มะละกอฮอลแลนด์พบพระ มีเทคนิคการผลิต ขายได้ราคาดี

เนื่องจากแผ่นดินสูงพบพระ ดินดีน้ำสมบูรณ์ ที่นั่นจึงมีเกษตรกรจากถิ่นอื่นเข้าไปตั้งรกรากอยู่ไม่น้อย ส่วนหนึ่งไปจากภาคกลาง นอกจากเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยแล้ว พืชพรรณใหม่ๆ ปลูกแล้วขายได้ราคาดี เป็นที่นิยมของผู้บริโภคก็ถูกนำเข้าไปในพื้นที่

คุณสัมพันธ์ คงประเสริฐ อยู่บ้านเลขที่ 125 หมู่ที่ 9 ตำบลช่องแคบ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก เป็นเกษตรกรที่มีความก้าวหน้าในด้านการผลิตพืชหลายชนิด พี่ๆ น้องๆ ของเขา มีปลูกกุหลาบ ทุเรียน ลองกอง ยางพารา และมะละกอ

คุณสัมพันธ์ บอกว่า เดิมตนมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ทำให้คุ้นเคยงานเกษตรหลายชนิด แต่อาชีพหลังสุดก่อนที่จะมาทำเกษตร คือการค้าขายไม้ชายแดน ปัจจุบันได้หยุดกิจการแล้ว เพราะไม่ค่อยมีความแน่นอน ระหว่างที่ค้าไม้อยู่นั้น คุณสัมพันธ์และญาติพี่น้องได้มาพบเห็นที่ดิน ซึ่งทำการเกษตรอยู่ในปัจจุบัน มีความอุดมสมบูรณ์ จึงซื้อไว้ทำการเกษตร รวมแล้วจำนวนไม่น้อย พืชที่ปลูกมานาน เหมือนอย่างที่คนอื่นเขาปลูกกันคือ กุหลาบ พืชชนิดใหม่ที่เขาไม่ปลูก แต่เมื่อทดลองแล้วได้ผล จึงขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นมีทุเรียน รวมทั้งลองกอง

ส่วน มะละกอ ปลูกเป็นช่วงๆ บางครั้งปลูกแซมในพืชหลัก เช่น แซมในยางพารา เมื่อยางพาราโตก็หยุดปลูก

“ขึ้นมาที่นี่ เมื่อปี 2526 อาชีพเดิมทำไม้ ตอนนี้หยุดแล้ว มาทำเกษตร ปลูกหลายอย่าง เมื่อก่อนปลูกส้มเขียวหวาน ส้มสายน้ำผึ้ง มะละกอแขกดำก็ปลูก” คุณสัมพันธ์ บอก

มะละกอฮอลแลนด์
ผลิตได้ผลดี

คุณสัมพันธ์ ปลูกมะละกอฮอลแลนด์ในพื้นที่ 100 ไร่ มะละกอสายพันธุ์นี้ เจ้าของบอกว่า ให้ผลดก เนื้อแน่น แข็ง รสชาติหวาน ทนทานต่อโรค ผลมีขนาด 1-2 กิโลกรัม จำหน่ายได้ราคาดี เมล็ดพันธุ์ที่ซื้อมาปลูก กิโลกรัมละ 10,000 บาท ปลูกได้ในพื้นที่ 50 ไร่

เจ้าของอธิบายการปลูกมะละกอว่า เตรียมดินโดยการกำจัดวัชพืช รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์ ต้นพันธุ์มะละกอเพาะในถาดหลุม อายุราว 1 เดือน ก็ย้ายลงปลูกในแปลง ระยะระหว่างต้น 2.50 เมตร คูณ 2.50 เมตร พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้ ราว 250 ต้น อย่างที่แนะนำไปแล้ว หากปลูกไม้ยืนต้นอื่นอยู่แล้ว ก็แซมลงไปได้เลย หรือจะปลูกเดี่ยวๆ ก็ได้ ที่ผ่านมาเกษตรกรรายนี้ปลูกแซมในยางพารา

หลังปลูกราว 9 เดือน ก็สามารถเก็บผลสุกมะละกอได้ โดยดูที่ผล มี 2-3 แต้ม ก็เก็บได้

ปลูกครั้งหนึ่ง มะละกอเก็บได้นาน 2-3 ปี ตลอดอายุของต้น สำหรับมะละกอฮอลแลนด์ สามารถเก็บผลผลิตได้ไม่น้อยกว่า 100 กิโลกรัม ต่อต้น ราคาที่ซื้อขายมะละกอมีขึ้นมีลงเหมือนผลผลิตทางการเกษตรอย่างอื่น เมื่อสมัยที่ปลูกมะละกอแขกดำ เคยขายผลสุกได้กิโลกรัมละ 2-3 บาท ก็เคยมี แต่มะละกอแขกดำออกตัวได้ ตรงที่หากผลสุกราคาไม่ดี สามารถขายผลดิบเป็นมะละกอส้มตำได้ ส่วนพันธุ์ฮอลแลนด์ขายผลเพื่อกินสุกเท่านั้น ราคาผลผลิตอยู่ที่ประมาณ 10 บาท แต่เมื่อเดือนกันยายน 2551 ราคาที่จำหน่ายได้จากสวนกิโลกรัมละ 16 บาท ถือว่าราคาดี

คุณสัมพันธ์ บอกว่า การดูแลส่วนใหญ่ พ่นสารเคมีตามสภาพการระบาดของโรคแมลง หากมีศัตรูน้อยอาจจะไม่พ่นให้ เรื่องของปุ๋ย แรกๆ เน้นบำรุงต้น เมื่อมีผลผลิตให้สูตร 14-7-35 บำรุงให้ผลผลิตมีคุณภาพดี

ทำให้จำหน่ายได้ราคา

คุณสัมพันธ์ บอกว่า ตลอดระยะเวลา 12 เดือน ระหว่างปี มะละกอราคาแพงช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน หลักการผลิตจะทำอย่างไรให้มีผลผลิตในช่วงนี้มาก ซึ่งทำได้ไม่ง่ายนัก

“ผลที่เก็บมีแต้มที่ลูก 2-3 แต้ม เก็บห่อกระดาษ มีคนมารับซื้อที่สวน เขาไปส่งตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง ที่เก็บมา 8-16 บาท เดือนสิงหาคม-กันยายน (2551) เหตุที่ราคาดีเพราะมะละกอขาด ราคา 16 บาท อยู่ได้ดี แขกดำเคยถูก 1-2 บาท มะละกอหลังมะม่วงราคาแพง เพราะว่ามกราคม-เมษายน ออกดอกอากาศร้อน ดูแลไม่ดีไม่ติดผล จะมีผลต่อราคาหลังมะม่วงสุก วิธีการเตรียมคือเตรียมต้น บำรุงต้นให้สมบูรณ์ ดูความชื้นในแปลง เท่าที่เคยทำมาจะมีผลผลิตช่วงมิถุนายน-ตุลาคม ควรใส่ปุ๋ยอย่างเพียงพอ”

คุณสัมพันธ์ อธิบายและบอกอีกว่า

“ส่วนหนึ่งอยู่ที่ดินฟ้าอากาศ อยู่ตรงนี้ได้เปรียบ ช่วงร้อนไม่ร้อนนัก เขตอื่นถึงแม้ดูแลดีแต่ช่วงออกดอกหากอากาศร้อนมากดอกจะร่วง บางครั้งแทนที่ดอกจะออกมาเป็นดอกกะเทยผลยาว เนื้อหนา กลายเป็นดอกตัวเมียผลป้อม เนื้อบาง พบพระและแม่สอดได้เปรียบ ที่อื่นอย่างทางตัวเมืองและสามเงา อากาศร้อน ได้ผลไม่ดีนัก ผมไปทำมาแล้ว”

แนวทางทำให้มะละกอออกผลผลิตเพื่อจำหน่ายช่วงมะละกอราคาแพง คือดูต้นให้สมบูรณ์ ให้ออกดอกติดผลต้นปี ไปเก็บผลผลิตเกือบปลายปี แต่เจ้าของบอกว่า ช่วงออกดอกหากอากาศเหมาะสม การติดผลก็จะดี แต่หากอากาศร้อน อาจจะไม่ประสบผลสำเร็จก็ได้

ไม่ได้ง่าย โรคต้องระวัง

งานปลูกมะละกอนั้น ใครๆ ก็กลัวโรคใบด่างวงแหวน ที่มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัส มะละกอฮอลแลนด์ไม่มีข้อยกเว้น

“โรคป้องกันอย่าให้มีแมลงปากดูด เพลี้ยอ่อน ซึ่งเป็นพาหะ เมื่อเจอก็ทำลาย ที่ปลูกมาพบราว 10 เปอร์เซ็นต์ จะตัดทิ้งเลย เขตพบพระปลูกมะละกอสายพันธุ์นี้ราว 1,000 ไร่ ราคาที่ผู้บริโภคซื้อ เท่าตัวของที่สวน อย่างที่สวนขาย 10 บาท ผู้ซื้อกิน 20 บาท ผู้ซื้อไปขายต้องคัดทิ้งเสียหายบ้าง อย่าง 100 กิโลฯ ขายได้ไม่เต็ม 100 กิโลฯ ตลาดมะละกอฮอลแลนด์ขายส่งที่กรุงเทพฯ ตลาดท้องถิ่นมีบ้างแต่ไม่กว้าง” คุณสัมพันธ์ บอก

คุณสัมพันธ์ บอกว่า หากไม่มีปัญหาเรื่องโรค จะปลูกมะละกอฮอลแลนด์เป็นพืชหลักอีกชนิดหนึ่ง

“งานเกษตรล้มลุกคลุกคลาน ผลผลิตไม่แน่นอน น้ำมันแพง ปุ๋ยขึ้นราคา ค่าขนส่งกิโลกรัมละ 2-3 บาท ส่งจากนี่ไปกรุงเทพฯ ระยะทางกว่า 500 กิโลเมตร แต่ที่นี่ได้เปรียบเรื่องของดินฟ้าอากาศ” คุณสัมพันธ์ บอก

คุณสัมพันธ์ บอกว่า งานเกษตรที่พบพระยังพอไปได้ ส่วนหนึ่งแรงงานยังหาได้อยู่ ราคาไม่สูงนัก เมื่อก่อน แถบอำเภอพบพระส่วนใหญ่เป็นพืชไร่ ต่อมามีปลูกพืชสวน ไม้ยืนต้นมากขึ้น เกษตรกรส่วนหนึ่งรวมกลุ่มปรึกษาหารือกันในเรื่องของการผลิต การตลาด

บทความก่อนหน้านี้วช. ร่วมกับ CASS ส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการด้านสังคมศาสตร์ไทย-จีน
บทความถัดไปวว. นำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ส่งเสริมพัฒนางานวิจัย บริษัทน้ำตาลขอนแก่นฯ