กรมตรวจบัญชีสหกรณ์เร่งวางระบบตรวจสอบการเงินป้องกันปัญหาทุจริตในสหกรณ์

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ย้ำนโยบายมุ่งเน้นวางระบบตรวจสอบการเงินและบัญชีของสหกรณ์ครอบคลุมด้านบริหารจัดการและการควบคุมภายใน ป้องกันปัญหาทุจริตในสหกรณ์

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ร่วมงานแถลงข่าวพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการทุจริตในสหกรณ์ (War Room) โดยมีนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการแถลงข่าว ร่วมด้วยนายอำพันธุ์ เวฬุตันติ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ผู้แทนกรมสอบสวนคดีพิเศษ ผู้แทนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธี ในวันที่ 27 มิถุนายน 2565 ณ ห้องประชุม 134- 135 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในโอกาสนี้ นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้ร่วมนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการวางระบบตรวจสอบทางการเงินและบัญชีของสหกรณ์ โดยกล่าวว่า จากปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้นในสหกรณ์หลายแห่ง นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตรวจสอบ เร่งรัด ติดตามการแก้ไขปัญหาทุจริต เพื่อบรรเทาและเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสหกรณ์ต่าง ๆ

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการตรวจสอบบัญชีของสหกรณ์ ได้กำหนดนโยบายตรวจสอบการเงินและบัญชีของสหกรณ์ โดยวางระบบการตรวจสอบที่ครอบคลุมทั้งด้านการบริหารจัดการและการประเมินประสิทธิภาพระบบการควบคุมภายในของสหกรณ์  มีสหกรณ์และเจ้าหน้าที่ที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ ทั้งที่เป็นเจ้าหน้าที่ของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์และผู้สอบบัญชีภาคเอกชน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การตรวจสอบทางการเงินการบัญชีของสหกรณ์มีประสิทธิภาพ ช่วงที่ผ่านมา กรมฯ ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกจัดทีมตรวจสอบพิเศษเข้าตรวจสอบระบบการควบคุมภายในของสหกรณ์ที่ตรวจสอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชีภาคเอกชนทุกสหกรณ์ทั่วประเทศ จำนวน 1,178 สหกรณ์ ทั้งด้านการเงินการบัญชี และระบบการควบคุมภายใน ซึ่งมีการดำเนินการตามระบบอย่างจริงจัง ทั้งการเข้าตรวจสอบ แนะนำ และเข้าประเมิน เพิ่มความถี่ในการตรวจสอบ พร้อมให้คำปรึกษาแนะนำแก่สหกรณ์เกี่ยวกับจุดอ่อนจากระบบการควบคุมภายในที่ตรวจพบ โดยมุ่งหวังให้สหกรณ์นำไปปรับปรุงแก้ไข เพราะการควบคุมภายในที่ดีนั้น เป็นรากฐานสำคัญต่อที่จะส่งผลให้สหกรณ์สามารถป้องกันการทุจริตได้ในระดับหนึ่งอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวอีกว่า กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้ดำเนินการสร้างความตระหนักรู้ให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ ผู้ตรวจสอบกิจการ และสมาชิกสหกรณ์ ได้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบการเงินการบัญชีของตนเอง โดยส่งเสริมการใช้นวัตกรรมมาบริหารจัดการสหกรณ์ ทั้งในส่วนของคณะกรรมการสหกรณ์ ได้ส่งเสริมการใช้ระบบ Smart Manage ในการตรวจสอบการดำเนินการของฝ่ายจัดการ การใช้โปรแกรมตรวจสุขภาพทางการเงินของสหกรณ์ เพื่อดูสภาพคล่องทางการเงินและความสามารถในการดำเนินธุรกิจ

นอกจากนี้ กรมฯ มีการกำหนดหลักเกณฑ์ คุณสมบัติ อำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจสอบกิจการไว้ เพื่อให้มีการสอดส่องดูแลการทำงานของคณะกรรมการดำเนินการและฝ่ายจัดการ รวมถึงกำหนดแนวทางในการปฏิบัติงานตลอดจนพัฒนาหลักสูตรการตรวจสอบกิจการ เพื่อเพิ่มศักยภาพผู้ตรวจสอบกิจการให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และด้านสมาชิกสหกรณ์ ส่งเสริมให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน เช่น เงินฝาก เงินกู้ และหุ้น ของตนเองอย่างสม่ำเสมอ ผ่านแอปพลิเคชัน Smart Member หรือแอปพลิเคชันที่สหกรณ์พัฒนาขึ้นใช้เอง เพื่อให้สมาชิกสหกรณ์ร่วมเป็นหนึ่งในกลไกตรวจสอบและเสริมสร้างความโปร่งใสให้สหกรณ์

ที่สำคัญ คือ ผู้สอบบัญชีต้องตรวจสอบตามมาตรฐานการสอบบัญชีและระเบียบที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์กำหนด ซึ่งกรมฯ ยังได้เสริมสร้างสมรรถนะให้แก่ผู้สอบบัญชีให้มีความรู้ด้าน IT เพิ่มขึ้น มีการพัฒนาเทคโนโลยีช่วยตรวจสอบบัญชี เพื่อให้สามารถให้บริการตรวจสอบบัญชีได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นด้วย