ไทยหลังอาน สุนัขพันธุ์ไทยแท้ ตื่นตัว ไม่กลัวใคร ให้ใจกับนายเดียว

ข้อมูลโดยทั่วไปที่เอ่ยถึงสุนัขพันธุ์ไทยหลังอาน มักจะกล่าวว่า สุนัขพันธุ์ไทยหลังอานเป็นสุนัขขนาดกลาง ขนสั้น หูตั้งเป็นรูปสามเหลี่ยม ปลายจมูกสีดำและมีขนย้อนกลับที่กลางหลังเป็นรูปต่างๆ กัน ยาวไปตามแผ่นหลัง ซึ่งถือเป็นลักษณะเด่น สุนัขไทยหลังอานมีความแข็งแรงมาก อดทนต่อสภาพภูมิอากาศได้โดยทั่วไป ทั้งร้อนและหนาว และยังเป็นสุนัขที่มีสัญชาตญาณของความเป็นนักฆ่าสูง และมีความจงรักภักดีต่อผู้เลี้ยง

ถิ่นกำเนิดของสุนัขสายพันธุ์นี้ อยู่ที่ประเทศไทย

มีการสันนิษฐานว่าไทยหลังอานมาจากสุนัขในกลุ่มพวกหมาป่า และเป็นสุนัขพื้นเมืองในโซนเขตร้อน แต่ไทยหลังอานมีลักษณะพิเศษเฉพาะคือมีขนเป็นเส้นย้อนกลับที่เส้นกลางหลัง ในขณะที่สุนัขสายพันธุ์อื่นๆ ในกลุ่มเดียวกันไม่มี

ข้อยืนยันเหล่านี้ ไม่อาจพิสูจน์ได้ ถ้าไม่ลองเลี้ยงเอง

ร.ต.อ.อรรถพล ศรีคำ รอง สว.สส.สภ.ศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ ตำรวจหนุ่ม ผู้เป็นแรงผลักดันให้ คุณสุภาพ บุญทำนบ เริ่มเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้และจริงจังถึงกับทำฟาร์ม

ร.ต.อ.อรรถพล เล่าว่า เดิมทำฟาร์มเล็กๆ อยู่ที่ศรีสะเกษ ใช้ชื่อว่า ฟาร์มไทยหลังอานศรีสะเกษ บึงกาฬ มาตั้งแต่ปี 2552 เพราะภูมิลำเนาเป็นชาวศรีสะเกษ แต่ต้องย้ายราชการไปประจำที่จังหวัดบึงกาฬ ทำให้มีสุนัขอยู่ทั้งสองแห่ง ลูกค้าหรือผู้สนใจจะเข้าไปชมที่ไหนที่สะดวกก็สามารถทำได้

“คุณสุภาพ จริงแล้วเป็นลูกค้ารายหนึ่งที่หลงใหลในสุนัขพันธุ์นี้ เพราะติดต่อมาขอพ่อพันธุ์ทับแม่พันธุ์ที่คุณสุภาพมีอยู่ เมื่อตกลงราคา สุนัขผสมพันธุ์ได้ลูก ผมเองก็ช่วยคุณสุภาพขายลูกสุนัขที่ได้ในคอกแรก ทำให้เราสนิทสนมกัน จนไว้ใจและปัจจุบันก็แบ่งปันกันทุกเรื่อง เสมือนเป็นฟาร์มเดียวกันไปแล้ว”

ด้วยเหตุผลที่ ร.ต.อ.อรรถพล ต้องปฏิบัติราชการด้วยหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ทำให้มีเวลาดูแลเรื่องการตลาดน้อยลง เมื่อตัดสินใจเดินร่วมทางกับคุณสุภาพ ก็เป็นเรื่องดีที่ทำให้ฟาร์มขยายพื้นที่การตลาดออกไป อีกทั้งคุณสุภาพเองมีธุรกิจส่วนตัวเล็กๆ อยู่บ้าน ทำให้มีเวลามากพอในการดูแลทั้งการเลี้ยงดูสุนัขและการตลาด เมื่อมีลูกค้าติดต่อมา โดยเพิ่มชื่อฟาร์มว่า ฟาร์ไทยหลังอานม่วงสามสิบ มีที่ตั้งอยู่หมู่ที่ 13 ตำบลยางโยภาพ อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี

คุณสุภาพ บอกว่า ทั้งเขาและ ร.ต.อ.อรรถพล ต่างช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการดูแลฟาร์มทั้ง 2 แห่ง (ศรีสะเกษ-อุบลราชธานี) เพราะอยู่ห่างกันประมาณ 100 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งพันธมิตรที่เกิดขึ้นก็ยาวนาน ไม่มีปัญหาอะไร

สุนัขพันธุ์ไทยหลังอาน มีลักษณะเด่น 4 จุด คือ หูตั้ง หลังดำ หางดาบ และมีอาน

สีที่ได้รับการรับรองมี 4 สี ได้แก่ สีสวาท สีแดง สีดำ และสีกลีบบัว

คุณสุภาพ เล่าว่า ปัจจุบันมีสีที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ แต่ยังไม่ได้รับการยอมรับและขึ้นทะเบียนไว้ คือสีขาว

“ตื่นตัว ไม่กลัวใคร ให้ใจกับนายเดียว” เป็นคำจำกัดความที่เอ่ยถึงสุนัขพันธุ์ไทยหลังอานได้อย่างถูกต้องทีเดียว

สีสวาท

คุณสุภาพ บอกด้วยว่า บุคลิกของสุนัขพันธุ์นี้จะดูดุ แท้จริงแล้วไม่ดุ หรือเรียกว่าดุเฉพาะคนแปลกหน้า เมื่อเริ่มคุ้นเคยจะไม่ดุ ซึ่งพฤติกรรมของสุนัขขึ้นอยู่กับผู้เลี้ยงว่าต้องการฝึกให้สุนัขดุหรือไม่ด้วย อย่างไรก็ตาม หากสุนัขพันธุ์ไทยหลังอานถูกเลี้ยงมาให้ดุ เมื่อกัดก็จะไม่เหมือนสุนัขสายพันธุ์ต่างประเทศ ที่กัดแล้วจะกรามล็อก ไม่สามารถดิ้นหลุดได้ ซึ่งการกัดของสุนัขไทยจะกัดในลักษณะของการขู่แล้วปล่อย

ข้อดีของการเลี้ยงสุนัขพันธุ์ไทยหลังอานคือ มีความเหมาะกับภูมิประเทศ ภูมิอากาศในประเทศไทย รวมถึงการกินอาหารก็สามารถปรับได้ตามถิ่นที่อยู่ ถือว่าเลี้ยงง่าย

โรค ในสุนัขพันธุ์ไทยหลังอาน คุณสุภาพ บอกว่า เท่าที่พบคือขนคุด ลักษณะของขนจะย้อนแทงกลับเข้าไปที่เนื้อของสุนัข มีผลทำให้เกิดก้อนชีสบริเวณนั้น และหากปล่อยไว้และโตขึ้นเรื่อยๆ อาจมีผลให้ขนที่แทงย้อนเข้าไปในเนื้อของสุนัข อาจไปแทงถูกเส้นประสาทก็ได้ นอกจากนี้ สุนัขยังจะรำคาญและกลายเป็นลักษณะที่ไม่ดีของสุนัขไป หากพบก็ควรผ่าตัดเอาชีสออก ซึ่งอาการดังกล่าวจะเริ่มพบได้ในสุนัขอายุ 1 เดือนขึ้นไป และมักพบบริเวณคอถึงโคนหาง หากทิ้งไว้ ชีสบางก้อนอาจแตกออกคล้ายสุนัขเป็นฝี

ขนในสุนัขพันธุ์นี้ แม้ว่าจะเป็นสุนัขขนเกรียน แต่หากพิจารณาดีๆ จะพบว่า มีขนสองชั้นเช่นเดียวกับสุนัขพันธุ์ต่างประเทศหลายสายพันธุ์ แต่ขนสั้นกว่าเท่านั้น

คุณสุภาพ ให้ข้อมูลว่า ลักษณะขนของสุนัขพันธุ์นี้มี 3 ลักษณะ คือ กำมะหยี่ (ขนสั้นติดหนัง) ขนชั้นเดียว และขนสองชั้น

และแม้ว่าจะเป็นสุนัขขนเกรียน ก็ควรอาบน้ำให้สัปดาห์ละครั้ง และควรปล่อยตากแดดให้ขนแห้ง เพราะหากขนไม่แห้งจะเป็นสาเหตุของโรคขี้เรื้อนเปียกได้

อาหารที่ให้ วันละมื้อ ประกอบด้วย อาหารเม็ด โครงไก่ครึ่งตัวต้มบดละเอียด ข้าว นำมาคลุกรวมกัน

อาหารเสริมที่ให้ มีน้ำมันตับปลา ไข่ นม แคลเซียม ซึ่งอาหารเสริมขึ้นกับผู้เลี้ยงจะให้หรือไม่ก็ได้

ในการผสมพันธุ์ สุนัขจำเป็นต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 13-14 เดือน หรือพิจารณาดูฮีตแรกของสุนัขให้เว้นไป ควรผสมเมื่อฮีตที่ 2 หรือ 3 และหากสุนัขผสมแล้วตั้งท้อง ควรให้ท้องได้ติดกัน 2 ท้อง จากนั้นควรพัก 1 ฮีต เพื่อให้สุนัขฟื้นตัวและมีสุขภาพแข็งแรง

วิธีทำให้หูตั้ง

ในแต่ละวัน คุณสุภาพจะให้อาหารสุนัขในช่วงเที่ยง หลังจากนั้น เวลาประมาณ 15.00 น.จะเริ่มปล่อยสุนัขวิ่งออกกำลังกาย โดยปล่อยให้วิ่งตามอิสระกลางทุ่ง ประมาณ 1-2 ชั่วโมง โดยแบ่งเป็นเซ็ต 3 เซ็ต เนื่องจากสุนัขพันธุ์ไทยหลังอานมีความเป็นจ่าฝูง โดยเฉพาะในเพศผู้จะมีความเป็นจ่าฝูง ดังนั้น จึงต้องแยกเซ็ตกันไม่ให้สุนัขกัดหรือแย่งกัน และเมื่อถึงเวลาเข้าคอก สุนัขก็จะรู้เวลาและกลับเข้าคอกเอง

ในการผสมพันธุ์ คุณสุภาพเน้นให้ปล่อยผสมตามธรรมชาติ คือปล่อยให้สุนัขอยู่ด้วยกัน เมื่อเพศเมียเป็นฮีต ผสม 2 ครั้ง เปอร์เซ็นต์ตั้งท้อง 80 เปอร์เซ็นต์ หลังจากผสมประมาณ 1 เดือน จะเริ่มเห็นท้องของสุนัขแม่พันธุ์ที่ขยายขนาดขึ้น สุนัขจะตั้งท้องประมาณ 60 วัน เมื่อใกล้คลอดสุนัขจะมีอาการกระวนกระวาย กินอาหารได้น้อยลง

“ผมปล่อยให้สุนัขคลอดธรรมชาติเอง ไม่ต้องเข้าไปช่วยอะไร แต่ก็เฝ้าระวังไว้หากเกิดเหตุฉุกเฉิน แต่ที่ผ่านมายังไม่พบว่ามีสุนัขพันธุ์นี้ให้ลูกดก เฉลี่ย 6-12 ตัว กรณีที่เราจะเข้าไปช่วยก็น่าจะเป็นกรณีที่แม่สุนัขคลอดลูกหลายตัว แล้วเพลีย ดูลูกได้ไม่ทั่วถึง โอกาสทับลูกโดยไม่รู้ตัวมีสูง จึงควรเข้าไปช่วยจัดลูกสุนัขให้อยู่ในที่ที่ควร เพื่อป้องกันการสูญเสีย”

คุณสุภาพ แนะนำว่า ผู้ที่สนใจเลี้ยงสุนัขพันธุ์ไทยหลังอาน ควรมีพื้นที่ให้สุนัขวิ่งเล่น แม้ว่าจะไม่ใช่สุนัขที่มีพลังเหลือเฟือเหมือนบางสายพันธุ์ แต่ก็ต้องการการเคลื่อนไหวในทุกวัน ซึ่งหากไม่มีพื้นที่ให้วิ่งเล่นก็อาจทำให้สุนัขเหงา และโครงสร้างไม่สวยเหมือนลักษณะตามสายพันธุ์

ปัจจุบัน ฟาร์มไทยหลังอานม่วงสามสิบ มีสุนัขพ่อพันธุ์ จำนวน 2 ตัว แม่พันธุ์ จำนวน 12 ตัว มีลูกค้าในประเทศจำนวนมาก และมีลูกค้าที่สนใจจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาซื้อไปเลี้ยง เช่น เวียดนาม สปป.ลาว กัมพูชา ลัตเวีย กรีก รัสเซีย เป็นต้น

สำหรับลูกสุนัขที่จะปล่อยออกจากฟาร์มไป ต้องได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็ม และหลังจากรับวัคซีนแล้ว 15 วัน รวมอายุลูกสุนัขอยู่ที่ 60 วัน จึงจะนำส่งลูกค้าไปดูแลต่อ เพื่อป้องกันไม่ให้สุนัขอ่อนแอ เกิดโรค และป่วยระหว่างการเดินทางหรือเมื่อถึงมือลูกค้า

ปัจจุบัน ฟาร์มไทยหลังอานม่วงสามสิบ มีคุณสุภาพดูแลอยู่ ส่วนฟาร์มไทยหลังอานศรีสะเกษบึงกาฬ ก็มี ร.ต.อ.อรรถพล ดูแลอยู่ และไม่ว่าลูกค้าสะดวกสถานที่ใดก็สามารถนัดแนะล่วงหน้าเพื่อเข้าชมฟาร์มได้ โดยติดต่อล่วงหน้ามาได้ที่ คุณสุภาพ บุญทำนบ หมู่ที่ 13 ตำบลยางโยภาพ อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี โทรศัพท์ (085) 859-2375 หรือติดตามผ่านเฟซบุ๊ก ฟาร์มไทยหลังอานม่วงสามสิบ หรือฟาร์มไทยหลังอานศรีสะเกษบึงกาฬ ได้ตลอดเวลา

 

บทความก่อนหน้านี้ผักเบี้ยใหญ่ บำรุงผิวงาม ยามแดดแรง ใช้กว้างไกล สรรพคุณไม่รู้จบ
บทความถัดไปเงาะหนองบัวลำภู ปลูกได้รสชาติดี สร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงสู่ชุมชน