เลี้ยงปลาหมอ ด้วยกล้วย มะละกอ สับปะรด

คุณจรงค์ เกื้อคลัง อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 บ้านหนองปด ตำบลแม่ขรี อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง เจ้าของสวนเกษตรผสมผสานบ้านยางขาคีม หมู่ที่ 6 บ้านยางขาคีม ตำบลทุ่งนารี อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง บอกว่า ภายในสวนจำนวน 4 ไร่ ได้ทำสวนผสมผสานปลูกพืช ผลไม้ไว้หลายตัว แล้วยังได้ทำบ่อเลี้ยงปลาหมอขึ้นมา 1 บ่อ มีความยาวประมาณ 4 เมตร กว้าง 1 เมตร เลี้ยงปลาหมอจำนวน 500 ตัว ซื้อลูกปลาหมอมาตัวละ 1.20 บาท ซึ่งตอนนี้เลี้ยงมาได้ประมาณ 2 เดือน ทั้งนี้ ไว้รองรับกับพืชผักผลไม้ที่เหลือๆ หรือที่หล่นใต้โคน จะได้นำมาเป็นอาหารเลี้ยง อีกทั้งพืชผักผลไม้ก็จะไม่สูญเปล่า จะได้ใช้ประโยชน์และเลี้ยงได้อย่างดีด้วย จะลดต้นทุนได้มากกับการซื้ออาหารปลามาเลี้ยง

การเลี้ยงปลา ต้องยอมรับว่าต้นทุนในการเลี้ยงจะสูงมากทางด้านอาหาร หากเมื่อมีอาหารที่ทำเองมาเป็นหลักในการเลี้ยงปลาก็พอจะมีกำไร หาไม่แล้วจะไม่ได้อะไรหรืออาจจะขาดทุนเสียด้วยซ้ำ

สำหรับการเลี้ยงปลาหมอ จะต้องใช้อาหารปลาอย่างน้อย 5 วันต่อ 1 กิโลกรัม ถ้า 1 เดือน ต้องใช้อาหารปลาประมาณ 6 กิโลกรัม อาหารปลาราคา 30 บาทต่อกิโลกรัม จะเป็นเงินประมาณ 180 บาทต่อเดือน ถ้า 6 เดือน ถึงคราวครบอายุก็มีการจับปลาหมอมาบริโภคหรือออกขาย ก็จะต้องมีต้นทุนในการเลี้ยงเฉพาะค่าอาหารปลากว่า 1,000 บาท

คุณจรงค์ ยังบอกว่า แต่เมื่อเลี้ยงด้วยอาหารธรรมชาติ โดยถอดแบบมาจากธรรมชาติ ปลาหมอที่อยู่ตามห้วยหนองลำคลองก็อาศัยกินอาหารตามธรรมชาติ ซากพืชซากสัตว์ ตะกอน โคลน ตะไคร่น้ำ จึงเอาแบบอย่างมาเลี้ยงปลาในบ่อดินให้กินตามธรรมชาติ โดยในระยะ 2 เดือน เพียงให้อาหารปลาเสริมเข้าไปประมาณ 2 กิโลกรัม ราคา 30 บาทต่อกิโลกรัม เป็นเงิน 60 บาท ถ้าครบ 6 เดือน ก็ประมาณ 180 บาทเท่านั้น

ดังนั้น การเลี้ยงปลาหมอตามธรรมชาติจึงให้อาหารปลาหมอตั้งแต่กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ หรือกล้วยทุกประเภทจนถึงมะละกอ สับปะรด และผลไม้ต่างๆ หรือไม่ก็เศษอาหาร แล้วนำมาหมักกับอีเอ็ม ประมาณ 4 วัน หรือประมาณ 1 อาทิตย์ ก็นำมาให้ปลาหมอกินได้ โดยให้ 2-3 วันครั้ง

“ส่วนอาหารของปลาก็ให้บ้างเล็กน้อยไป โดยเลี้ยงมา 2 เดือนให้อาหารปลาแค่ 2 กิโลกรัมเท่านั้น จึงลดต้นทุนไปเกือบถึง 1,000 บาทเมื่อถึงคราวจับปลา และปลาหมอจะให้น้ำหนัก 4-5 ตัวต่อกิโลกรัม และปลาหมอก็ได้ราคาตามท้องตลาดโดยทั่วๆ ถึง 100 บาทต่อกิโลกรัม มีพื้นที่เพียงขนาดเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถเลี้ยงได้ตามปริมาณพื้นที่ ทั้งนี้ ได้เอาไว้บริโภคเองเพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และที่เหลือก็ออกขายได้”

คุณจรงค์ ยังบอกอีกว่า ถ้าอยากสะดวกในการเลี้ยงปลาหมอก็สามารถปลูกต้นกล้วย มะละกอ สับปะรด หรือผลไม้อื่นๆ รอบๆ บ่อก็ได้ แล้วก็นำกล้วย มะละกอ สับปะรด หรือผลไม้ข้างบ่อทำอาหารให้ปลาหมอกิน และเวลาน้ำในบ่อปลาหมอเมื่อคราวถึงเวลาจะถ่ายเทน้ำเสีย ก็เอาน้ำนั้นมาเลี้ยงบำรุงพืชผักผลไม้ที่ปลูกตามบริเวณนั้นได้อีกด้วย และพวกพืชผักผลไม้ก็ขึ้นงอกงาม แล้วจะเป็นผลพลอยได้ไปทุกตัวโดยไม่ต้องใช้ปุ๋ยเป็นการลดต้นทุนอีกทอดหนึ่งด้วย เป็นการสร้างงาน สร้างเงิน สร้างรายได้ และยังได้บริโภคเอง เป็นการลดต้นทุนลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้ดีอีกด้วย

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณจรงค์ เกื้อคลัง สวนเกษตรผสมผสานบ้านยางขาคีม หมู่ที่ 6 บ้านยางขาคีม ตำบลทุ่งนารี อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง โทรศัพท์ 061-670-2523