ไม้กินแมลง ไม้สะสม ได้รับความนิยมทั่วโลก

หากจะกล่าวถึงต้นไม้ที่แปลกหรือประหลาด ต้นไม้ที่หลายๆ คนคิดถึงคงไม่พ้นจำพวกพืชกินแมลง บางคนอาจคิดว่าไม่มีอยู่จริง หรืออาจคิดว่าต้องอยู่ในป่าลึกลับ หลายคนคงไม่คิดว่าจะสามารถเจอได้ในประเทศไทย หรือเห็นขายในตลาดต้นไม้ทั่วไป และในป่าธรรมชาติของประเทศไทยก็มีพืชกินแมลง

หม้อข้าวหม้อแกงลิงไบคาลคาราต้า

เช่น หม้อข้าวหม้อแกงลิง ที่หลายคนอาจจะเคยเห็นหรือรู้จักมาบ้าง พืชกินแมลงไม่ได้เลี้ยงยากอย่างที่คิด บางพันธุ์เลี้ยงได้ง่ายมาก พืชกินแมลงมีลักษณะพิเศษ ในการล่อแมลง จับแมลง และลักษณะที่จะขาดไม่ได้คือ กินเหยื่อ หรือความหมายในเชิงวิทยาศาสตร์คือ สามารถย่อยและดูดซึมธาตุอาหารจากเหยื่อ เพื่อช่วยในการบำรุงต้นให้แข็งแรง และเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตของต้นพืชเพื่อโอกาสในการอยู่รอด และยังมีพืชหลายชนิดที่สามารถดักจับและฆ่าแมลงได้ แต่ไม่กิน (ไม่ดูดซึมสารอาหารจากเหยื่อ) จึงไม่จัดว่าเป็นพืชกินแมลง

หม้อข้าวหม้อแกงลิงแอมพลูลาเรีย

ทำไมต้องกินแมลง มีคำอธิบายจากแนวคิดของนักวิทยาศาสตร์ ถึงประเด็นนี้ แบ่งออกเป็น 2 แนวคิด คือ

  1. เชื่อว่ารากของพืชกินแมลงทำงานได้แย่มาก จนไม่สามารถดูดซึมธาตุอาหารที่มีอยู่ในดินได้เพียงพอกับความต้องการ จึงมีวิวัฒนาการเพื่อการอยู่รอด โดยการจับกินแมลงเพื่อดูดกินสารอาหาร โดยมีเหตุผลรองรับว่า ในขณะที่พื้นที่เดียวกัน พืชชนิดอื่นๆ สามารถเติบโตได้ แต่พืชกินแมลงจำเป็นต้องหาไนโตรเจนมากกว่าไม้ชนิดอื่นๆ ในการเจริญเติบโต
  2. พืชกินแมลงหลายชนิดพบในพื้นที่ที่ชื้นแฉะและมีน้ำไหลเวียนพัดพาเอาธาตุอาหารออกไป ซึ่งอาจจะทำให้ดินที่ขาดแคลนธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต จึงมีวิวัฒนาการเพื่อการอยู่รอด โดยการจับกินแมลงเพื่อดูดกินสารอาหาร

สิบเอก บรรลือศักดิ์ สีหิน หรือ คุณดิ๊ ประกอบอาชีพเสริมเป็นเกษตรกรเพาะพันธุ์และจำหน่ายไม้กินแมลง ปัจจุบันภายในโรงเรือนเพาะเลี้ยงไม้กินแมลงแห่งนี้ มีหลายร้อยสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ไทยแท้หรือสายพันธุ์นอกที่หายากบางชนิดก็ตาม สิบเอก บรรลือศักดิ์ กล่าวว่า เริ่มแรกนั้นเกิดจากความชื่นชอบ เพราะไม้กินแมลงก็ถือเป็นไม้สะสมที่ผู้คนทั่วโลกให้ความนิยมอย่างมาก โดยเริ่มจากการสะสมไม้กินแมลงพื้นเมืองของไทย เพราะดูแลง่าย

เมื่อมีความรู้และประสบการณ์ที่มากพอสมควร จึงเริ่มสะสมไม้กินแมลงสายพันธุ์ต่างประเทศที่เป็นสายพันธุ์แท้และสายพันธุ์ผสม เมื่อนำมาเลี้ยงดูแล้วต้องบอกเลยว่าใช้ระยะเวลาพอสมควรในการลองผิดลองถูกกว่าจะประสบความสำเร็จ เมื่อสำเร็จแล้วก็ได้นำสายพันธุ์แต่ละสายพันธุ์มาผสมกัน ก็ทำให้เกิดสายพันธุ์ใหม่ที่หลากหลายยิ่งขึ้น

หม้อข้าวหม้อแกงลิงแอมพลูลาเรีย

และจุดเริ่มต้นที่ทำให้มีผู้คนสนใจ จนเกิดเป็นรายได้จากความชอบนั้นคือ ได้นำภาพและเรื่องราวของไม้กินแมลงแต่ละสายพันธุ์โพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ทำให้มีคนรู้จักไม้กินแมลง และบอกต่อกันสู่คนในแวดวงไม้กินแมลง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

โรงเรือนไม้กินแมลง

โรงเรือนของทางสวนมีขนาด 6×12 เมตร ใช้ซาแรนปิดให้มิดชิดทั่วโรงเรือน ทั้งด้านข้างและด้านบนเพื่อพรางแสงแดดและกันแมลงต่างๆ ที่อาจมากัดกินต้นไม้ได้

 

การเพาะพันธุ์ไม้กินแมลง

นิยมเพาะพันธุ์ด้วยวิธีปักชำ หรือแยกหน่อ 2 วิธีนี้ใช้ระยะเวลาไม่นานในการขยายพันธุ์ แต่จะใช้วิธีนี้ก็ต่อเมื่อไม้กินแมลงสายพันธุ์นั้นๆ ได้รับความนิยมมากในตลาด มีหม้อที่สวยและเป็นสายพันธุ์ที่แปลก สามารถจำหน่ายได้เลยอย่างแน่นอน

การปักชำ หรือแยกหน่อ ไม้กินแมลงเป็นพืชที่มีกิ่งลักษณะคล้ายไม้เลื้อย กิ่งจะมีข้ออยู่ประมาณ 2-3 ข้อ โดยจะใช้เพียง 2 ข้อ ในการตัดมาปักชำ วัสดุเพาะใช้เพียงขุยมะพร้าว รดน้ำให้ชุ่ม และนำกิ่งปักลงไป โดยนำถุงพลาสติกคลุมกระถางเพาะมัดปากถุงปิดให้มิดชิด จากนั้นหมั่นสังเกตที่กิ่งว่ามีการแตกใบอ่อนๆ ออกมาหรือยัง หากมีใบอ่อนแตกออกมาแล้ว แสดงว่าระบบรากสามารถเดินได้ดี

Nepenthes alata

และเมื่อมีใบอ่อนแตกออกมาเพิ่มขึ้น 2-3 ใบ ให้ค่อยๆ คลายปากถุงพลาสติกออก และพับปากถุงพลาสติกลงตามลำดับ เพื่อให้ต้นอ่อนค่อยๆ คุ้นชินกับสภาพอากาศภายนอก เมื่อต้นพันธุ์มีอายุครบ 2 สัปดาห์ สามารถนำออกมาเลี้ยงไว้ในโรงเรือนได้แล้ว และเมื่อต้นพันธุ์มีอายุครบ 4 เดือน ก็สามารถจำหน่ายได้

การเพาะด้วยเมล็ด วิธีนี้จะใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน หากเป็นสายพันธุ์ผสมที่ถูกนำเกสรมาเขย่าใส่กัน และนำเมล็ดของต้นนั้นมาเพาะด้วยเมล็ด ก็สามารถทำให้เกิดสายพันธุ์ผสมที่แปลกใหม่ โดยเมล็ดในการเพาะจะอยู่ในหม้อด้านในของไม้กินแมลง วัสดุเพาะใช้ขุยมะพร้าวรดน้ำให้ชุ่ม และนำเมล็ดใส่ลงไป จากนั้นใช้ถุงพลาสติกคลุมกระถางเพาะมัดปากถุงปิดให้มิดชิด เมื่ออายุประมาณ 2-3 เดือน จะเริ่มแตกใบอ่อน ก็ค่อยๆ คลายปากถุงพลาสติกออก และพับปากถุงพลาสติกลงตามลำดับ เพื่อให้ต้นอ่อนค่อยๆ คุ้นชินกับสภาพอากาศภายนอก

เมื่อต้นพันธุ์มีอายุประมาณ 5-6 เดือน ถือว่าอยู่ในช่วงที่ต้นแข็งแรง สมบูรณ์มากๆ แล้ว และสามารถจำหน่ายได้เมื่ออายุครบ 1 ปี จะมีขนาดประมาณ 2-3 นิ้ว

กาบหอยแครง ใบสามารถปิดงับแมลงได้

การให้น้ำ

การให้น้ำในช่วงของการเพาะพันธุ์ ไม่จำเป็นต้องรดน้ำบ่อยเพราะถุงที่ห่อหุ้มไว้จะช่วยกักเก็บความชุ่มชื่น สามารถรดน้ำได้สัปดาห์ละ 1 ครั้ง หากขุยมะพร้าวเริ่มแห้ง และหลังจากนำมาเลี้ยงในโรงเรือนสามารถสังเกตได้จากขุยมะพร้าวว่าแห้งหรือไม่ หากแห้งไปต้องรดน้ำเพื่อคงความชุ่มชื่นเอาไว้

การให้ปุ๋ย

จะให้สารอาหารจากปุ๋ยทุก 3-4 เดือน โดยปุ๋ยที่ให้จะเป็นปุ๋ยออสโมโค้ท เป็นปุ๋ยที่ควบคุมการปลดปล่อยธาตุอาหารอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่องเป็นเวลายาวนาน

กาบหอยแครง ใบสามารถปิดงับแมลงได้

การดูแลไม้กินแมลง

เมื่อต้นไม้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นควรเปลี่ยนขนาดกระถางให้ใหญ่ขึ้น เพื่อรากจะได้เดินได้ดี และหมั่นสังเกตวัสดุปลูก (ขุยมะพร้าว) หากวัสดุปลูกเริ่มเสื่อมสภาพลง สามารถสังเกตได้จากตอนรดน้ำ วัสดุปลูกจะไหลออกมาตามน้ำ ไม่สามารถกักเก็บความชุ่มชื่นได้ หรือสามารถเปลี่ยนได้ในทุกๆ 6 เดือน

ในต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่ สามารถใช้กาบมะพร้าวเป็นวัสดุปลูกแทนขุยมะพร้าวได้ เพราะมีการกักเก็บน้ำที่ดีกว่า เพียงพอต่อความต้องการของต้นไม้ที่มีขนาดโตแล้วมากกว่า

เหตุผลที่ใช้วัสดุปลูกเป็นขุยมะพร้าวหรือกาบมะพร้าวนั้น เพราะไม้กินแมลงเป็นไม้ที่ต้องการได้รับสารอาหารจากแมลง ดังนั้น การใช้ดินเป็นวัสดุปลูกจะทำให้ต้นสมบูรณ์และหม้อของไม้กินแมลงจะหยุดพัฒนา เพราะได้สารอาหารเพียงพอแล้ว และก็จะไม่จับแมลงกินเป็นอาหาร และไม้กินแมลงจำเป็นต้องเลี้ยงให้โดนแดดรำไร ห้ามโดนแดดแรงมากเกินไปอาจทำให้ต้นไหม้ได้

พิงกุยคูล่า ใบดักแมลงคล้ายๆ หยาดน้ำค้าง

การผสมเกสรไม้กินแมลงด้วยวิธีผสมเกสร

นำเกสรตัวผู้ที่บานเต็มที่แล้วจะเป็นเกสรสีเหลืองๆ นำเกสรนี้มาป้ายกับเกสรตัวเมีย บริเวณปลายเขียวๆ แต่ต้องให้ดอกของตัวเมียบานเต็มที่ก่อน จึงจะสามารถนำมาป้ายได้ และทุกครั้งเมื่อผสมสายพันธุ์จนได้สายพันธุ์เกิดใหม่ ในวงการไม้กินแมลงจะให้เกียรติเพศเมีย โดยการตั้งชื่อสายพันธุ์ผสมนี้ จะต้องเป็นชื่อของเพศเมียนำหน้าและตามด้วยชื่อของต้นเพศผู้

ตลาดและราคา

ทั้งในปัจจุบันและอดีตไม้กินแมลงได้รับความนิยมเสมอมา เป็นไม้ที่นิยมสะสมกันทั่วโลก กลุ่มตลาดของทางสวนมีทั้งคนรักต้นไม้ นักสะสมไม้แปลก นักสะสมไม้กินแมลง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 10 บาท จนถึงหลัก 10,000 บาท ทั้งนี้ อยู่ที่ขนาด ลักษณะ และสายพันธุ์

“จุดเด่นของเราคือ มีสายพันธุ์ที่หลากหลาย และมีหลายร้อยสายพันธุ์ ได้รับการอนุญาตอย่างถูกต้องในการส่งออกไปทั่วโลก หากใครที่กำลังมองหาไม้แปลกน่าสะสมที่มีมูลค่าในตัวเอง อยากให้ลองมาศึกษาไม้กินแมลง ที่ผู้เลี้ยงจะต้องเพลิดเพลินไปกับการพัฒนาในทุกๆ วัน ของไม้กินแมลงอย่างแน่นอน เริ่มทดลองเลี้ยงจากความชอบเพื่อสั่งสมองค์ความรู้ให้รอบด้าน สามารถตอบคำถามในทุกปัญหาจากไม้กินแมลงได้ หากมีสิ่งนี้ครบแล้วท่านสามารถนำความชอบ กลายมาเป็นช่องทางหารายได้ได้อีกด้วย”

ฮีเลี่ยม ใช้ใบที่เป็นกรวยดักแมลงคล้ายซาราซิเนีย

สำหรับท่านใดที่สนใจไม้กินแมลง ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สิบเอก บรรลือศักดิ์ สีหิน โทรศัพท์ 089-784-0902 หรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ทางเฟซบุ๊ก : Dinursery, ไลน์ไอดี : Dihandsome, ติ๊กต็อก : Dinursery

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก วันศุกร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ.2566