินไป เพราะผลมัลเบอร์รี่จะมีรสหวานติดฝาด จึงควรเก็บเกี่ยวผลผลิตในระยะเวลาที่เหมาะสมด้วย ช่วงฤดูฝน ต้นมัลเบอร์รี่ฉ่ำน้ำ จะมีรสหวานลดลงหน่อย ผลผลิตในช่วงฤดูร้อนและฤดูหนาว มัลเบอร์รี่ผลสุกสีดำจะมีรสชาติหวานอร่อยชื่นใจ

“มัลเบอร์รี่ จัดอยู่ในกลุ่มไม้ยืนต้น แค่ลงทุนปลูกต้นมัลเบอร์รี่เพียงแค่ครั้งเดียว มีอายุการเก็บเกี่ยวยาวนานถึง 30 ปี หากต้องการให้มีผลผลิตคุณภาพดีสม่ำเสมอ ต้องคอยตัดแต่งกิ่งเพื่อทำสาวบ้าง สำหรับเกษตรกรรายย่อยหรือผู้ที่ต้องการปลูกเพื่อเก็บผลสดไว้บริโภคในครัวเรือน ไม่ควรปลูกเกิน 1 ไร่ เพราะต้นมัลเบอร์รี่ให้ผลดกมาก ระยะเวลา 1 ปี สามารถเก็บผลผลิตได้ 3 รอบ” คุณรัตน์ กล่าว

เพลี้ยไฟ ศัตรูพืชในแปลงปลูก

“เพลี้ยไฟ” คือ อุปสรรคสำคัญในการปลูกมัลเบอร์รี่ มักเจอปัญหาเพลี้ยไฟระบาดรบกวนในแปลงปลูกมัลเบอร์รี่ในช่วงภาวะอากาศร้อนและมีสภาพแล้งจัด ในระยะนี้หากเจอการระบาดให้ตัดแต่งกิ่งอ่อนไปเผาทำลาย ไม่ต้องกลัวผลผลิตจะลดลง เพราะต้นมัลเบอร์รี่ยิ่งตัดยิ่งแตกกิ่งออกมาเรื่อยๆ เพราะการตัดแต่งกิ่งจะช่วยกระตุ้นให้ต้นมัลเบอร์รี่ผลิดอกออกผลออกมามากกว่าเดิมนั่นเอง

ตลาดมัลเบอร์รี่

“มัลเบอร์รี่ เป็นผลไม้ที่กินสดหรือแปรรูปได้หลากหลาย แต่จุดอ่อนสำคัญคือ ขนส่งยาก เพราะเป็นผลไม้ที่ไม่มีเปลือก  มัลเบอร์รี่มีลักษณะเหมือนองุ่น แต่เปราะบางเสียยิ่งกว่าองุ่น หากเก็บมาจากต้นแล้ว ต้องส่งให้ถึงมือผู้บริโภคภายใน 1 วัน มิฉะนั้นจะเสื่อมสภาพ หรือรักษาคุณภาพโดยแช่ในช่องฟรีซตู้เย็น” คุณรัตน์ บอก

ปัจจุบัน คุณรัตน์ ปลูกต้นมัลเบอร์รี่มาได้ 5 ปีแล้ว ระยะแรกเน้นกินผลสดเป็นหลัก เพิ่งหันมาแปรรูปมัลเบอร์รี่ในช่วง 3 ปีหลังนี่เอง คุณรัตน์ นำมัลเบอร์รี่ผลสดไปแปรรูป เพื่อยืดอายุการขายและสร้างมูลค่าเพิ่มในหลากหลายรูปแบบ เช่น น้ำมัลเบอร์รี่พร้อมดื่ม น้ำมัลเบอร์รี่แบบเข้มข้น แยมมัลเบอร์รี่ และมัลเบอร์รี่หยี (เอามัลเบอร์รี่ผลสดไปกวนกับน้ำตาลทราย นำไปอบแห้งและตัดเป็นชิ้นๆ กินเป็นขนมเพื่อสุขภาพ)

ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมัลเบอร์รี่ ของ คุณจิรารัตน์ จัยวัฒน์

คุณรัตน์ พยายามแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทุกส่วนของต้นมัลเบอร์รี่ ตั้งแต่รากจนถึงใบ เช่น ใบนำไปผลิตเป็นชามัลเบอร์รี่ ช่วยบำรุงสุขภาพช่วยให้นอนหลับได้ดี นอกจากนี้ มีผลงานวิจัยออกมาว่า รากต้นมัลเบอร์รี่ ที่มีอายุ 10 ปีขึ้นไป เมื่อนำไปสกัดจะได้สารไวท์เทนนิ่งที่ช่วยบำรุงผิวให้ขาวใสตามธรรมชาติ คุณรัตน์จึงนำผลวิจัยดังกล่าวไปพัฒนาเป็นเครื่องสำอางบำรุงผิว ลดความหมองคล้ำบนใบหน้าได้อย่างดี เครื่องสำอางจากมัลเบอร์รี่ผลิตจากธรรมชาติล้วนๆ เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้สารเคมี

กระแสความนิยมบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพมาแรง ทำให้มัลเบอร์รี่ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์สูงต่อสุขภาพขายดีมาก ทั้งผลสด และแปรรูปจนผลิตไม่ทันกับความต้องการของตลาด ผลิตภัณฑ์สินค้าของคุณรัตน์จำหน่ายผ่านช่องตลาดออนไลน์ ผ่านเฟซบุ๊ก “มัลเบอร์รี่ Organic ทับเกษตรฟาร์ม” และเฟซบุ๊ก “Mulberry TAB Kaset’s Farm” ทำให้กิจการของคุณรัตน์มีฐานลูกค้ากระจายอยู่ทั่วประเทศ

นอกจากปลูกมัลเบอร์รี่เป็นสินค้าหลักแล้ว สวน “ทับเกษตรฟาร์ม” ของคุณรัตน์ยังปลูกพืชหลากหลายชนิด เช่น ไผ่กิมซุง ไผ่เลี้ยง ข้าวหอมนิลหนองคาย ผักหวานป่า ที่ปลูกดูแลในระบบเกษตรอินทรีย์ สินค้าของฟาร์มแห่งนี้ ผ่านการรับรองคุณภาพมาตรฐาน Organic Thailand และคุณรัตน์นำสินค้าออกจำหน่ายผ่านงานแสดงสินค้าและตลาดต้องชม (ถนนคนเดิน) และตลาดสีเขียวหนองคาย จนเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคในวงกว้าง

แนะชาวสวนยาง ปลูกมัลเบอร์รี่ เสริมรายได้

ภาวะราคายางตกต่ำ ทำให้เกษตรกรชาวสวนยางพารามีรายได้ลดน้อยลง สวนทางกับค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น องค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ ในฐานะผู้จัดงานหลักงานวันยางพาราบึงกาฬ 2562 จึงจัดเสวนาในหัวข้อ “มัลเบอร์รี่ สร้างรายได้ ชดเชยสวนยาง” โดยเชิญ คุณจิรารัตน์ จัยวัฒน์ พนักงานการเกษตรชำนาญงาน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยโมง จังหวัดหนองคาย ซึ่งเป็นเกษตรกรดีเด่น สาขาเกษตรอินทรีย์จังหวัดหนองคาย ประจำปี 2560 มาร่วมแบ่งปันความรู้สร้างอาชีพเสริมรายได้ให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางพารา

คุณจิรารัตน์ จัยวัฒน์ (ซ้ายมือ) เป็นวิทยากรในเวทีเสวนา “วันยางพาราบึงกาฬ 2562”

คุณรัตน์ ได้แนะนำให้เกษตรกรชาวสวนยางพาราแบ่งพื้นที่ว่าง นำมาปลูกมัลเบอร์รี่อินทรีย์ปลอดสารพิษ จำนวน 1 ไร่ ใช้เวลาปลูกดูแลไม่ถึงปี ก็สามารถเก็บผลสด รวมทั้งน้ำทำมัลเบอร์รี่พร้อมดื่ม และผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่นๆ ออกขาย สามารถสร้างรายได้สูงถึงเดือนละ 30,000 บาท ทีเดียว ต้นมัลเบอร์รี่ เป็นไม้ผลที่ต้องการแสงแดดจัด จึงไม่สามารถปลูกร่วมในแปลงสวนยางพาราได้ ยกเว้นปลูกเพื่อบริโภคในครัวเรือน ต้นมัลเบอร์รี่ก็เจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้ แต่ไม่ดกเท่ากับต้นที่ปลูกกลางแจ้ง

คุณรัตน์ ยินดีแบ่งปันความรู้เรื่องการปลูกและแปรรูปมัลเบอร์รี่ให้แก่ผู้สนใจและเปิดโอกาสให้เยี่ยมชมสวนมัลเบอร์รี่ของเธอได้ ณ สวนทับเกษตรฟาร์ม เลขที่ 330 หมู่ที่ 5 บ้านเซี่ยน ตำบลบ้านเดื่อ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ผู้สนใจกรุณาติดต่อขอเข้าชมสวนได้ล่วงหน้า ที่เบอร์โทร. 081-471-6062 

บทความก่อนหน้านี้“ถนนยางพาราดินซีเมนต์” ต้นทุนต่ำ สร้างง่าย ใช้งานได้ดี
บทความถัดไปสหกรณ์การเกษตรพรหมพิราม จำกัด เปิดจุดรับซื้อข้าวโพดหลังนาจากเกษตรกร ได้ราคาดีกำไรเฉลี่ย 5,000 บาท ต่อไร่