ศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ ประโยชน์ที่มากกว่ารายได้เสริม ของ กวางทอง ราษี ที่บึงกาฬ

“เกษตรทฤษฎีใหม่” คือแนวทางและหลักการในการทำเกษตรที่เน้นในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำและที่ดิน เพื่อให้สามารถทำเกษตรบนที่ดินขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ ทั้งยังให้ความสำคัญในด้านการพัฒนาให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยการทำเกษตรแบบทฤษฎีใหม่นั้นจะต้องมีการจัดสรรที่ดินอย่างเป็นระบบและมีสัดส่วนชัดเจน คือต้องมีทั้งพื้นที่สำหรับทำนาข้าว ปลูกพืชผัก ผลไม้ต่างๆ พื้นที่สำหรับเลี้ยงสัตว์และทำเป็นที่พักอาศัย รวมถึงต้องมีน้ำในปริมาณที่เพียงพอสำหรับการเพาะปลูกอีกด้วย

แต่เพื่อให้การปฏิบัติตามหลักของเกษตรทฤษฎีใหม่ประสบผลสำเร็จนั้น เกษตรกรเองก็จะต้องยึดถือและปฏิบัติตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงควบคู่ไปด้วย เนื่องจากทั้งสองสิ่งนั้นมีความเกี่ยวเนื่องกันอย่างขาดไม่ได้ กล่าวคือ หากเศรษฐกิจพอเพียงนั้นก็เปรียบเหมือนแนวทาง เกษตรทฤษฎีใหม่นั้นก็เปรียบเหมือนกับหลักการและขั้นตอนการนำเอาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในทางปฏิบัตินั่นเอง

คุณกวางทอง ราษี อยู่ที่บ้านเลขที่ 164 บ้านโคกก่อง ตำบลโคกก่อง อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ทำสวนโดยยึดถือและปฏิบัติตามหลักการและแนวทางของเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยมีการแบ่งพื้นที่สำหรับทำนาข้าว ปลูกพืชผักและผลไม้ รวมถึงพื้นที่เลี้ยงสัตว์เอาไว้อย่างเป็นสัดส่วน ซึ่งถือเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี

คุณกวางทอง ราษี กับลูกแพะที่เลี้ยงเอาไว้

จากเกษตรกรสวนยาง สู่การทำสวนตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่

คุณกวางทอง เล่าถึงจุดเริ่มต้นการทำสวนว่า ก่อนที่จะหันมาสนใจเกี่ยวกับการทำเกษตรทฤษฎีใหม่นั้น เคยยึดอาชีพเป็นเกษตรกรยางพาราอยู่ที่บ้านคำภูมาก่อน แต่เนื่องจากอายุที่มากขึ้นและปัญหาเรื่องราคายางพาราที่ตกต่ำ ทำให้เริ่มคิดถึงการหาอาชีพและรายได้เสริม ประกอบกับมีความสนใจในเรื่องศาสตร์ของพระราชา และการทำเกษตรทฤษฎีใหม่อยู่เป็นทุนเดิม จึงได้เริ่มต้นทำสวนบนพื้นที่กว่า 24 ไร่ ซึ่งได้เริ่มทำตั้งแต่ ปี 2554 จนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลากว่า 6 ปีแล้ว

โดยได้แบ่งพื้นที่ จำนวน 12 ไร่ เอาไว้สำหรับปลูกข้าว ส่วนพื้นที่อีก 12 ไร่ ที่เหลือก็ใช้ปลูกทั้งไม้ผลและพืชผักสวนครัว อาทิ มะม่วง พุทรา มะขาม รวมถึงกล้วยหอมและต้นไผ่ด้วย และจะเน้นปลูกเอาไว้สำหรับกินเองในครอบครัว และหากเก็บผลผลิตได้มากยังสามารถนำไปจำหน่ายได้อีกด้วย

ฐานเรียนรู้การทำนาโยน

“นอกจากการปลูกผลไม้แล้ว ตอนนี้เราได้วางแผนที่จะเพาะเห็ดฟางด้วย โดยจะวางตามแนวต้นไม้และปล่อยให้เห็ดโตเองตามธรรมชาติ เนื่องจากในปัจจุบันคนนิยมบริโภคเห็ดเป็นจำนวนมาก ส่วนเหตุผลที่ทำให้หันมาทำเกษตรตามศาสตร์ของพระราชาหรือเกษตรทฤษฎีใหม่นั้น ไม่ใช่แค่เพราะปัญหาเรื่องอายุที่มากขึ้นหรือความต้องการที่จะหารายได้เสริมให้แก่ครอบครัวเท่านั้น ยังเชื่ออีกด้วยว่าเกษตรทฤษฎีใหม่ของพ่อหลวง รัชกาลที่ 9 จะสามารถทำให้เรามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ นอกจากนี้ ยังทำให้ได้เรียนรู้เรื่องการทำเกษตรอินทรีย์หรือการทำเกษตรแบบไม่ใช้สารเคมีอีกด้วย”

 

รายได้เสริมจาก การเลี้ยงวัว และการขยายพันธุ์ส่งขาย

นอกจาก ข้าว ผลไม้ และพืชผักสวนครัวแล้ว ที่สวนยังแบ่งพื้นที่เอาไว้สำหรับเลี้ยงวัว แพะ และปลาด้วย สำหรับวัวที่เลี้ยงนั้นจะเป็นสายพันธุ์บราห์มัน เนื่องจากมีความทนทานต่อสภาพอากาศร้อน รวมทั้งโรคและแมลงได้ดี ทั้งยังไม่ต้องการการดูแลมากนักอีกด้วย โดยวัวและแพะนั้นจะเลี้ยงเอาไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้เป็นอย่างดี

วัวพันธุ์บราห์มัน

สำหรับวัวจะซื้อมาเพื่อขยายพันธุ์ต่อและส่งขาย โดยวิธีการเลือกพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์นั้นจะต้องเลือกตัวที่มีลักษณะสวยงาม สูง และมีหางที่ยาว ซึ่งวัวที่โตเต็มที่จะสามารถส่งขายได้ในราคา 30,000-60,000 บาท เลยทีเดียว

“เรื่องการเลี้ยงดูวัวและแพะนั้น ได้สร้างคอกเอาไว้อย่างเป็นสัดส่วน ส่วนอาหารนั้นจะเน้นให้เป็นพวกต้นไม้ เครือไม้ รวมถึงหญ้าด้วย ดังนั้น ที่สวนจึงมีการแบ่งพื้นที่เอาไว้สำหรับปลูกหญ้าเพื่อนำมาเป็นอาหารให้แก่แพะและวัว ซึ่งถือเป็นการประหยัดต้นทุนในเรื่องของค่าอาหารได้อีกด้วย”

 

จุดเริ่มต้นศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่

หลังจากเริ่มต้นทำเกษตรแบบทฤษฎีใหม่นั้น สิ่งที่ได้เรียนรู้ไม่ได้มีเพียงเรื่องของการจัดสรรพื้นที่หรือการบริหารจัดการน้ำเท่านั้น แต่ยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำเกษตรอินทรีย์ด้วย เนื่องจากเมื่อมาทำเกษตรแบบทฤษฎีใหม่ จึงได้เรียนรู้เรื่องอันตรายและผลเสียจากการใช้สารเคมี การปลูกผักปลอดสารพิษ รวมถึงการทำปุ๋ยอินทรีย์ด้วย จึงสนใจและเริ่มต้นทำเกษตรอินทรีย์ควบคู่ไปด้วย สำหรับปุ๋ยที่ใช้นั้นจะเป็นปุ๋ยที่ทำเอง โดยจะทำจากผักตบชวา มูลวัว และมูลแพะ ส่วนน้ำหมักชีวภาพส่วนใหญ่จะทำจากเศษอาหารที่เหลือทิ้งจากครัวเรือน ซึ่งการทำปุ๋ยและน้ำหมักชีวภาพใช้เองนั้น นอกจากจะช่วยลดต้นทุนด้านการใช้สารเคมีแล้ว ยังถือเป็นผลดีต่อตัวเกษตรกรเองอีกด้วย

สำหรับสิ่งที่จะเน้นให้ความรู้กับผู้ที่เข้ามาศึกษาและเยี่ยมชมนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่รูปแบบการทำเกษตรทฤษฎีใหม่เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงวิธีการทำนาในรูปแบบต่างๆ ด้วย โดยจะมีแปลงสาธิตทั้งหมด 3 แปลง แบ่งเป็นแปลงที่ทำนาโยน นาดำและนาหยอด ซึ่งได้รับความสนใจจากเกษตรกรในพื้นที่บ้านโคกก่องเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ในอนาคตยังวางแผนที่จะขยายการปลูกพืชผัก ผลไม้ และผลิตข้าวสารปลอดสารพิษเพิ่มเติมอีกด้วย

คุณกวางทอง ราษี และครอบครัว

“นอกจากนี้ ที่สวนยังได้เปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ เพื่อเป็นแหล่งศึกษาและให้ความรู้แก่ชาวบ้านและเกษตรกรที่มีความสนใจและต้องการเริ่มต้นทำเกษตรแบบทฤษฎีใหม่อีกด้วย เนื่องจากสวนของเราเองก็ถือว่าประสบความสำเร็จทั้งในเรื่องการทำเกษตรทฤษฎีใหม่และการทำเกษตรอินทรีย์ด้วย โดยเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาการทำเกษตร การจัดสรรพื้นที่ การปลูกพืชผักและผลไม้ รวมถึงยังเป็นศูนย์การเรียนรู้เกี่ยวกับการทำนาในรูปแบบต่างๆ อีกด้วย ซึ่งผู้ที่สนใจส่วนมากก็จะเป็นเกษตรกรและชาวบ้านในพื้นที่ และโดยส่วนตัวเชื่อว่าการที่เปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้นั้นนอกจากจะเป็นการให้ความรู้แล้ว ยังถือเป็นการเปิดโอกาสให้คนในพื้นที่ได้เข้ามาสัมผัส ได้มาเห็นกับตาตัวเองว่าการทำเกษตรแบบทฤษฎีใหม่นั้นสามารถสร้างรายได้และชีวิตที่ดีขึ้นได้จริงๆ”

คุณกวางทอง ราษี กับลูกแพะที่เลี้ยงเอาไว้

เกษตรทฤษฎีใหม่ ประโยชน์ที่มากกว่ารายได้เสริม

การทำเกษตรทฤษฎีใหม่นั้น นอกจากจะได้เรียนรู้เรื่องการทำสวนอย่างเป็นระบบหรือการจัดสรรพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วนแล้ว เกษตรกรยังได้เรียนรู้เรื่องการทำเกษตรอินทรีย์หรือการปลูกผักโดยไม่ใช้สารเคมีด้วย ซึ่งนอกจากจะเป็นการลดต้นทุนในการผลิตแล้ว ยังเป็นผลดีต่อสุขภาพของตัวเกษตรกรเองด้วย นอกจากนี้ ยังได้เรียนรู้และปฏิบัติตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงและการพึ่งพาตนเองอีกด้วย เพราะแม้ว่าการทำเกษตรทฤษฎีใหม่จะช่วยสร้างทั้งรายได้หลักและรายได้เสริม แต่หากเกษตรกรไม่มีภูมิคุ้มกันหรือหลักในการดำเนินชีวิต ก็คงไม่สามารถเดินไปสู่การพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่อย่างมั่นคงและยั่งยืนได้อย่างแท้จริง

“โดยส่วนตัวแล้วคิดว่า การทำเกษตรทฤษฎีใหม่นั้นไม่ใช่เรื่องยาก แม้ว่าระหว่างการเริ่มต้นหรือการเปลี่ยนแปลงอาจเกิดปัญหาขึ้นก็ตาม แต่ “หัวใจ” และ “ศรัทธา” ก็จะเป็นสิ่งที่ช่วยผลักดันให้เราเดินไปถึงจุดหมายที่ตั้งเอาไว้อย่างแน่นอน”

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมชมสวน หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำสวนตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ สามารถติดต่อได้ที่ คุณกวางทอง ราษี หมายเลขโทรศัพท์ (095) 268-2115

บทความก่อนหน้านี้“เมืองกาญจน์” เดินหน้าพัฒนาโรงงานกระดาษไทยสู่แลนด์มาร์กใหม่ เตรียมหารือทุกฝ่าย 1 ก.พ.61 นี้
บทความถัดไปกรมแพทย์แผนไทยฯชู ‘N040’ ยามะเร็งปากมดลูกผ่านทดลองเฟสแรก พบ 50 %ประสิทธิภาพดี