เหงื่อตก! กระเทียมราคาพุ่งกว่าร้อยบาท ร้านแหนม-ปลาส้มในพะเยายอมแบกรับต้นทุนจนถึงฤดูหน้า

เมื่อวันที่ 11 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพะเยาว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์ราคากระเทียมพื้นเมืองในขณะนี้มีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากต้นเดือนมกราคม 2560 ที่ผ่านมา กก.ละ 130-150 บาท ผ่านมากว่า 1 สัปดาห์ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กก.ละ 230-250 บาท ส่งผลให้พ่อค้าแหนม แม่ค้าแปรรูปน้ำพริกต่างแบกรับภาระกระเทียมราคาแพงอย่างหนัก ขณะที่เกษตรกรทำนาในพื้นที่ อ.ภูซาง อ.เชียงคำ หันมาใช้พื้นที่ทำนาปลูกกระเทียมกันมากขึ้น

นายสรรเพชญ บุญเรือง เจ้าของแหมหูหมูชื่อดังของเมืองพะเยา เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ประสบปัญหาราคาวัตถุดิบในการทำแหนมที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกระเทียมพื้นเมืองที่ใช้เป็นส่วนผสมของแหนม จากราคา กก.ละ 100 บาท สูงขึ้นมาต่อเนื่องจนถึงขณะนี้ราคาขายปลีก กก.ละ 250 บาท จากวันที่ผ่านมาหนึ่งวัน ราคาขึ้น กก.ละ 20 บาท จะเห็นได้ว่าราคากระเทียมปรับตัวขึ้นเป็นรายวัน นอกจากนี้ ยังมีพริกขี้หนูที่ใช้เคียงแหนม กก.ละ 150 บาท ตนต้องใช้กระเทียมทำแหนมเฉลี่ยวันละ 3-4 กก. ถือได้ว่าราคาสูงกว่าเนื้อหมูและหูหมูอย่างมาก

“คาดว่าจะยื้อใช้กระเทียมพื้นเมืองไปจนกว่ารอถึงฤดูกาลใหม่ที่กระเทียมจะออกมาในฤดูกาลหน้าอีก 3-4 เดือน ซึ่งไม่รู้ว่าจะแบกรับภาระต้นทุนได้นานเพียงใด เรื่องการใช้กระเทียมจีนยังไม่ได้คิด เพราะเราต้องยึดความนิยมของลูกค้าและเน้นคุณภาพเป็นหลัก” เจ้าของแหนมหูหมูกล่าว

ด้าน จ.ส.อ.นิวัติ จำรัส ผู้ประกอบการปลาส้มแม่ทองปอน จังหวัดพะเยา กล่าวว่า แม้นว่ากระเทียมที่ใช้เป็นส่วนผสมในการทำปลาส้มจะต้องใช้กระเทียมพื้นเมืองที่ราคาสูงในขณะนี้ แต่ตนได้มีกระเทียมพื้นเมืองไว้ก่อนหน้านั้นเป็นต้นทุน ซึ่งราคา กก.ละกว่า 100 บาท จึงสามารถผลิตปลาส้มโดยใช้กระเทียมพื้นเมืองต่อไปได้ และสามารถพยุงราคาปลาส้มอยู่ในระดับเดิม ไม่มีการปรับขึ้นราคาหรือลดปริมาณแต่อย่างใด

ขณะที่ ร้านค้าของชำในเมืองเชียงคำ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ราคากระเทียมพื้นเมืองสูงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากกลุ่มพ่อค้าที่เป็นทุนใหญ่กักตุนกระเทียมไม่เปิดโกดัง จึงทำให้ราคากระเทียมพื้นเมืองสูงขึ้นอย่างมาก และสูงกว่าทุกปีที่ผ่านมา ขณะที่กลุ่มผู้ผลิตน้ำพริกในพื้นที่ จ.พะเยา บางรายได้หันมาใช้กระเทียมจากจีนเป็นวัตถุดิบผลิตน้ำพริกต่างๆ เนื่องจากได้เนื้อมากกว่าและเรื่องกลิ่นก็ถือว่าใกล้เคียงกับกระเทียมพื้นบ้าน ที่สำคัญราคาประหยัดกว่าถึง 50% ซึ่งราคากระเทียมจีนขณะนี้เฉลี่ยอยู่ที่ ราคาส่ง กก.ละ 90-100บาท ราคาขายปลีก กก.ละ 120-150 บาท ขึ้นอยู่กับว่าเป็นหัวหรือเป็นกลีบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด้านเกษตรกรทำนาในพื้นที่ อ.ภูซาง และ อ.เชียงคำ ได้มีการปลูกกระเทียมกันมากขึ้น เพราะมีความต้องการในตลาดสูงในขณะนี้

บทความก่อนหน้านี้กล้วยทอด เจ๊วันดี วัดไร่ขิง แป้งกรอบนอก เนื้อนุ่มใน อร่อย ขายดีจนต้องแจกบัตรคิว
บทความถัดไปพริกตุ้ม ผักพื้นบ้านของระยอง ลูกเล็กๆ กลมๆ สีเขียว มองดูคล้ายมะเขือพวง รสชาติเผ็ดหอม นิยมใส่ในแกงป่า