ไม่ได้มีดีแค่สวย “22 ไม้ประดับ” ช่วยฟอกมลพิษ เป็นเครื่องฟอกอากาศธรรมชาติ

สภาวะฝุ่นในอากาศนั้น เกิดจากปัจจัยหลายอย่างและเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก วิธีการหนึ่งที่จะช่วยควบคุมคุณภาพอากาศให้เหมาะสม คือการปลูกต้นไม้ช่วยกรองอากาศและดักจับฝุ่นละอองในอากาศ ซึ่งเป็นการลงทุนน้อยแต่ได้ผลในระยะยาว

ในต่างประเทศที่มีปัญหาเกี่ยวกับฝุ่นละอองขนาดเล็ก มีการศึกษาจำนวนมากเกี่ยวกับพืชที่ใช้ในการดักจับฝุ่น อย่างในประเทศจีน สหรัฐอเมริกา และหลาย ๆ ประเทศในทวีปยุโรป โดยการศึกษาพบว่า ต้นไม้สามารถดับจับฝุ่นได้ร้อยละ 10 – 90 ขึ้นอยู่กับชนิดของพืช

กรมอนามัยได้แนะนำไม้ประดับ 22 ชนิด ที่เปรียบเสมือน “เครื่องฟอกอากาศธรรมชาติ” เนื่องจากไม้ประดับจะดึงดูดจุลินทรีย์ให้มาอยู่บริเวณราก และย่อยสลายโครงสร้างอินทรีย์สารที่ซับซ้อนได้ อีกทั้งใบของต้นไม้ยังสามารถดูดซับสารอินทรีย์ที่เป็นก๊าซ และย่อยหรือถ่ายโอนของเสียไปยังรากเพื่อใช้เป็นอาหารสำหรับจุลินทรีย์

สำหรับไม้ประดับ 22 ชนิด ที่มีความสามารถสูงในการดูดสารพิษ มีดังนี้

1. หมากเหลือง
เป็นพืชตระกูลปาล์มที่ปลูกง่าย โตเร็ว ชอบแสงแดดจัด แต่ปลูกภายในอาคารได้ ต้องการน้ำมาก ชอบความชื้นสูง สามารถช่วยผู้ป่วยที่เป็นหวัด หรือมีอาการไซนัส

2. จั๋ง
เป็นพืชตระกูลปาล์มที่มีขนาดเล็ก อยู่ได้ทั้งแสงแดดจัดและกึ่งแดดได้ ปลูกได้ในอาคารแต่ต้องมีแสงแดด ต้องการน้ำพอประมาณ สามารถช่วยกำจัดก๊าซฟอร์มาลดีไฮด์ แอมโมเนีย ไซลีน และก๊าซโทลูอีนได้ดี ดูดสารพิษจากอากาศได้มาก

จั๋ง

3. เศรษฐีเรือนใน
เป็นไม้กอขนาดเล็ก ไม่ชอบแสงแดดตรง ๆ ปลูกได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร เจริญได้ดีในดินร่วนซุย ไม่ต้องการน้ำมาก ช่วยให้อากาศภายในอาคารสดชื่นและลดสารเคมีตกค้างในร่างกายได้ดีขึ้น ช่วยโรคแพ้ฝุ่น กำจัดมลพิษทางอากาศได้มากถึง 90% ในเวลาเพียง 2 วัน

4. ไอวี่
เป็นไม้เถาคลุมดิน ชอบแสงรำไรและยังเจริญได้ดีในที่ที่เป็นแสงจากหลอดฟลูออเรสเซนท์และปลูกได้ดีในอาคาร มีประสิทธิภาพสูงในการดูดสารพิษจำพวกสารเบนซีน กำจัดเชื้อราในอากาศได้ถึง 78% ในเวลา 12 ชั่วโมง

ต้นไอวี่ หรือตีนตุ๊กแกฝรั่ง (ENGLISH IVY )

5. เดหลี
ไม้ประดับที่โดดเด่นมากชนิดหนึ่ง นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับภายในอาคาร เป็นไม้ที่คายความชื้นสูง ในขณะที่มีความสามารถสูงในการดูดพิษภายในอาคาร ช่วยดักจับสปอร์เชื้อราในอากาศ ฟอกอากาศได้มากถึง 60 %

เดหลี

6. ยางอินเดีย
เป็นไม้ที่ชอบแสงแดดแต่เจริญได้ดีในสภาพแสงน้อย ในดินร่วนซึ่งระบายน้ำได้ดี ปลูกง่ายทนทาน เป็นพืชที่ไม่ต้องการน้ำมาก ดูดสารพิษได้มาก

7. ปาล์มไผ่
เป็นพืชตระกูลปาล์มที่มีหน่อแตกเป็นกอ เป็นไม้กึ่งแดด จึงปลูกได้ภายในอาคาร ต้องการน้ำพอสมควร ถ้าปลูกในอาคารควรรดน้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ดูดสารพิษจำพวกเบนซีน ไตรคลอโรเอทธิลีน และฟอร์มัลดีไฮด์ ได้ดี

8. พลูด่าง
เป็นไม้กึ่งแดดและร่มรำไร จึงปลูกได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร อาจได้แสงจากหลอดไฟก็ได้ เจริญได้ดีในดินเกือบทุกชนิด ดูดสารพิษได้มาก

9. บอสตันเฟิร์น
เป็นพืชกึ่งแดด ปลูกได้ภายในอาคารและนอกอาคาร หมั่นรดน้ำให้ดินชุ่มชื้นอยู่เสมอ แต่อย่าให้แฉะ ควรฉีดพ่นละอองน้ำตามใบ ดูดสารพิษได้มากโดยเฉพาะฟอร์มัลดีไฮด์

บอสตันเฟิร์น

10. ซุ้มกระต่าย หรือเศรษฐีเรือนแก้ว
ชอบแสงแดดจัดและรำไร ปลูกภายในบ้านได้ เจริญได้ดีในดินทุกชนิด ชอบความชื้นปานกลาง ดูดสารพิษโดยเฉพาะแอมโมเนียได้

11. ไทรใบเล็ก
อยู่ได้ในที่ที่มีแสงแดดอ่อนจนถึงแสงแดดจัดหรือกลางแจ้ง ชอบดินร่วนซุยหรือดินร่วนปนทราย ควรให้น้ำ 3 – 5 วัน/ครั้ง ไม่ชอบน้ำขัง ดูดสารพิษได้มาก

12. วาสนาอธิษฐาน
ชอบแสงแดดจัด แต่อยู่ได้ในที่ร่มรำไร ปลูกในอาคารได้ หมั่นรดน้ำเพื่อให้ดินชุ่มน้ำอยู่เสมอแต่ไม่แฉะ ดูดสารพิษภายในอาคารจำพวกฟอร์มัลดีไฮด์ได้มีประสิทธิภาพ

วาสนาอธิษฐาน

13. เข็มริมแดง
ชอบน้ำมากแต่ไม่ถึงกับแฉะ จึงควรหมั่นฉีดละอองน้ำให้แก่ใบ เลี้ยงง่าย ทนทาน ควรตั้งไว้ในที่แสงแดดส่องถึง ดูดสารพิษปานกลางถึงมาก เช่น ไซลีน ไตรคลอโรเอทธิลีน เป็นต้น

เข็มริมแดง

14. หนวดปลาหมึก
เป็นไม้กึ่งร่ม ไม่ชอบแสงแดดจัด จึงปลูกได้ภายในอาคาร ต้องการน้ำมาก ปลูกง่าย โตเร็ว ไม่ต้องดูแลมาก ดูดสารพิษได้มาก

15. เยอบีร่า
ชอบแสงแดดปานกลางถึงแสงแดดจัด แต่ปลูกได้ภายในอาคาร ต้องการน้ำและความชื้นปานกลาง ดูดสารพิษได้มาก

16. ลิ้นมังกร
ชอบแสงแดดปานกลางถึงแสงแดดจัด ปลูกได้ภายในอาคารและภายนอกอาคาร ต้องการปริมาณน้ำและความชื้นปานกลาง ควรให้น้ำ 5 – 7 วันต่อครั้ง ดูดสารพิษได้น้อย แต่เป็นพืชที่คายออกซิเจนออกมาตอนกลางคืน และดูดคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป จึงเหมาะที่จะปลูกในห้องนอน

ลิ้นมังกร

17. เบญจมาศ
ชอบแดดปานกลางถึงแสงแดดจัด เจริญได้ดีในดินร่วน ต้องการน้ำปานกลาง ความชื้นสม่ำเสมอ ดูดสารพิษได้มาก เช่น ฟอร์มัลดีไฮด์ เบนซีน และแอมโมเนีย เป็นต้น

18. ไทรย้อยใบแหลม
ชอบแดดอ่อนจนถึงแสงแดดจัด และปลูกภายในอาคารได้ ต้องการน้ำปานกลางจนถึงมาก ถ้าปลูกในอาคารให้รดน้ำ สัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง ดูดสารพิษจำพวกฟอร์มัลดีไฮด์ได้ดี

19. เสน่ห์จันทร์แดง
ชอบร่มหรือรำไร ชอบดินที่มีความชื้นสูง ระบายน้ำได้ดี ไม่ชอบน้ำขัง ดูดสารพิษได้มาก เช่น แอมโมเนีย เป็นต้น

20. สิบสองปันนา
ชอบแสงแดดจัดถึงแสงแดดปานกลาง ชอบความชื้นสูง จึงต้องดูแลให้ดินชื้นอยู่เสมอ เจริญได้ดีในดินร่วนปนทราย ดูดสารพิษได้มากโดยเฉพาะไซลีน

สิบสองปันนา

21. กล้วยไม้พันธุ์หวาย
ชอบแสงแดดรำไรหรือปานกลาง ให้น้ำวันละ 1 – 2 ครั้ง แต่อย่าให้แฉะเกินไป เพราะจะทำให้เป็นเชื้อรา ดูดสารพิษได้มาก โดยเฉพาะแอลกอฮอล์ อาซีโตน ฟอร์มัลดีไฮด์ และคลอโรฟอร์ม และเป็นพืชที่คายออกซิเจนออกมาตอนกลางคืน และดูดคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป จึงเหมาะที่จะปลูกในห้องนอน

22. ประกายเงิน
เป็นพืชที่ปลูกได้ทั้งกลางแจ้ง ร่มรำไร และที่ร่ม และเป็นไม้ที่ปลูกง่ายและทนทาน เป็นพืชที่เลี้ยงง่าย เจริญเติบโตได้แม้มีแสงน้อยและความชื้นน้อย ต้องการน้ำมากแต่ไม่แฉะ และต้องการความชุ่มชื้น ดูดสารพิษได้ปานกลาง แต่ดูดสารเบนซีนได้ดี

ซึ่งไม้ประดับที่ช่วยดูดสารพิษที่แนะนำ 22 ชนิดนี้ เป็นพืชที่สามารถซื้อหาได้ง่ายในประเทศ สามารถใช้ปลูกประดับบ้าน นอกจากสีเขียวของต้นไม้จะทำให้เย็นตาแล้ว ยังช่วยระบบการหายใจให้ดีขึ้น โดยเฉพาะช่วยลดค่าปริมาณ

บทความก่อนหน้านี้การใส่ปุ๋ยลงดิน กับ ละลายน้ำแล้วรดต้นไม้ วิธีไหนดีกว่ากัน?
บทความถัดไปสวนกล้วย ให้ระวังโรคใบจุดซิกาโตกาสีเหลือง