แลดอกไม้งาม ชมเขื่อน วิถีท่องเที่ยวเชิงเกษตร ปราจีนบุรี-นครนายก

สวัสดีปีใหม่ 2561 ขอให้สมาชิกนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ทุกท่าน สุขภาพแข็งแรง ประสบพบแต่ความสุข เจริญรุ่งเรือง มั่งคั่งมั่นคง ตลอดไป

เมื่อวันก่อนผมกับเพื่อนไปท่องเที่ยวเชิงเกษตร จุดหมายแรกที่ไปคือ dasada Gallery จังหวัดปราจีนบุรี มีการจัดแสดงไม้ดอกหลายชนิด สีสดงดงามให้ชื่นชม เที่ยงวันเติมพลังด้วยข้าวเหนียวส้มตำไก่ย่าง จากนั้นได้เที่ยวต่อที่เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก เขื่อนเพื่อการเกษตร ที่บนสันเขื่อนได้ชมทิวทัศน์เขาใหญ่ ท้องทุ่งและเมืองนครนายกที่สวยงาม วิถีท่องเที่ยวเชิงเกษตรครานี้ทำให้มีสุขและได้เติมพลังไปสู้กับวิถีต่างๆ ที่ต้องพบในปีใหม่

dasada Gallery เปิดให้ชื่นชมไม้ดอกไม้ประดับที่งดงาม

ดอกไม้งามกับสตรีมักคู่กันเสมอ และบุรุษก็มักจะเลือกสิ่งที่งดงามนั้น เช่นเดียวกัน ที่ dasada Gallery ได้จัดแสดงไม้ดอกไม้ประดับหลายชนิดสีสดใสงามแปลกตา เช่น กล้วยไม้ เยอร์บีร่า หน้าวัว หรือสับปะรดสีไม้ใบ ซึ่งล้วนเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่น่าสนใจให้นำไปเป็นทางเลือกในเชิงการค้าสร้างรายได้เงินล้านบาท

เยอร์บีร่า ไม้ดอกที่น่าปลูก

เยอร์บีร่า ดอกไม้ที่งดงาม มีชื่อสามัญว่า Gerbera, Barberton daisy ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Gerbera jamesonii hybrida และอยู่ในวงศ์ Compositae เป็นไม้ดอกที่เหมาะจะปลูกประดับในบ้านเรือนหรืออาคารสำนักงาน เยอร์บีร่าเป็นไม้ตัดดอกที่มีสีสวยสดใส มีรูปทรงสวยงาม มีอายุการปักแจกันนานหลายวัน จึงนิยมนำมาประดับบ้านเรือน ใช้จัดงานพิธีและทำช่อดอกไม้ของขวัญในโอกาสต่างๆ ประเทศไทยมีแหล่งผลิตสำคัญ เช่น จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ นนทบุรี สมุทรสาคร นครศรีธรรมราช ภูเก็ต อุบลราชธานี ขอนแก่น นครนายก หรือจังหวัดปราจีนบุรี แต่ผลผลิตยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด จึงต้องมีการนำเข้าจากต่างประเทศ ที่มาข้อมูล : กรมส่งเสริมการเกษตร, 2537.

เสน่ห์ความสวยงามของไม้ดอกไม้ประดับมีให้ชื่นชม

เยอร์บีร่า เป็นพืชที่ปลูกได้ในดินเกือบทุกชนิด ที่เป็นดินร่วน ดินทราย ดินร่วนซุย อากาศถ่ายเทดี มีความชื้นในดินสม่ำเสมอ การระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูง แต่เยอร์บีร่าไม่ชอบดินเหนียว ระบายน้ำไม่ดีหรือน้ำขัง

เตรียมการปลูกเยอร์บีร่า : จะปลูกลงในกระถางหรือปลูกเชิงการค้าด้วยการยกแปลง สูงประมาณ 30 เซนติเมตร กว้าง 70 เซนติเมตร ความยาวแปลงตามแนวพื้นที่ เว้นให้มีทางเดินกว้าง 50 เซนติเมตร วัสดุปลูกมีส่วนผสมของขุยมะพร้าว 3 ส่วน แกลบดำ-แกลบดิบ 2 ส่วน ดินดำ 2 ส่วน ทรายหยาบ 1 ส่วน และปุ๋ยหมัก 1 ส่วน

สับปะรดสีไม้ประดับงาม

ขั้นตอนการปลูก : มักเพาะเมล็ดเป็นต้นกล้าก่อนปลูกเพื่อให้เป็นไม้กระถางในเชิงการค้า การเพาะเยอร์บีร่า 100 ต้น จะช่วยให้ได้ต้นและดอกมีสีคล้ายกัน นำวัสดุเพาะเมล็ดที่ใช้จะมีส่วนผสมของขุยมะพร้าว 1 ส่วน กับทรายหยาบ 1 ส่วน ใส่ในกระบะเพาะ ใช้ไม้ทำร่องตามขวาง ห่างกัน 1 นิ้ว วางเมล็ดเรียงในร่อง กลบด้วยวัสดุเพาะ ให้น้ำพอชุ่ม ใน 3-5 วัน เมล็ดจะงอก เมื่อต้นกล้ามีใบจริง 2-3 ใบ ก็นำคุณเจมส์-ไปเพาะในถุงปักชำที่มีส่วนผสมของดินร่วน 2 ส่วน แกลบ 2 ส่วน ขุยมะพร้าว 2 ส่วน ปุ๋ยคอกแห้ง 1 ส่วน และทรายหยาบ 1 ส่วน วางถุงปักชำในที่รำไร ให้น้ำพอชุ่ม เมื่อต้นกล้าแข็งแรง ได้อายุเหมาะสมก็พร้อมให้ย้ายลงปลูกในแปลงหรือกระถาง หลังจากปลูกและปฏิบัติดูแลบำรุงรักษาที่ดี 4-5 เดือน ต้นเยอร์บีร่าก็จะเริ่มมีดอกให้เชยชม หรือนำไปใช้ประโยชน์

กล้วยไม้งามราชินีไม้ดอก

ปลูก หน้าวัว ดอกไม้งามแทนใจ

หน้าวัว ดอกไม้งามลักษณะคล้ายรูปหัวใจ มีชื่อสามัญว่า : Anthurium ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า : Anthurium spp. อยู่ในวงศ์ : Araceae และชื่ออื่นว่า : Flamingo flower Pigg-tail flower หรือดอกหน้าวัว

หน้าวัว เป็นไม้ดอกเศรษฐกิจสำคัญ มีความงามที่ดึงดูดความสนใจจากผู้คนหมู่มาก มีลักษณะเด่นที่สังเกตเห็นได้คือ ที่บริเวณกลางของดอกจะมีส่วนที่ยื่นยาวออกมา เรียกว่า “ปลี” มีหลายสีแตกต่างกันไป มีฐานรองดอก หรือที่เรียกว่า “ดอก” อยู่ด้านล่างของปลีที่มีทั้งพื้นผิวเรียบหรือย่น มีหลายสีสวยงามที่แตกต่างกันตามสายพันธุ์

เยอร์บีร่า กลุ่มสีชมพูม่วง

การปลูกหน้าวัว : เหมาะที่จะปลูกในกระถาง นำวัสดุปลูกใส่ 1 ใน 3 ของกระถาง วางต้นกล้าหน้าวัวบนวัสดุปลูกให้อยู่กลางกระถาง จัดรากให้แผ่กระจาย ระวังอย่าให้รากหัก ใส่วัสดุปลูกเติมให้เกือบเต็มกระถาง ใช้ไม้หลักปักยึดกับลำต้นป้องกันการโค่นล้ม ให้น้ำแต่พอชุ่ม จากนั้นคอยปฏิบัติดูแลบำรุงรักษาให้ต้นเจริญเติบโตได้ดอกที่สวยงาม

การใส่ปุ๋ย : นำปุ๋ยอินทรีย์ผสมกับกระดูกป่น อัตราส่วน 1:2 ใส่ต้นละ 1 ช้อนโต๊ะ โดยโรยรอบทรงพุ่มต้นทุก 6 เดือน และใส่ปุ๋ยทางใบ สูตร 17-34-17 หรือ สูตร 16-21-27 ทุก 10-14 วัน ใช้ตามคำแนะนำที่ฉลาก

เยบีร่า เป็นพืชที่ปลูกได้ในดินเกือบทุกชนิดที่เป็นดินร่วน

การให้น้ำ : ต้นหน้าวัว เป็นพืชที่ต้องการความชื้นสูง ต้องให้ได้รับน้ำเพียงพอ ควรให้น้ำสะอาดเช้าและเย็น หรือตรวจสอบสภาพแวดล้อมความชุ่มชื้นว่ามีความเหมาะสมเพียงใด แล้วจึงพิจารณาเพิ่มหรือลดการให้น้ำ

วัสดุปลูก : ต้นหน้าวัว มีอายุการปลูกได้อย่างน้อย 6 ปี วัสดุปลูกควรมีค่าความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) อยู่ที่ระหว่าง 5.5-6.5 วัสดุปลูกต้องมีลักษณะโปร่ง เก็บความชื้น ระบายน้ำได้ดี ไม่มีสารที่เป็นพิษต่อพืช ไม่เน่ายุบหรือย่อยสลายง่าย วัสดุที่นิยมใช้มี เปลือกไม้ กากชานอ้อย ถ่าน ซังข้าวโพด กะลามะพร้าว กาบมะพร้าวสับขนาดใหญ่มีเปลือกติด วัสดุอื่น เช่น กรวดภูเขาไฟ ใยหิน หรืออิฐทุบ การเลือกใช้วัสดุปลูกชนิดใดนั้น ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของท้องถิ่น ซึ่งวัสดุปลูกจะช่วยให้รากยึดจับได้แน่น ต้นไม่โค่นล้ม และช่วยให้ต้นหน้าวัวเจริญเติบโตและสร้างดอกได้สวยงาม

ด้วยเสน่ห์ความสวยงามของไม้ดอกไม้ประดับที่นำมาบอกเล่า พอจะมองเห็นช่องทางทำเงินหรือยังครับ ถ้าอย่างนั้นไปเที่ยวเขื่อนขุนด่านปราการชลด้วยกัน ที่นี่มีเรื่องราวให้เรียนรู้ ได้รู้คุณค่าและประโยชน์มีมากมาย

ดอกไม้งามกับครอบครัวอบอุ่น

ไปเที่ยวชม เขื่อนขุนด่านปราการชล

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ : ที่มีพระราชดำริ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2536 เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานพระราชดำริให้กรมชลประทานพิจารณาวางโครงการและก่อสร้างเขื่อนคลองท่าด่าน ที่บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำนครนายกตอนบน เพื่อให้ราษฎรตอนล่างมีน้ำใช้ทำการเกษตร การอุปโภคบริโภค ช่วยบรรเทาอุทกภัยในเขตจังหวัดนครนายก เพื่อการอุตสาหกรรม และเพื่อแก้ไขพื้นที่ดินเปรี้ยว

หน้าวัวดอกไม้งามแทนใจ

วัตถุประสงค์ :

  1. 1. เพื่อให้เป็นแหล่งน้ำต้นทุนที่สามารถจัดสรรน้ำให้พื้นที่ชลประทาน 185,000 ไร่
  2. เพื่อเป็นแหล่งน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคและอุตสาหกรรม
  3. เพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยและดินเปรี้ยวในเขตจังหวัดนครนายก

ประโยชน์ที่ได้รับ : มีน้ำใช้เพื่อเกษตรกรรม การอุปโภคบริโภค แก้ปัญหาดินเปรี้ยว เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา และบรรเทาอุทกภัย เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดนครนายก นักท่องเที่ยวสามารถชมอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้จากบริเวณสันเขื่อน จะเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามทั้งด้านหน้าเขื่อนและด้านหลังเขื่อน ชมทิวทัศน์เมืองนครนายก

พัฒนาการท่องเที่ยว : การระบายน้ำจากเขื่อนขุนด่านปราการชลลงในลำน้ำเดิม ประมาณ 1 ล้านลูกบาศก์เมตร ต่อปี ซึ่งส่งผลทางอ้อมต่อพัฒนาการท่องเที่ยวให้มีผู้มาล่องแก่งได้ตลอดปี ซึ่งจากเดิมล่องแก่งได้ 4-5 เดือน รวมทั้งภูมิทัศน์บริเวณเขื่อนขุนด่านปราการชลมีความสวยงามเหมาะเป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนของประชาชน

นี่ก็คือ เรื่องราว แลดอกไม้งาม ชมเขื่อน วิถีท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่น่าสนใจศึกษาเรียนรู้ ให้นำไปปรับใช้เพื่อการยังชีพที่พอเพียงและมั่นคง

สนใจเยี่ยมชมไม้ดอกงามได้ที่ dasada Gallery จังหวัดปราจีนบุรี หรือชมเขื่อนขุนด่านปราการชล ได้ที่บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ก็ได้นะครับ

บทความก่อนหน้านี้“หมู่บ้านเกษตรสันติราษฎร์” โมเดลต้นแบบเพิ่มรายได้ตำรวจไทย
บทความถัดไป2 เฟอร์นิเจอร์ DIY ผลงานนักศึกษา มทร.ธัญบุรี