“เฟรชวิลล์ ฟาร์ม” ฟาร์มกลางเมือง อ้าแขนรับนักศึกษา สอนครบทุกขั้นตอน

ฟาร์มกลางเมือง ที่ได้รับการกล่าวขานถึง มีไม่กี่แห่ง

แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ไม่ถึงกับกลางเมืองเสียทีเดียว ออกจะขยับไปชานเมือง แต่ก็เป็นฟาร์มที่เรียกได้ว่า ดึงดูดผู้คนเข้าไปหาได้ไม่น้อย คือ “เฟรชวิลล์ ฟาร์ม” ของ คุณสัมพันธ์ พิพัฒน์วรการ ตั้งอยู่ที่ซอยรามคำแหง 118 เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ

คุณสัมพันธ์ พิพัฒน์วรการ

ที่ได้รับการขนานนามถึง น่าจะเป็นประเด็นที่คุณสัมพันธ์ สร้างตู้เห็ดอัจฉริยะขึ้นมา โดยอาศัยความรู้พื้นฐานที่มีอยู่กับตัวทางด้านวิศวกรรมที่ร่ำเรียนมา ผนวกกับความสนใจด้านเกษตรกรรม และตู้เห็ดอัจฉริยะนี่เอง ที่สร้างเม็ดเงินและสร้างชื่อเสียงให้กับคุณสัมพันธ์จนเป็นที่รู้จักมาถึงวันนี้

คุณสัมพันธ์ เรียก เฟรชวิลล์ ฟาร์ม ว่า เป็นฟาร์มเกษตรสมัยใหม่ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่มกราคม พ.ศ. 2546 นับถึงวันนี้ก็อีก 1 เดือน ครบ 10 ปี

“ผมรวมเอาแนวคิดสามอย่างมารวมกันไว้ นั่นคือ งานวิจัยทางวิศวกรรม งานเกษตรกรรม งานสถาปัตยกรรม เกิดเป็นฟาร์มต้นแบบสมัยใหม่กลางเมือง ให้การทำเกษตร เป็นเรื่องง่ายสำหรับคนเมือง รูปแบบของเฟรชวิลล์ ฟาร์ม เป็นเกษตรปลอดสารพิษ ที่มีฟาร์มผักไร้ดิน ฟาร์มเห็ดอัตโนมัติ เป็นตัวชูโรงเป็นทางเลือกของคนรักสุขภาพและคนที่ต้องการมีอาชีพเกี่ยวกับเกษตรกรรมสมัยใหม่”

นายชินวัตร ใจเชื่อม

ทั้งยังบอกด้วยว่า เฟรชวิลล์ ฟาร์ม คือสัญลักษณ์ หรือว่าเป็นตัวแทนของสถาปัตยกรรมทางด้านการเกษตรในปัจจุบัน ซึ่งตอบสนองต่อกระแสของกลุ่มคนรักสุขภาพแบบตรงประเด็นที่สุด ในความหมาย โมเดิร์นฟาร์ม คือการที่เราใช้องค์ความรู้ หลักคิดทางด้านสถาปัตย์ ภูมิสถาปัตย์ ความรู้ทางด้านวิศวกรรมเครื่องกลและอิเล็กทรอนิกส์ ความรู้ทางการเกษตรมาหลอมรวมกันเพื่อเอาชนะสภาวะแวดล้อมที่แปรปรวนในบ้านเรา ให้ได้ ให้เกิดผลผลิตที่ดีและมีตลอดปี และต่อยอดไปสู่ธุรกิจการค้าทางด้านการเกษตรต่อไป ฟาร์มเกษตรสมัยใหม่นี้ มีข้อเด่นตรง ใช้พื้นที่ไม่มาก ใช้ทุนไม่สูง ออกแบบภูมิสถาปัตย์และจัดพื้นที่ออกมาได้ให้สวยงาม มีการควบคุมฟาร์มด้วยระบบวิศวกรรมที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพและผลผลิตออกมาดีเพียงพอที่จะจำหน่ายได้ ผู้ลงทุนสามารถคืนทุนได้ไว ได้ทำงาน ได้พักผ่อน ได้มีความสุข และสนุกกับงานเกษตรกรรม ที่เป็นโมเดิร์นฟาร์มของตนเองอย่างแท้จริงและที่สำคัญตนเองจะภาคภูมิใจที่สามารถควบคุมทุกอย่างในฟาร์มของตนเองได้

นายบัณฑิต ทรงอินทร์

หลังจากเปิดฟาร์มไม่นาน คุณสัมพันธ์ บอกว่า มีนักศึกษาติดต่อเข้ามาขอฝึกงานภายในฟาร์มมากมาย ซึ่งขณะนั้นไม่ได้คิดว่า ฟาร์มเล็กๆ จะให้ความรู้อะไรได้ แต่เพราะเห็นว่าเป็นความตั้งใจของนักศึกษา จึงเปิดโอกาสให้นักศึกษาทุกๆ คนที่ติดต่อเข้ามาได้มีโอกาสเข้ามาศึกษาหาความรู้ โดยตั้งใจเปิดให้เข้ามาศึกษาโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย มีที่พัก อาหาร น้ำดื่ม ให้ฟรี รวมทั้งยังให้ค่าตอบแทนเป็นเงิน วันละ 100 บาท ทุกคน ทุกวัน และหากผลผลิตที่ได้ออกมา เมื่อจำหน่ายแล้วมีกำไรก็ปันกำไรให้กับนักศึกษาทุกคน

“ทุกคนที่มานี่ ระยะเวลา 1-4 เดือน แล้วแต่ข้อกำหนดหรือระเบียบของทางสถาบันการศึกษา เมื่อครบกำหนด ผมเห็นแต่ละคนมีเงินติดมือกลับบ้านกันไม่น้อยกว่าหมื่นบาททุกคน”

นักศึกษาที่เข้ามาฝึกงานที่เฟรชวิลล์ ฟาร์ม แตกต่างทั้งคณะ ภาควิชา และสาขาวิชา รวมถึงความสนใจของนักศึกษาแต่ละคนไม่เหมือนกัน เรื่องนี้คุณสัมพันธ์บอกว่า ไม่ได้ปิดกั้น ไม่ว่าจะมาจากสาขาวิชาไหน เพราะที่นี่ให้ความรู้ครบทุกกระบวนการ นับตั้งแต่เพาะต้นกล้า จนถึงการเก็บจำหน่าย การทำการตลาด เราโฟกัสที่การทำการเกษตรแบบมีรายได้ทุกวัน ไม่ใช่รอปลูกให้ครบรอบการเก็บเกี่ยวแล้วจำหน่ายถึงมีรายได้ หากเป็นเช่นนั้นจะเป็นการทำการเกษตรที่เหนื่อยมาก จำเป็นต้องใช้ทักษะหลายด้านเข้ามาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์

นายชัชวาลย์ วงษ์คำหาญ

ปัจจุบัน เฟรชวิลล์ ฟาร์ม มีแปลงทำการเกษตรทั้งหมด 5 แห่ง แต่ละแห่งมีพื้นที่ประมาณ 1 ไร่เศษ เท่านั้น ถือว่าไม่ใช่พื้นที่ที่มากมาย แต่พื้นที่ทั้งหมดถูกแบ่งทำการเกษตรอย่างครบวงจร เพราะพื้นที่ที่มีไม่มากมาย ทำให้การเกษตรแต่ละชนิดของพืชไม่ได้มีจำนวนมากเท่าที่ควร แต่ก็ถือได้ว่าน้อยแต่ครบถ้วน

การบริหารจัดการ เฟรชวิลล์ ฟาร์ม มีเพียงคุณสัมพันธ์ ภรรยา น้อง และผู้ช่วย ซึ่งอดีตเคยเป็นนักศึกษาฝึกงานมาก่อนอีก 2 คน ทำหน้าที่ จำนวนที่ไม่มาก เมื่อเสริมด้วยการฝึกงานของนักศึกษาที่เข้ามาในแต่ละรุ่นแล้ว ทำให้ที่นี่มีจำนวนเพียงพอต่อการดูแลและการบริหารจัดการฟาร์มได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ คุณสัมพันธ์ บอกว่า พื้นฐานความรู้ของนักศึกษาแต่ละคนไม่เท่ากัน ทั้งยังถนัดคนละด้าน การมอบหมายงานให้รับผิดชอบ จะถามนักศึกษาก่อนว่าต้องการเรียนรู้อะไร ชอบสิ่งไหน แต่ทุกคนจะต้องทำทุกอย่างด้วยตนเองทั้งหมด ตั้งแต่การเพาะกล้า ถึงการขาย

“เขาอาจจะชอบหรือไม่ชอบ หรือเป็นเรื่องใหม่สำหรับเขาก็แล้วแต่ แต่ผมถือว่า การมอบหมายงานให้นักศึกษาลงมือทำ ง่ายกว่าการที่เราจ้างแรงงานแล้วให้งานทำ เพราะแรงงานที่มีพื้นฐานความรู้ด้านเกษตรมาแล้ว จะมีแรงต้าน เวลาบอกให้ทำแล้วจะไม่ทำตามที่บอก แต่สำหรับนักศึกษา ถึงจะมีพื้นฐานความรู้มาจากตำราที่เรียนมา แต่เมื่อลงมือทำจริงก็จะทำได้ดี ทั้งยังมีประยุกต์ต่อยอดไปตามความคิดของคนรุ่นใหม่อีกด้วย”

ตัดแต่งใบ วอเตอร์เครส

ตั้งแต่เปิดฟาร์มมา มีนักศึกษาหลายสิบรุ่นที่ผ่านการฝึกงานจากเฟรชวิลล์ ฟาร์ม แห่งนี้

อาจจะมีหลายรุ่นที่ผ่านการฝึกงานจากเฟรชวิลล์ ฟาร์ม แห่งนี้จริง แต่ที่พูดคุยได้ตอนนี้ เป็นนักศึกษาสาขาการบริหารธุรกิจเกษตร คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตบางพระ

นายชินวัตร ใจเชื่อม หรือ น้องเช็ค นักศึกษาชั้นปีที่ 4 อายุ 22 ปี เล่าว่า ที่บ้านทำสวนหน่อไม้ และวางจำหน่ายเอง จึงเลือกเรียนการบริหารธุรกิจเกษตร เพราะคิดว่าจะสามารถนำวิชาความรู้ที่เรียนมา ทั้งทางด้านการบริหาร การจัดการ สินค้าเกษตร การขาย นำไปต่อยอดกับธุรกิจของที่บ้านได้ นอกจากนี้ ยังสนใจการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ซึ่งเฟรชวิลล์ ฟาร์ม แห่งนี้ เป็นต้นแบบของการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ที่น่าสนใจ อีกทั้งปัจจุบัน คนให้ความสนใจเรื่องการกินเพื่อสุขภาพ อาหารก็เป็นอาหารที่ใส่ใจสุขภาพ ไม่ใช่การทำการเกษตรแบบเดิมๆ การมาฝึกงานที่นี่จึงถือเป็นเรื่องใหม่และประสบการณ์หลากหลาย มากกว่าการเรียนในห้องเรียน

แปลงนี้ก็ช่วยกันดูแล

ด้าน นายบัณฑิต ทรงอินทร์ หรือ น้องสัน นักศึกษาชั้นปีที่ 4 อายุ 21 ปี บอกว่า เป็นชาวปราจีนบุรี เลือกเรียนการบริหารธุรกิจเกษตร เพราะครอบครัวจำหน่ายสินค้าเกษตรทุกชนิด ในช่วงเวลาเรียนที่ผ่านมา แม้จะเรียนด้านบริหารธุรกิจเกษตร แต่ก็ได้ลงมือทำและทดลองทำการเกษตร โดยช่วงการศึกษาระดับชั้นปีที่ 3 อาจารย์ให้จับกลุ่ม เพาะเห็ดนางฟ้าภูฏาน ด้วยการซื้อก้อนเชื้อเห็ดมา แต่เริ่มเพาะเอง กระทั่งเก็บผลผลิตจำหน่าย ก็ถือว่าเกือบครบกระบวนการแล้ว

“ผมเลือกมาที่นี่ เพราะเพื่อนแนะนำ แต่ก็สนใจและตั้งใจมาด้วยตนเอง อีกทั้งสาขาวิชาที่เรียน สามารถเลือกฝึกงานได้ทุกส่วนของธุรกิจเกษตร ต้องมีปลูก ถึงจะมีขาย และต้องไปโลจิสติกส์ให้ได้ ตั้งแต่มาอยู่ที่เฟรชวิลล์ ฟาร์ม ได้ความรู้ที่นอกเหนือจากห้องเรียนมากมาย คิดว่า จะสามารถนำความรู้ที่ได้กลับไปพัฒนาต่อยอดให้กับธุรกิจที่บ้านได้อย่างสบาย”

ส่วน นายชัชวาลย์ วงษ์คำหาญ หรือ น้องตั้ม นักศึกษาชั้นปีที่ 4 อายุ 22 ปี เล่าว่า เฟรชวิลล์ ฟาร์ม เป็นฟาร์มที่เข้ามาฝึกงานแล้วมีหลายสิ่งที่ได้รับมากกว่าการนั่งเรียนในชั้นเรียน ส่วนตัวเห็นว่า ความรู้ไม่ตายตัวตามหลักสูตรที่เขียนไว้ มีหลายอย่างที่เราต้องเรียนรู้ เพื่อนำไปพัฒนาตนเอง นอกจากนี้ การฝึกงานในครั้งนี้ ก็เป็นการนำไปต่อยอดได้อีกมาก โดยเฉพาะเมื่อเราต้องการพัฒนาตนเอง ก็ถือว่าเฟรชวิลล์ ฟาร์ม มีครบถ้วนทั้งระบบของการทำการเกษตรทีเดียว

เข้าสู่ระบบการขาย

ในแต่ละวัน คุณสัมพันธ์ จะมอบหมายงานให้นักศึกษาทั้งกลุ่มไปในคราวเดียว แล้วให้นักศึกษาพูดคุยเพื่อแบ่งหน้าที่กันเอง เพราะเชื่อว่านักศึกษาทุกคนมีศักยภาพมากพอที่จะรับผิดชอบ และรู้หน้าที่ของตนเอง สามารถจัดการงานให้สำเร็จได้ รวมถึงอาจจะทำได้มากกว่าที่มอบหมายงานไปให้

จากการสอบถามคุณสัมพันธ์ ทราบว่า แต่ละช่วงของการรับนักศึกษา สามารถรับนักศึกษาได้คราวละประมาณ 20 คน แต่หากมีนักศึกษาที่สนใจติดต่อขอเข้ามาฝึกงานมากกว่าจำนวนที่คาดไว้ ก็จะรับไว้หมด เพราะเห็นถึงความตั้งใจ อย่างไรก็ตาม หากนักศึกษาหรือสถาบันการศึกษาแห่งใด ต้องการให้เฟรชวิลล์ ฟาร์ม เป็นเสมือนแหล่งความรู้ให้กับนักศึกษา ก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ ไม่ปิดกั้นหรือจำกัดสิทธิใดๆ ติดต่อโดยตรงได้ที่ คุณสัมพันธ์ พิพัฒน์วรการ เลขที่ 10 ซอยรามคำแหง 118 แยก 44 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร หรือโทรศัพท์มาสอบถามกันก่อนได้ที่ (087) 503-7723

บทความก่อนหน้านี้เริ่มงงฤดู? กรมอุตุฯ เตือน 44 จว.โดนฝนถล่ม อุณหภูมิลดลง 4 องศา
บทความถัดไปปราจีนบุรีปลูกข้าวโพดหลังนาตามโครงการสานพลังประชารัฐกว่า 4,000 ไร่